“คุณกำลังล้ำเส้นเกินไปแล้วนะคะ คุณศิลา”
น้ำเสียงของรินรดาสั่นพร่าเล็กน้อยขณะที่เธอก้าวถอยหลังจนแผ่นหลังบางปะทะเข้ากับขอบโต๊ะทำงาน แฟ้มเอกสารโครงการรีสอร์ตหรูที่เขาเพิ่งวางลงบนโต๊ะนั้นเปรียบเสมือนระเบิดเวลาที่เพิ่งถูกจุดชนวน ร่องรอยของรอยพับและรอยคราบจางๆ บนกระดาษที่เขาเพิ่งเปิดเผยออกมา มันไม่ใช่แค่แบบแปลน แต่มันคือหลักฐานของชีวิตที่เธอพยายามฝังกลบไว้ใต้กองทรายมานานกว่าห้าปี
ศิลาไม่ตอบ เขายังคงยืนตระหง่านอยู่ตรงหน้า กลิ่นน้ำหอมกลิ่นไม้จันทน์จางๆ ของเขาอบอวลไปทั่วห้องทำงานส่วนตัว บรรยากาศเงียบงันจนได้ยินเสียงหัวใจของตัวเองเต้นโครมคราม ดวงตาคมกริบของซีอีโอหนุ่มจ้องลึกเข้ามาในดวงตาคู่สวยที่กำลังสั่นไหว เขาไม่ได้ใช้ความรุนแรง แต่ความนิ่งลึกของเขานั่นแหละที่น่ากลัวที่สุด
“โครงการนี้... ไม่ใช่แค่การออกแบบเชิงพาณิชย์ใช่ไหมครับ ริน” เขาเว้นจังหวะ คำเรียกที่เปลี่ยนไปทำให้หัวใจของเธอเต้นผิดจังหวะ “มันคือโครงการที่ถูกระงับหลังจากเกิดอุบัติเหตุครั้งใหญ่ที่ไซต์งานในเชียงใหม่ ซึ่งคนดูแลโครงการหลักในตอนนั้น... มีนามสกุลเดียวกับริน”
รินรดาเม้มริมฝีปากแน่นจนซีดเผือด ความทรงจำที่ขมขื่นย้อนกลับมาดั่งคลื่นกระทบฝั่ง เสียงกรีดร้องของความสูญเสีย ความผิดพลาดที่เธอไม่ได้ก่อแต่ต้องเป็นคนรับผิดชอบ และชายคนรักที่ทิ้งเธอไว้กลางมรสุมเพียงลำพังเพื่อรักษาชื่อเสียงของตระกูล
“คุณไปรู้เรื่องพวกนี้มาจากไหน” เธอถามเบาหวิว
“นลินอาจจะปกปิดมันได้มิดชิดเพื่อใช้เป็นเครื่องมือต่อรองกับบอร์ดบริหาร แต่เธออาจจะลืมไปว่า... ในโลกของธุรกิจ ไม่มีอะไรถูกซ่อนไว้ได้ตลอดกาล” ศิลาขยับกายเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด จนรินรดาแทบจะไม่มีพื้นที่หายใจ “ริน... บอกผมมาว่าทำไมคุณถึงยอมให้คนอื่นเหยียบย่ำคุณเพียงเพราะความผิดของคนอื่น”
“มันไม่เกี่ยวกับคุณค่ะ” เธอพยายามรวบรวมสติ แม้ดวงตาจะเริ่มรื้นไปด้วยหยาดน้ำตา “และที่สำคัญที่สุด ฉันมาที่นี่ในฐานะสถาปนิก ไม่ใช่คนไข้ให้คุณมาวินิจฉัยบาดแผลในใจ!”
รินรดาผลักอกเขาแล้วตั้งท่าจะเดินหนี แต่ศิลาคว้าข้อมือเธอไว้ได้ทัน แรงบีบที่แฝงไปด้วยความรู้สึกบางอย่าง—ไม่ใช่ความโกรธ แต่มันคือความปรารถนาที่จะปกป้อง—ทำให้เธอชะงัก ร่างสูงก้มลงมาจนลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่ข้างใบหู
“ถ้าผมบอกว่าผมต้องการดึงคุณออกมาจากพื้นที่แห่งความเจ็บปวดนั้นล่ะ” เขาพึมพำ “ริน... คุณไม่ได้แบกรับความผิดนั้นคนเดียวอีกต่อไปแล้ว ไม่ใช่ในวันที่คุณยืนอยู่ข้างผม”
รินรดาหันกลับมาเผชิญหน้า มือของเขาที่ยังคงกุมข้อมือเธอไว้ให้ความรู้สึกที่สับสน ความอบอุ่นที่เขาหยิบยื่นให้มันช่างเย้ายวนจนน่ากลัว เธอถูกสอนมาให้เข้มแข็ง ให้ดูแลตัวเอง แต่ในวินาทีที่ความอ่อนแอถูกมองเห็นจนหมดเปลือก การจะปั้นหน้าเย็นชาใส่มันกลายเป็นเรื่องที่ยากที่สุด
“คุณไม่เข้าใจหรอกค่ะว่าผู้ชายคนนั้นทำอะไรกับฉันไว้” เธอตัดพ้อ เสียงแผ่วลงด้วยความขมขื่น “เขาไม่ใช่แค่ทิ้งฉันไป แต่เขาทิ้งชื่อเสียงของฉันไว้ท่ามกลางกองเพลิงที่เขาจุดขึ้น”
ศิลาไม่ได้พูดอะไรต่อ เขาใช้ปลายนิ้วเกลี่ยปอยผมที่ปรกหน้าเธอออกอย่างแผ่วเบา สัมผัสที่อ่อนโยนจนน่าใจหายทำให้กำแพงในใจของรินรดาสั่นคลอน ความเย้ายวนของเขามันไม่ได้อยู่ที่คำพูด แต่อยู่ที่วิธีที่เขามองเธอราวกับเธอเป็นสมบัติล้ำค่าที่สุดในห้องนี้
ทว่าความเงียบที่กำลังก่อตัวเป็นความวาบหวามกลับถูกขัดจังหวะด้วยเสียงเคาะประตูที่รัวและไร้มารยาท ก่อนที่บานประตูห้องทำงานจะถูกผลักเปิดออกโดยไม่ต้องรอคำอนุญาต
นลินก้าวเข้ามาด้วยชุดเดรสสีแดงเพลิงที่ขับผิวขาวผ่องให้ดูโดดเด่น เธอชะงักไปเมื่อเห็นภาพที่ทั้งคู่อยู่ใกล้ชิดกันเกินความจำเป็น สายตาของนลินกวาดมองเอกสารบนโต๊ะก่อนจะเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มเยือกเย็นที่ฉาบไว้ด้วยความร้ายกาจ
“อุ๊ย... ดูเหมือนฉันจะขัดจังหวะอะไรที่สำคัญอยู่หรือเปล่านะคะ คุณศิลา” นลินก้าวเข้ามาใกล้ แววตาจิกกัดไปที่รินรดา “โดยเฉพาะเรื่อง ‘อดีต’ ที่ดูเหมือนจะถูกขุดขึ้นมาเล่นกันสนุกมือเชียวนะคะ... คุณศิลาคะ อย่าลืมนะคะว่าความลับบางอย่าง ถ้ามันถูกเปิดเผยออกมาจนสุดทาง ไม่ใช่แค่รินรดาที่จะพัง... แต่เป็นทั้งบริษัทของคุณด้วย”
ศิลาผละออกจากรินรดาอย่างรวดเร็ว สีหน้าของเขาเปลี่ยนเป็นความเรียบเฉยที่คาดเดาอารมณ์ไม่ได้ เขาหันไปเผชิญหน้ากับนลินด้วยท่าทีสง่างามดุจนักล่าที่กำลังรอจังหวะตะครุบเหยื่อ
“คุณนลินครับ” ศิลาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเย็น “ผมบอกคุณกี่ครั้งแล้วว่าการเข้ามาในพื้นที่ของผมโดยไม่ได้รับอนุญาต มันคือการแสดงออกถึงมารยาทที่แย่ที่สุด... และถ้าคุณคิดว่าการเอาเรื่องในอดีตมาข่มขู่ จะทำให้ผมเปลี่ยนใจเรื่องข้อตกลงของเราได้ คุณคิดผิดแล้ว”
นลินหัวเราะร่า แต่แววตาไม่ได้ยิ้มตาม เธอเหลือบมองรินรดาด้วยสายตาเหยียดหยาม ก่อนจะเดินมาที่โต๊ะทำงานแล้วคว้าเอกสารฉบับนั้นขึ้นมา “งั้นเรามาดูกันไหมคะ ว่าถ้ารูปนี้หลุดไปถึงมือสื่อ... ภาพลักษณ์ ‘สถาปนิกสาวผู้ไร้ที่ติ’ จะยังเหลืออยู่เท่าไหร่”
รินรดาตัวแข็งทื่อเมื่อเห็นสิ่งที่นลินถืออยู่ในมือ มันไม่ใช่แค่เอกสารโครงการ แต่มันคือรูปถ่ายที่ถูกแอบถ่ายในวันที่เธอกำลังก้าวออกมาจากห้องพิจารณาคดีในอดีต—ภาพที่ไม่มีใครควรจะได้เห็น
“เอาคืนมานะ!” รินรดาปรี่เข้าไป แต่นลินกลับถอยหลังแล้วชูรูปนั้นขึ้นสูงพลางแสยะยิ้ม
ศิลาพุ่งเข้าไปหมายจะแย่งคืน แต่ทันใดนั้น เสียงโทรศัพท์มือถือของเขาก็ดังขึ้นพร้อมกับข้อความที่ส่งตรงเข้าหน้าจอหลัก มันเป็นภาพถ่ายของศิลาเอง... ในมุมที่เขากำลังกอดรินรดาเมื่อครู่นี้ พร้อมข้อความขู่สั้นๆ ที่ทำให้หัวใจของเขากระตุกวูบ
‘ถ้าไม่อยากให้รินรดาต้องจบชีวิตการทำงานวันนี้... เซ็นสัญญาควบรวมกิจการกับพ่อของฉันเสีย ตอนนี้!’
รินรดามองหน้าศิลาที่หยุดชะงักงัน เธอรับรู้ได้ทันทีว่าเกมนี้มันไม่ใช่แค่เรื่องอดีตของเธอคนเดียวอีกต่อไปแล้ว แต่มันคือกับดักที่ออกแบบมาเพื่อทำลายชีวิตของทั้งคู่โดยเฉพาะ
หวังว่าตอนที่สี่นี้จะทำให้รี้ดเดอร์รู้สึกถึงความเข้มข้นที่กำลังก่อตัวขึ้นนะคะ ขอบพระคุณที่ติดตามและร่วมเป็นกำลังใจให้รินรดากับศิลาค่ะ!
เพรงจันทร์รัญจวนใจ•ตอนที่ 4
รอยร้าวในอดีต
ผลงานโดย ละอองดาวเดือนเก้า
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ละอองดาวเดือนเก้า)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เพรงจันทร์รัญจวนใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!