“คุณกำลังจะบอกว่า... คุณจะทิ้งทุกอย่างเพียงเพราะความผิดพลาดเล็กน้อยที่ไม่ได้เกิดจากคุณเหรอคะ ศิลา!”
เสียงของนลินดังสะท้อนก้องไปทั่วห้องทำงานหรูหราบนชั้นสูงสุดของตึกระฟ้า ท่ามกลางบรรยากาศที่กดดันจนแทบหายใจไม่ออก รินรดายืนตัวแข็งทื่ออยู่มุมห้อง หัวใจของเธอเต้นรัวแรงราวกับจะหลุดออกมาจากอก เมื่อมองเห็นแผ่นหลังกว้างของศิลาที่ยืนหันหลังให้พวกเขา แผ่นหลังนั้นดูมั่นคงทว่าเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้าที่เขามักจะซ่อนไว้ภายใต้สูทราคาแพง
ศิลาไม่หันกลับมา เขายกแก้ววิสกี้ขึ้นจิบช้าๆ ก่อนจะวางลงบนโต๊ะไม้เนื้อแข็งเสียงดัง ‘กึก’ สั้นๆ แต่ทรงพลัง “มันไม่ใช่ความผิดพลาดเล็กน้อยนลิน และผมก็ไม่ได้ทิ้งทุกอย่าง... ผมแค่กำลังเลือกสิ่งที่สำคัญที่สุดให้ตัวเอง”
“สำคัญที่สุด?” นลินแค่นหัวเราะ น้ำตาแห่งความโกรธแค้นคลอเบ้า “ตำแหน่งซีอีโอที่คุณฟูมฟักมาเป็นสิบปี คนที่คอยสนับสนุนคุณ บารมีของครอบครัวคุณ... รินรดามีค่ามากกว่าตำแหน่งพวกนี้เหรอคะ? ตอบสิ!”
รินรดาเม้มริมฝีปากแน่นจนซีด เธออยากจะตะโกนบอกให้เขาหยุด แต่เสียงของเธอเหมือนติดอยู่ที่ลำคอ ดวงตาสีเข้มของศิลาที่หันกลับมามองเธอในวินาทีนั้น มันเต็มไปด้วยความเจ็บปวดแต่ก็เด็ดเดี่ยวอย่างประหลาด เขาเดินผ่านนลินมาหยุดตรงหน้าเธอ มือหนาที่เย็นเฉียบเล็กน้อยเอื้อมมาแตะเบาๆ ที่พวงแก้มของเธอ แววตาที่เคยเย็นเยียบราวกับน้ำแข็งเมื่อครู่ กลับอ่อนแสงลงจนน่าใจหาย
“ริน... ผมไม่ได้ต้องการให้คุณรู้สึกผิด” เสียงของเขาแหบพร่าแต่ทุ้มนุ่ม “โลกของผมมันสกปรกเกินกว่าจะให้คุณมายืนเคียงข้างโดยไม่โดนโคลนตมกระเด็นใส่ การที่ผมก้าวออกมา คือวิธีเดียวที่จะทำให้คุณเป็นอิสระจากเกมบ้าๆ นี่”
“คุณจะเสียทุกอย่างไปนะศิลา...” รินรดากระซิบ สั่นเทาไปทั้งร่าง
“ผมเสียมันไปนานแล้วตั้งแต่วันที่ผมเริ่มโกหกความรู้สึกตัวเอง” ศิลาหันกลับไปเผชิญหน้ากับนลินที่ยืนตัวสั่นด้วยความโกรธ “คุณเอาเรื่องที่ผมคบกับรินรดาไปขู่บอร์ดบริหารได้เลยนลิน ฟ้องพ่อผมได้เลยว่าผมขาดคุณสมบัติ แต่เชื่อเถอะ... ตราบใดที่ผมยังเป็นผม ผมจะไม่มีวันปล่อยให้ใครใช้ชื่อเสียงมาทำร้ายผู้หญิงที่ผมรักอีก”
นลินอ้าปากค้าง เธอไม่เคยเห็นศิลาในโหมดที่ยอมหักไม่ยอมงอเช่นนี้มาก่อน เธอหยิบเอกสารบนโต๊ะขึ้นมาแล้วปาลงพื้นอย่างแรง “คุณจะเสียใจศิลา! บริษัทนี้ต้องล่มสลายเพราะผู้หญิงคนเดียว และคุณจะต้องคลานกลับมาขอร้องให้ฉันช่วย!”
นลินเดินกระแทกส้นเท้าออกไปจากห้อง ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันที่แสนอึดอัด รินรดาทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้หนังนุ่ม เธอรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบกำลังหมุนเคว้ง ศิลาเดินเข้ามาใกล้แล้วคุกเข่าลงข้างเธอ กุมมือเธอไว้แน่น สัมผัสที่คุ้นเคยนั้นไม่ได้ทำให้เธออุ่นใจขึ้นเลย กลับกัน มันทำให้เธอรู้สึกถึงความเสี่ยงที่กำลังจะตามมา
“คุณทำแบบนี้ทำไมคะ...” เธอถาม แววตาตัดพ้อ “เราแค่ค่อยๆ แก้ปัญหาไปก็ได้ ไม่จำเป็นต้องลาออก ไม่จำเป็นต้องสูญเสียอนาคตเพื่อฉัน”
ศิลาหยิบมือเธอขึ้นมาจุมพิตที่หลังมือเบาๆ สัมผัสนั้นแผ่วเบาแต่ลึกซึ้งถึงวิญญาณ “ริน... คุณรู้ไหมว่าทำไมผมถึงยอมปล่อยมือจากงานที่รักได้ง่ายๆ เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมา งานคือเครื่องมือที่ผมใช้ขังตัวเองไว้ไม่ให้รักใคร การได้รักคุณทำให้ผมรู้ว่า... ต่อให้ผมมีอำนาจล้นฟ้า แต่ถ้าต้องตื่นมาในห้องที่ว่างเปล่า หรือต้องเสแสร้งยิ้มให้คนที่ผมไม่ได้รัก มันก็ไม่มีความหมายอะไรเลย”
“แต่ทางข้างหน้าของเรา...”
“จะยากลำบาก ผมรู้” ศิลาแทรกขึ้นพร้อมรอยยิ้มบางๆ ที่มุมปาก “แต่ลองมองดูสิริน... ตอนนี้ในห้องนี้ไม่มีนลิน ไม่มีบอร์ดบริหาร ไม่มีภาระหน้าที่ มีแค่ผมกับคุณ”
รินรดามองลึกลงไปในดวงตาของเขา ที่นั่นไม่มีความลังเลเหลืออยู่เลย ความรักของเขาดูเหมือนพายุที่ซัดสาดเข้ามาอย่างรุนแรงจนเธอแทบตั้งตัวไม่ติด แต่มันกลับเป็นพายุที่มอบความอบอุ่นในเวลาเดียวกัน ความกลัวจากการโดนทอดทิ้งในอดีตเริ่มจางหายไป ถูกแทนที่ด้วยความกล้าที่จะเสี่ยงไปพร้อมกับผู้ชายคนนี้
“พรุ่งนี้... ผมจะยื่นจดหมายลาออกอย่างเป็นทางการ” เขาบอกเสียงเรียบ
“ศิคะ...”
ในขณะที่ทั้งคู่กำลังจมดิ่งอยู่ในห้วงอารมณ์ เสียงเคาะประตูห้องทำงานก็ดังขึ้นอย่างแรงโดยไม่มีการรอคอย ประตูเปิดออกเผยให้เห็นร่างของชายสูงวัยในชุดสูทเนี้ยบกริบที่รินรดาจำได้ดีว่าเป็นบิดาของศิลา แววตาของเขาไม่ได้มีความโกรธเกรี้ยว แต่กลับมีความเย็นชาที่น่ากลัวกว่านลินหลายเท่า
เขาวางเอกสารปึกหนึ่งลงบนโต๊ะทำงานของศิลา ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเย็นที่ทำให้รินรดารู้สึกเย็นวาบไปถึงกระดูกสันหลัง
“ไม่ต้องรอถึงพรุ่งนี้หรอกศิลา ในเมื่อแกอยากเลือกทางนี้เอง... ก็จงดูสิ่งที่แกทำลายทิ้งด้วยตาตัวเองเสียก่อน เพราะนอกจากชื่อเสียงของบริษัทแล้ว แกยังต้องเสีย 'คนสำคัญ' อีกคนไปในฐานะค่าตอบแทนความโง่เขลาครั้งนี้ด้วย”
รินรดาหน้าซีดเผือดเมื่อเห็นรูปถ่ายในเอกสารนั้น มันไม่ใช่รูปของเธอ แต่เป็นรูปคนในครอบครัวของเธอที่กำลังถูกชายชุดดำคุมตัวอยู่ ศิลารีบลุกขึ้นยืน ขากรรไกรของเขากระตุกแน่นด้วยความเดือดดาลในขณะที่บิดาของเขาหันหลังเดินจากไป ทิ้งไว้เพียงเสียงหัวเราะเยาะเย้ยที่ก้องอยู่ในโสตประสาทของคนทั้งคู่... เกมนี้มันเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นอย่างโหดร้ายที่สุด!
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งกำลังใจให้ละอองดาวเดือนเก้ามาโดยตลอดนะคะ
เพรงจันทร์รัญจวนใจ•ตอนที่ 30
การตัดสินใจครั้งใหญ่
ผลงานโดย ละอองดาวเดือนเก้า
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ละอองดาวเดือนเก้า)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เพรงจันทร์รัญจวนใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!