เพรงจันทร์รัญจวนใจ•ตอนที่ 18

ความลับในเอกสาร

ผลงานโดย ละอองดาวเดือนเก้า
“ริน... คุณแน่ใจแล้วใช่ไหมว่าจะทำแบบนี้?” เสียงทุ้มต่ำของศิลาดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันภายในห้องทำงานส่วนตัวของเขา รินรดาชะงักมือที่กำลังถือซองเอกสารสีน้ำตาลไว้แน่น ปลายนิ้วเรียวเย็นเฉียบจนแทบไร้ความรู้สึก เธอเงยหน้าขึ้นสบสายตาคมกริบของชายหนุ่มที่ยืนพิงขอบโต๊ะทำงาน แววตาของเขาไม่ได้มีความดุดันอย่างที่เธอเคยหวาดหวั่น แต่กลับมีความหม่นหมองและร่องรอยของการพยายามปกปิดบางอย่าง “ถ้ามันไม่มีอะไรสำคัญอย่างที่คุณบอก... ทำไมมือคุณถึงต้องสั่นขนาดนั้นล่ะคะ ศิ” รินรดาย้อนถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ หากทว่าสั่นไหวเล็กน้อยในตอนท้าย ศิลาถอนหายใจยาว แผ่นหลังกว้างนั้นดูแบกรับภาระหนักอึ้ง เขาไม่ได้ตอบคำถามนั้น แต่กลับเดินเข้ามาใกล้จนรินรดาได้กลิ่นหอมสะอาดของน้ำหอมจางๆ ผสมกับกลิ่นอายความเครียดที่แผ่ออกมาจากตัวเขา มือหนาเอื้อมมาแตะที่ขอบซองเอกสารนั้นเบาๆ ไม่ได้ยื้อแย่ง แต่เป็นการวิงวอนผ่านสัมผัส “บางเรื่อง... การไม่รู้ อาจจะดีต่อตัวคุณมากกว่านะคะริน” “ดีต่อฉัน หรือดีต่อครอบครัวศิลาคะ?” เธอถามพร้อมกับเลิกคิ้วมองเขาด้วยแววตาที่เริ่มมีความแข็งกร้าวขึ้น “ฉันเป็นสถาปนิกที่รับผิดชอบโปรเจกต์ใหญ่ของบริษัทคุณนะคะศิ และตอนนี้... ฉันก็คือผู้หญิงที่ดูเหมือนว่าจะขยับเข้าไปใกล้พื้นที่ส่วนตัวของคุณมากเกินไป จนมีใครบางคนไม่พอใจ” เธอนึกถึงสายตาจิกกัดของนลินในงานเลี้ยงเมื่อคืนก่อน หญิงสาวผู้นั้นไม่ได้เพียงแค่ต้องการศิลา แต่ดูเหมือนเธอจะรู้ดีว่าในลิ้นชักลับของซีอีโอหนุ่มซ่อนความลับที่อาจทำลายชื่อเสียงของตระกูลศิลาได้ทั้งตระกูล รินรดาตัดสินใจก้าวถอยหลังหนึ่งก้าว ก่อนจะฉีกซองเอกสารนั้นออกด้วยความรวดเร็ว ศิลาไม่ได้ขัดขวาง เขาเพียงแต่หลับตาลงอย่างผู้ที่ยอมรับในชะตากรรม สายตาของรินรดาไล่กวาดอ่านตัวอักษรในกระดาษแผ่นนั้นอย่างรวดเร็ว ก่อนที่ลมหายใจของเธอจะสะดุดกึก หัวใจของเธอเต้นผิดจังหวะ ราวกับมีใครมาบีบคั้นมันไว้ มันไม่ใช่เอกสารลับทางการเงินอย่างที่เธอคาดคิด แต่มันคือรายงานการสืบสวนคดีอุบัติเหตุเมื่อยี่สิบปีก่อน... คดีที่มีชื่อบิดาของเธอเป็นหนึ่งในผู้เกี่ยวข้องในฐานะพยานปากเอก และในนั้นยังมีรูปถ่ายเก่าๆ ของรถยนต์คันหนึ่งที่จอดอยู่ในคฤหาสน์ศิลา “นี่มัน... หมายความว่ายังไงคะศิ?” มือของเธอสั่นเทาจนเอกสารใบหนึ่งร่วงหล่นลงพื้น ศิลาก้มลงเก็บมันขึ้นมา ความสงบราบเรียบในดวงตาของเขาสลายหายไป เหลือเพียงความเจ็บปวดที่ซ่อนลึก “พ่อของผมไม่ได้เป็นนักบุญอย่างที่ทุกคนในสังคมเห็นนะคะริน... และที่เขาส่งคุณเข้ามาทำงานใกล้ชิดกับผมตั้งแต่แรก ก็เพราะเขารู้ดีว่าคุณคือลูกสาวของคนที่กุมความลับเรื่องนี้ไว้” ความจริงข้อนี้เหมือนหยดน้ำที่ทำให้น้ำในแก้วที่ชื่อว่า 'ความไว้ใจ' ล้นปรี่และหกกระจาย รินรดารู้สึกเหมือนโลกทั้งใบหมุนคว้าง เธอถอยหลังจนแผ่นหลังชนกับชั้นหนังสือ ความเย็นของไม้ไม่ได้ช่วยให้เธอรู้สึกดีขึ้นเลยแม้แต่น้อย “แสดงว่าที่ผ่านมา... ทุกสัมผัส ทุกคำพูดที่คุณบอกว่าห่วงใยฉัน... มันเป็นเพียงละครฉากหนึ่ง เพื่อเฝ้าดูว่าฉันจะขุดคุ้ยเรื่องนี้เจอเมื่อไหร่ใช่ไหมคะ?” เสียงของเธอสั่นเครือ หยาดน้ำตาเริ่มรื้นขึ้นที่ขอบตาอย่างไม่อาจกลั้น ศิลาขยับตัวเข้ามาใกล้หมายจะคว้ามือเธอไว้ แต่รินรดาเบี่ยงตัวหลบ ความเจ็บปวดในสายตาของเขาในตอนนี้ช่างดูเหมือนของจริง จนเธอกลัว... กลัวว่าหากเธอเชื่อใจเขาอีกครั้ง เธอจะถูกเหวี่ยงลงสู่ก้นเหวที่ลึกกว่าเดิม “ไม่ใช่แบบนั้นนะริน ผมอาจจะเริ่มด้วยผลประโยชน์... แต่ความรู้สึกที่ผมมีให้คุณตอนนี้ มันไม่ใช่เรื่องโกหก” “อย่าพูดคำว่าความรู้สึกกับฉันอีกเลยค่ะ ในเมื่อคุณเองก็รู้ดีว่าเส้นทางระหว่างเรามันมีเลือดของคนอื่นปูอยู่!” รินรดาตัดสินใจหันหลัง เตรียมจะเดินหนีจากห้องทำงานแห่งนี้ แต่ก่อนที่เธอจะเอื้อมมือไปถึงลูกบิดประตู เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งตามด้วยการเปิดผางเข้ามาโดยไม่รอคำอนุญาต นลินก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มที่เคลือบไปด้วยความสะใจ หญิงสาวปรายตามองเอกสารในมือรินรดาแล้วหัวเราะเบาๆ ในลำคอ “ดูเหมือนความลับจะแตกเร็วกว่าที่คิดนะคะศิ” นลินหันไปพูดกับชายหนุ่มก่อนจะหันมามองรินรดาด้วยสายตาเหยียดหยาม “คุณคงไม่รู้สินะรินรดา... ว่าพ่อของศิลาไม่ได้แค่ปกปิดความลับเท่านั้น แต่เขากำลังสั่งให้เก็บกวาด 'พยานคนสุดท้าย' อย่างคุณไปจากโลกนี้ตั้งแต่วันพรุ่งนี้เป็นต้นไปแล้ว” รินรดาตัวแข็งทื่อ ศิลาที่ยืนอยู่ข้างหลังพุ่งตัวไปกระชากแขนนลินด้วยความโกรธจัดจนอีกฝ่ายถอยกรูดไปชนโต๊ะ “หุบปากของเธอซะ นลิน!” ศิลาคำรามเสียงต่ำ ทว่าเสียงนั้นกลับถูกกลบด้วยเสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์มือถือของรินรดา หน้าจอแสดงข้อความจากเบอร์แปลกที่ไม่ระบุตัวตน พร้อมกับรูปถ่ายชุดใหม่ที่เป็นภาพรินรดากำลังเดินอยู่ในลานจอดรถเมื่อสิบนาทีที่แล้ว... และภาพสุดท้ายในข้อความ คือภาพเบรกของรถยนต์คันหรูของเธอที่มีรอยถูกตัดสายจนขาดรุ่งริ่ง รินรดาหน้าซีดเผือด เธอเงยหน้าขึ้นมองศิลาที่กำลังประจันหน้ากับนลิน ก่อนจะหันกลับไปมองประตูห้องทำงานที่ถูกล็อคจากด้านนอกโดยใครบางคนที่เธอไม่คาดคิดมาก่อน เงาของคนร่างสูงใหญ่ที่ปรากฏผ่านกระจกฝ้าที่ประตู ทำให้รู้ว่าเธอไม่ได้ติดอยู่ในห้องนี้เพียงลำพังกับศิลาและนลิน... แต่เธอถูกขังอยู่ในกรงที่พร้อมจะถูกเผาให้มอดไหม้ไปพร้อมกับความลับที่เพิ่งเปิดเผย ด้วยรักและปรารถนาดีต่อผู้อ่านทุกท่านจากใจของละอองดาวเดือนเก้าค่ะ
สารจากนักเขียน (ละอองดาวเดือนเก้า)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เพรงจันทร์รัญจวนใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%