เพรงจันทร์รัญจวนใจ•ตอนที่ 5

ความเย็นชาที่เริ่มละลาย

ผลงานโดย ละอองดาวเดือนเก้า
“ถ้าคุณคิดว่าการเงียบใส่ฉันคือวิธีแก้ปัญหาที่ดีที่สุด งั้นเราคงไม่ต้องเสียเวลาทำอย่างอื่นกันแล้วล่ะค่ะ นอกจากนั่งมองหน้ากันให้เป็นอนุสาวรีย์ในห้องทำงานของคุณ” รินรดาวางปากกาเขียนแบบลงบนโต๊ะไม้สักตัวใหญ่ เสียงกระทบของมันดังสะท้อนก้องในความเงียบงันที่แผ่ซ่านไปทั่วเพนท์เฮาส์หรูใจกลางเมือง เธอจ้องมองชายหนุ่มตรงหน้าด้วยสายตาที่ซ่อนความอ่อนล้าไว้ใต้ความแข็งกร้าว ศิลาไม่ได้ตอบโต้เขายังคงยืนพิงขอบหน้าต่างกระจกบานสูง แผ่นหลังกว้างที่เคยดูมั่นคงบัดนี้กลับดูหนักอึ้งราวกับแบกโลกทั้งใบไว้คนเดียว “เกมที่ว่านั่น... มันไม่ได้ทำลายแค่ชีวิตของผมนะริน” ศิลาหันกลับมา แววตาของเขาเปลี่ยนจากความนิ่งเฉยเป็นความรวดร้าวที่ฉายชัด “แต่มันกำลังจะพรากโอกาสสุดท้ายที่ผมจะได้อยู่กับคนที่ผมต้องการจริงๆ ไป” รินรดาชะงัก ลมหายใจของเธอติดขัดเล็กน้อย คำว่า ‘คนที่ผมต้องการ’ ทำเอาหัวใจของสถาปนิกสาวที่ตั้งกำแพงไว้สูงลิ่วสั่นคลอน เธอรีบเบือนหน้าหนี มองออกไปนอกกระจกที่สะท้อนเงาของทั้งคู่เหมือนฉากในละครที่ไม่มีใครอยากเป็นตัวเอก “อย่าพูดให้มีความหวังเลยค่ะศิ เราต่างก็รู้ว่าสถานะของคุณกับนลินมันไปถึงไหนแล้ว” “นลินก็แค่นกต่อที่ถูกส่งมาล่อเหยื่อ” ศิลาขยับตัวเข้ามาใกล้ จังหวะก้าวของเขาเชื่องช้าแต่หนักแน่นจนรินรดาต้องถอยหลังไปพิงเคาน์เตอร์บาร์ “แต่วันนี้ ผมไม่อยากคุยเรื่องธุรกิจ หรือเรื่องเกมบ้าบอนั่นแล้ว ผมแค่อยากให้คุณ... หยุดพัก” เขาก้าวมาถึงตัวเธอ กลิ่นกายสะอาดสะอ้านแบบผู้ชายที่ดูแลตัวเองอย่างดีเจือด้วยกลิ่นหอมจางๆ ของไม้กฤษณาทำให้รินรดารู้สึกใจเต้นผิดจังหวะ ศิลาไม่เพียงแค่เดินเข้ามาหา แต่เขายังเอื้อมมือไปหยิบผ้ากันเปื้อนสีเทาเข้มขึ้นมาสวมทับเชิ้ตสีขาวที่พับแขนขึ้นอย่างลวกๆ “คุณจะทำอะไรคะ?” รินรดาถามพลางขมวดคิ้วด้วยความสงสัย ศิลาไม่ตอบ เขากลับเดินไปที่เตาไฟฟ้าที่ยังคงเย็นเยียบเมื่อครู่ก่อนหน้านี้ เสียงเปิดขวดไวน์ดังขึ้นตามด้วยเสียงการขยับของอุปกรณ์ครัว รินรดามองดูแผ่นหลังนั้นด้วยความประหลาดใจ—ซีอีโอหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลที่ใครต่อใครต่างก็เกรงขาม กำลังยืนหั่นหอมหัวใหญ่อย่างตั้งอกตั้งใจราวกับกำลังเขียนพิมพ์เขียวโครงการที่สำคัญที่สุดในชีวิต เวลาผ่านไปเกือบชั่วโมง กลิ่นหอมฟุ้งของสเต็กเนื้อชั้นดีที่คลุกเคล้ากับซอสไวน์แดงและกลิ่นอายของสมุนไพรสดโชยมาแตะจมูก ศิลาจัดวางจานอาหารลงบนโต๊ะด้วยความประณีต เขาเลื่อนเก้าอี้ให้เธออย่างสุภาพ ก่อนจะนั่งลงฝั่งตรงข้าม รินรดามองจานอาหารตรงหน้าสลับกับใบหน้าที่เริ่มผ่อนคลายของเขา “ผมจำได้ว่าตอนที่คุณเหนื่อย คุณมักจะทานอาหารรสจัดไม่ได้ เลยเลือกเป็นจานนี้... รสชาติคงไม่เลวร้ายนักหรอกครับ” รินรดาใช้ส้อมจิ้มเนื้อชิ้นพอดีคำเข้าปาก ความนุ่มของเนื้อที่ผ่านการปรุงมาอย่างพิถีพิถันละลายในปาก มันไม่ใช่แค่รสชาติของอาหาร แต่มันคือรสชาติของ 'ความเอาใจใส่' ที่เธอไม่ได้รับมานานปี ความแข็งกร้าวในใจของเธอดูเหมือนจะละลายลงไปพร้อมกับซอสที่กลมกล่อมนั้น “ทำไมถึงทำขนาดนี้คะ?” เธอถามเสียงแผ่ว ความเย็นชาในแววตาทอแสงอ่อนลง ศิลาไม่ตอบในทันที เขาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความหมาย “เพราะชีวิตผมถูกบังคับให้เลือกมาตลอดริน แต่กับมื้ออาหารมื้อนี้... ผมเลือกที่จะมอบให้คุณด้วยตัวเอง เพื่อที่อย่างน้อย ในคืนที่ทุกอย่างดูจะพังทลายลง เรายังได้นั่งทานข้าวด้วยกัน... ในพื้นที่ที่ไม่มีคนอื่นเข้ามาแทรกแซง” บทสนทนาหยุดลงเพียงเท่านั้น ทว่าบรรยากาศกลับเต็มไปด้วยกระแสไฟฟ้าบางอย่างที่ร้อยรัดคนทั้งคู่เข้าหากัน รินรดารู้สึกได้ถึงความอบอุ่นที่ไหลเวียนผ่านเข้ามาในหัวใจที่เคยอ้างว้าง ความเย้ายวนของความใกล้ชิดที่ศิลาจงใจสร้างขึ้นทำให้เธอลืมเลือนความกังวลเรื่องกับดักที่คนนอกกำลังขุดหลุมรอไว้ ทว่า ท่ามกลางความเงียบที่แสนหวาน เสียงเตือนข้อความจากโทรศัพท์มือถือของศิลาที่วางอยู่บนโต๊ะก็ดังขึ้น ศิลาเหลือบมองเพียงเสี้ยววินาที แต่ทว่าใบหน้าของเขากลับซีดเผือดลงทันที มือที่ถือมีดอยู่สั่นน้อยๆ ก่อนเขาจะเงยหน้าขึ้นมองรินรดาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความวิตกกังวลอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน “เกิดอะไรขึ้นคะ?” รินรดาถามด้วยความตกใจ ศิลาขยับมือถือให้เธอเห็นข้อความบนหน้าจอที่ส่งมาจากเบอร์ที่ไม่ระบุตัวตน แต่มันเป็นรูปถ่ายใบเดียวที่ทำให้รินรดาต้องลุกขึ้นยืนตัวแข็งทื่อทันที เป็นรูปของเธอที่กำลังเดินเข้าไปในอพาร์ตเมนต์เมื่อเย็นนี้ พร้อมข้อความสั้นๆ ที่เขียนว่า *‘ความรักที่กำลังก่อตัว... มักจะจบลงด้วยเลือดเสมอ... คืนนี้ระวังตัวให้ดี เพราะคนที่คุณไว้ใจที่สุด อาจเป็นคนสุดท้ายที่คิดจะฆ่าคุณ’* ทันใดนั้น ไฟทั้งเพนท์เฮาส์ก็ดับลงสนิทจนมืดมิดไปทั่วทิศทาง พร้อมกับเสียงฝีเท้าหนักๆ ที่ดังขึ้นจากทางระเบียงด้านนอก... ซึ่งอยู่สูงถึงชั้นสี่สิบ! ขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับความรักที่เริ่มร้าวฉานในคืนนี้ด้วยกันนะคะ แล้วมาลุ้นกันต่อว่าความสัมพันธ์ของพวกเขาทั้งสองจะรอดพ้นจากเงามืดนี้ไปได้อย่างไร ละอองดาวเดือนเก้าสัญญาว่าจะมาต่อให้อย่างใจจดใจจ่อค่ะ
สารจากนักเขียน (ละอองดาวเดือนเก้า)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เพรงจันทร์รัญจวนใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%