"ถ้างานออกแบบชิ้นนี้คือตัวแทนของสถาปนิก... ดิฉันก็คงต้องบอกว่า 'รินรดา' คงไม่มีศักยภาพพอที่จะนำพาโปรเจกต์ระดับล้านล้านไปสู่ความสำเร็จได้นะคะ"
เสียงราบเรียบของนลินดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันในห้องประชุมใหญ่ เอกสารโครงการที่รินรดาใช้เวลาขัดเกลามานับเดือนถูกโยนลงบนโต๊ะกระจก เสียงกระดาษกระทบพื้นผิวมันวาวดังชัดเจนราวกับเสียงตบหน้า รินรดานั่งนิ่ง มือที่วางอยู่บนตักสั่นระริกจนเธอต้องกำหมัดแน่นเพื่อซ่อนอาการเหล่านั้นเอาไว้
ศิลาที่นั่งอยู่หัวโต๊ะไม่ได้เอ่ยปากห้าม เขายังคงรักษาท่าทีสุขุม นัยน์ตาคมกริบคู่นั้นมองสลับไปมาระหว่างแบบร่างของเธอและใบหน้าของหญิงสาวอีกคนที่กำลังจ้องมองเธอด้วยแววตาเหยียดหยาม
"งานชิ้นนี้ขาดจิตวิญญาณค่ะ" นลินยังคงรุกต่อ เธอโน้มตัวลงมาข้างหน้า รอยยิ้มมุมปากที่ดูเป็นมิตรในยามปกติบัดนี้กลับกลายเป็นมีดโกนอาบน้ำผึ้ง "มันเหมือนหุ่นยนต์ที่ถูกเขียนโปรแกรมมาให้วาดเส้นตรง สวยงาม แต่มันไร้ชีวิต... เหมือนกับตัวคุณนั่นแหละรินรดา เย็นชาและว่างเปล่าจนน่าสงสาร"
ความเจ็บปวดแล่นผ่านหัวใจของหญิงสาวราวกับกระแสไฟฟ้า รินรดาหลับตาลงครู่หนึ่ง ภาพความพยายามตลอดหลายสัปดาห์ที่ผ่านมาผุดขึ้นมาเป็นฉากๆ การอดหลับอดนอน การทุ่มเททุกความรู้สึกลงไปในเส้นสายเหล่านั้น กลับถูกหักล้างด้วยคำวิจารณ์เพียงไม่กี่คำจากผู้หญิงที่ต้องการเพียงแค่ขัดขวางอนาคตของเธอ
"คุณนลินคะ..." รินรดาเริ่มเอ่ยเสียงแผ่ว แต่ความมั่นใจกลับหนักแน่นกว่าที่คิด "งานออกแบบของฉันอาจจะไม่ใช่สิ่งที่คนทั่วไปมองว่าสวยงามในเชิงอารมณ์ แต่มันคือความยั่งยืนที่ฉันตั้งใจสร้างให้ผู้ใช้งานจริง หากคุณมองว่าความอดทนและการรักษามาตรฐานคือความไร้ชีวิต ฉันก็คงไม่มีอะไรจะโต้แย้งค่ะ"
ศิลาขยับตัวเล็กน้อย เขาหยิบแบบร่างชิ้นนั้นขึ้นมาพิจารณาอีกครั้ง ปลายนิ้วเรียวยาวของเขาไล้ไปตามเส้นสายที่รินรดาตั้งใจเขียน ความเงียบในห้องนั้นกดดันจนแทบหายใจไม่ออก รินรดารู้สึกเหมือนถูกทอดทิ้งไว้กลางพายุที่ไม่มีวันสงบ ศิลาไม่เคยเข้าข้างเธอในที่ประชุม เขาเลือกที่จะวางตัวเป็นกลางเสมอ และความเที่ยงตรงนั้นเองที่ทำให้เธอรู้สึกโดดเดี่ยวที่สุดในฐานะคนที่ยืนอยู่เคียงข้างเขา
"คุณศิลาคะ คุณจะปล่อยให้คนแบบนี้มาเป็นหัวหน้าสถาปนิกในโปรเจกต์สำคัญของครอบครัวคุณจริงๆ หรือคะ?" นลินหันไปถามด้วยน้ำเสียงออดอ้อน หากแต่สายตายังคงจดจ้องที่รินรดาอย่างท้าทาย
รินรดาตัดสินใจลุกขึ้นยืน เธอเก็บเอกสารตรงหน้าอย่างใจเย็น แม้ภายในใจจะแตกสลายจนแทบประคองสติไม่อยู่ เธอหันไปสบตากับศิลาเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เริ่มการประชุม สายตาของเขาลึกซึ้งและอ่านยากเกินกว่าที่เธอจะเข้าใจว่าเขากำลังคิดอะไร
"ถ้าการมีอยู่ของฉันทำให้โปรเจกต์นี้มีรอยร้าว... ฉันขอยอมรับคำวิจารณ์นั้นไว้เองค่ะ" รินรดากล่าวเสียงเรียบก่อนจะเดินออกจากห้องประชุมไปโดยไม่หันกลับมามอง
แรงเดินที่ดูมั่นคงนั้นแทบจะพังทลายทันทีที่ประตูห้องประชุมปิดลง รินรดาเดินไปจนถึงระเบียงริมสวนของออฟฟิศ เธอทรุดตัวลงนั่งบนม้านั่งหินอ่อน ปล่อยให้น้ำตาที่กลั้นไว้ไหลออกมาอย่างเงียบเชียบ ความทรงจำเก่าๆ เกี่ยวกับคำครหาของคนรักเก่าที่เคยทิ้งเธอไปเพราะความ 'จริงจังจนน่าเบื่อ' ย้อนกลับมาตอกย้ำซ้ำๆ จนรอยร้าวในใจที่เคยคิดว่าสมานดีแล้วกลับแยกออกกว้างกว่าเดิม เธอตั้งคำถามกับตัวเองอีกครั้ง... หรือจริงๆ แล้วเธอไม่เหมาะกับใครเลย ไม่เหมาะกับความรัก และแม้แต่ความสำเร็จในหน้าที่การงาน
เสียงฝีเท้าหนักแน่นที่คุ้นเคยดังใกล้เข้ามา รินรดารีบปาดน้ำตาแต่ก็ไม่เร็วพอ
"ริน..." เสียงทุ้มต่ำของศิลาดังขึ้นข้างๆ เขาไม่เข้ามาใกล้จนเกินไปแต่ก็ไม่ทิ้งห่าง
"คุณควรจะกลับเข้าไปข้างในนะคะ นลินกำลังรออยู่" รินรดาตอบโดยไม่หันไปมอง
ศิลาถอนหายใจยาว ก่อนจะย่อตัวลงนั่งข้างๆ เขาเงียบไปนานจนเธอนึกว่าเขาจะเดินจากไป แต่แล้วเขากลับยื่นมือมาวางบนโต๊ะม้านั่งใกล้กับมือของเธอ แม้ไม่ได้สัมผัสกันโดยตรง แต่ความอบอุ่นจากไออุ่นของเขากลับทำให้หัวใจของเธอกระตุกไหว
"ฉันไม่ได้มองเห็นแค่เส้นสายในงานของเธอหรอกนะริน" ศิลาเอ่ยเสียงเบา ทว่ากังวานและเย้ายวนในความจริงจัง "ฉันเห็นความพยายามที่คนอื่นมองข้าม และฉันเห็น... ผู้หญิงที่เข้มแข็งที่สุดในชีวิตที่ฉันเคยรู้จัก"
เขายื่นมือมาเช็ดหยดน้ำตาที่ค้างอยู่บนแก้มของเธออย่างแผ่วเบา สัมผัสที่ร้อนผ่าวทำเอารินรดาใจสั่น เธอเงยหน้าขึ้นสบตาเขา แววตาของเขาในตอนนี้ไม่ได้ดูสุขุมนิ่งลึกเหมือนเคย แต่มันมีความโหยหาบางอย่างที่ทำให้เธอแทบลืมหายใจ
"แต่คำพูดของนลิน..."
"ลืมมันไปเสีย" ศิลาตัดบท "ถ้าเธอจะถอดใจเพราะคำพูดของคนที่ไม่รู้จักความหมายของคำว่า 'คุณค่า' ฉันคงต้องพิจารณาใหม่แล้วว่า ฉันเลือกคนไม่ผิดจริงๆ หรือเปล่า"
ในขณะที่บรรยากาศกำลังจะเปลี่ยนเป็นความใกล้ชิดที่เกินเลย ทันใดนั้นเสียงฝีเท้าอีกคู่หนึ่งก็ดังแทรกเข้ามาอย่างเร่งรีบ นลินเดินปรี่เข้ามาที่ระเบียงพร้อมด้วยโทรศัพท์ในมือ ใบหน้าของเธอดูตื่นตระหนกผิดจากท่าทีเย่อหยิ่งเมื่อครู่
"ศิลา! เกิดเรื่องแล้วค่ะ..." นลินชะงักเมื่อเห็นรินรดานั่งอยู่ใกล้กับชายหนุ่มเพียงลำพัง ก่อนจะรีบพูดต่อด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ "หุ้นของบริษัทเรากำลังถูกเทขายอย่างหนัก... และเอกสารโครงการใหม่ของคุณรินรดาทั้งหมด ถูกปล่อยหลุดออกไปอยู่บนหน้าสื่อออนไลน์ตั้งแต่นาทีที่เธอเดินออกจากห้องประชุมเมื่อกี้เลยค่ะ!"
รินรดาหน้าซีดเผือด เธอหันไปมองหน้าศิลาที่บัดนี้แววตาเปลี่ยนเป็นความเย็นเยียบราวกับน้ำแข็ง
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามมาถึงตอนนี้นะคะ หวังว่าทุกท่านจะคอยเป็นกำลังใจให้รินรดาผ่านพ้นอุปสรรคครั้งนี้ไปพร้อมๆ กับละอองดาวเดือนเก้านะคะ
เพรงจันทร์รัญจวนใจ•ตอนที่ 29
รอยร้าวในหัวใจ
ผลงานโดย ละอองดาวเดือนเก้า
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ละอองดาวเดือนเก้า)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เพรงจันทร์รัญจวนใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!