"ถ้าคุณคิดว่าการทำลายชื่อเสียงของผมจะทำให้คุณได้ครอบครองทุกอย่าง... คุณกำลังประเมินค่าความรักของผมต่ำเกินไปนลิน"
เสียงของศิลาทุ้มต่ำและราบเรียบ ทว่ามันกลับเย็นเยียบจนทำให้คนฟังรู้สึกถึงแรงกดดันมหาศาล เขาไม่ได้ตะคอก ไม่ได้แสดงความเกรี้ยวกราด แต่ดวงตาคมกริบคู่นั้นกลับนิ่งสนิทราวกับมหาสมุทรในคืนไร้จันทร์ รินรดายืนตัวแข็งอยู่หลังบานประตูห้องทำงานกว้างขวาง สายตาของเธอจับจ้องไปยังแผ่นหลังกว้างของชายหนุ่มที่เธอเคยคิดจะผลักไสออกไปจากชีวิต
นลินหัวเราะร่วน น้ำเสียงแหลมสูงนั้นกรีดแทงบรรยากาศที่ตึงเครียดจนแทบขาดสะบั้น
"ความรักเหรอคะศิ? ในโลกธุรกิจที่สกปรกใบนี้ คุณจะเอาความรักไปค้ำประกันเงินกู้ธนาคารได้หรือเปล่า? หรือจะใช้มันซื้อความจงรักภักดีจากบอร์ดบริหารที่กำลังรอซ้ำเติมคุณอยู่ตอนนี้?" หญิงสาวเดินวนรอบโต๊ะทำงานหินอ่อนสีดำสนิท นิ้วเรียวยาวกรีดกรายไปตามแฟ้มเอกสารอย่างถือดี "คุณรู้ไหมว่ารินรดาจะรู้สึกอย่างไร ถ้าเธอรู้ว่าต้นเหตุที่ทำให้บริษัทของคุณต้องดิ่งลงเหวในวันนี้... มันเริ่มต้นมาจาก 'ของขวัญ' ที่คุณเคยตั้งใจจะมอบให้เธอเมื่อสามปีก่อน"
ลมหายใจของรินรดาสะดุดกึก มือของเธอที่เกาะขอบประตูสั่นไหวอย่างควบคุมไม่ได้ ของขวัญเมื่อสามปีก่อน? สิ่งที่เขาเคยปกปิดไว้ภายใต้ท่าทีนิ่งเฉย เพื่อรักษาศักดิ์ศรีและความรู้สึกของเธอมาตลอดน่ะหรือ?
ศิลาไม่ได้โต้ตอบในทันที เขานิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะค่อยๆ หันกลับมา สายตาของเขาไม่ได้มองนลิน แต่ทอดผ่านร่างของหญิงสาวตรงหน้าไปยังจุดที่รินรดายืนอยู่ แม้จะมองไม่เห็นกันโดยตรง แต่เหมือนกระแสจิตบางอย่างที่ผูกพันกันไว้ทำให้เขารับรู้ได้ว่า เธออยู่ที่นั่น
"รินไม่ได้ต้องการเกียรติยศที่แลกมาด้วยความฉ้อฉล" ศิลาเอ่ยขึ้นเบาๆ แต่ชัดเจนทุกถ้อยคำ "และเธอก็ไม่ใช่ผู้หญิงที่อ่อนแอจนต้องให้ใครมาปกป้องด้วยการทำลายคนอื่น สิ่งที่ผมทำมาตลอด ไม่ใช่การปกป้องบริษัท... แต่เป็นการปกป้องหัวใจของตัวเองที่มอบให้เธอไปตั้งแต่วันแรกที่พบกัน"
นลินชะงัก สีหน้าของเธอเปลี่ยนจากความเย้ยหยันเป็นความกราดเกรี้ยวทันที "คุณมันโง่! คุณกำลังจะสูญเสียทุกอย่างเพียงเพราะผู้หญิงคนเดียว!"
"ถ้าทุกอย่างที่ว่าหมายถึงการแลกด้วยการสูญเสียคนที่เป็นดั่งลมหายใจไป... ผมก็พร้อมจะทิ้งมันทั้งหมด"
รินรดารู้สึกเหมือนขอบตาจะร้อนผ่าว เธอเดินก้าวออกมาจากเงามืด เสียงฝีเท้าของเธอดังแผ่วเบาบนพรมหนานุ่ม แต่มันกลับเรียกความสนใจจากคนทั้งสองในห้องให้หันมามองได้ในทันที นลินอ้าปากค้าง ส่วนศิลา... แววตาของเขาที่เคยว่างเปล่ากลับสั่นไหวไปด้วยความหวังที่ริบหรี่
รินรดาเดินผ่านนลินไปโดยไม่แม้แต่จะปรายตาแล หญิงสาวก้าวไปหยุดอยู่ตรงหน้าศิลา เธอสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นความสับสนในอก ความเจ็บปวดจากอดีตที่เคยฝังรากลึกเหมือนแผลเป็นที่ไม่มีวันจางหาย ดูเหมือนจะได้รับการเยียวยาด้วยความจริงที่เพิ่งได้รับรู้
"คุณไม่ต้องปกป้องอะไรทั้งนั้นศิ" เสียงของรินรดาสั่นพร่า ทว่าแววตามุ่งมั่น "รวมถึงไม่ต้องปกป้องอดีตของรินด้วย"
เธอหันไปมองนลินที่ยืนบิดเบี้ยวด้วยความโกรธแค้น "คุณนลินคะ สิ่งที่คุณพยายามจะทำลาย มันคือสิ่งที่รินเคยคิดว่ามันเป็นตราบาป แต่ตอนนี้... ขอบคุณนะคะ ที่ทำให้รินรู้ว่ามันไม่ได้มีความหมายอะไรเลย เมื่อเทียบกับความเชื่อใจที่ศิลามีให้รินมาโดยตลอด"
รินรดาหันกลับมาหาศิลาอีกครั้ง เธอยื่นมือไปกุมมือหนาของเขาไว้ ความอบอุ่นที่ส่งผ่านผิวหนังทำให้หัวใจของเธอเต้นเป็นจังหวะที่มั่นคงขึ้น "เราก้าวข้ามมันไปได้แล้วค่ะ ทั้งคุณ... และริน"
ศิลานิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะค่อยๆ บีบมือตอบด้วยสัมผัสที่ทะนุถนอมที่สุดเท่าที่เขาเคยมีมา ราวกับเขากำลังกลัวว่าหากบีบแรงกว่านี้ ร่างตรงหน้าจะสลายกลายเป็นเพียงหมอกควันไปกับตา นลินที่ทนดูภาพความหวานชื่นท่ามกลางวิกฤตนี้ไม่ได้ กรีดเสียงร้องด้วยความโมโหก่อนจะสะบัดหน้าเดินออกจากห้องไป ทิ้งไว้เพียงความเงียบที่อบอวลด้วยความโล่งใจและบรรยากาศที่เปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลังมือ
"ผมไม่รู้จะพูดอะไรดี" ศิลาเอ่ยเบาๆ ขณะใช้นิ้วโป้งเกลี่ยผิวแก้มของรินรดาแผ่วเบา "ถ้าพรุ่งนี้เราไม่เหลืออะไรเลย... คุณจะยังอยู่ตรงนี้ไหม?"
รินรดาอมยิ้ม มือข้างที่ว่างเอื้อมไปสัมผัสหน้าอกข้างซ้ายของเขา ที่ซึ่งจังหวะการเต้นของหัวใจกำลังสอดประสานกับของเธอ "ถ้าไม่เหลืออะไรเลย เราก็แค่เริ่มต้นใหม่ค่ะ เรามีกันและกัน... นั่นคือสิ่งที่มีค่ามากกว่าตำแหน่งซีอีโอหรือชื่อเสียงในสังคมพวกนั้น"
บรรยากาศในห้องที่เคยเย็นเฉียบกลับอบอุ่นขึ้นอย่างน่าอัศจรรย์ ศิลาโน้มตัวลงมาประทับหน้าผากของเขากับหน้าผากของเธอ เป็นความเงียบที่เต็มไปด้วยคำสัญญาและการเยียวยา แต่ทว่า... ความสุขนั้นกลับอยู่ได้เพียงไม่นาน
เสียงโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานของศิลาดังขัดจังหวะขึ้นมา ศิลาเหลือบมองชื่อบนหน้าจอ แววตาของเขาเปลี่ยนไปทันที ความกังวลที่เพิ่งจางหายกลับเข้ามาแทนที่อย่างรวดเร็ว
"มีอะไรหรือเปล่าคะ?" รินรดาถามด้วยความสังหรณ์ใจ
ศิลาไม่ตอบ เขากดรับสายด้วยสีหน้าที่เรียบเฉย ทว่ามืออีกข้างที่กุมมือรินรดาอยู่กลับเย็นเฉียบขึ้นมาอย่างกะทันหัน เสียงปลายสายดังเล็ดลอดออกมาเพียงประโยคเดียว แต่มันกลับทำให้โลกทั้งใบของทั้งคู่หมุนคว้าง "ศิลา... ทนายความโทรมาแจ้งว่า 'เขา' กลับมาแล้ว และเขากำลังจะฟ้องคุณข้อหาฉ้อโกงมรดกทั้งหมดที่เคยตกลงกันไว้"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางและส่งกำลังใจให้ความรักของรินรดาและศิลามาจนถึงโค้งสุดท้ายนี้นะคะ!
เพรงจันทร์รัญจวนใจ•ตอนที่ 38
ก้าวข้ามอดีต
ผลงานโดย ละอองดาวเดือนเก้า
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ละอองดาวเดือนเก้า)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เพรงจันทร์รัญจวนใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!