เพรงจันทร์รัญจวนใจ•ตอนที่ 28

พายุลูกใหญ่

ผลงานโดย ละอองดาวเดือนเก้า
“ดูเหมือนผมจะเข้ามาผิดจังหวะไปเสียหน่อย แต่ก็นะ... ภาพตรงหน้ามันช่างคุ้มค่าแก่การเห็นจริงๆ” เสียงทุ้มต่ำที่แฝงไปด้วยความเย้ยหยันของ ‘คุณพงษ์เทพ’ บิดาของศิลาดังขึ้นก้องอยู่ในห้องทำงานที่เงียบสงัดราวกับป่าช้า รินรดารู้สึกเหมือนเลือดในกายเย็นเฉียบ มือที่เคยเกาะกุมกับศิลาไว้แน่นค่อยๆ ถูกดึงออกช้าๆ อย่างไร้เรี่ยวแรง เธอไม่ได้กลัวคนตรงหน้า แต่เธอกลัว... กลัวว่าศิลาจะต้องตกที่นั่งลำบากเพียงเพราะผู้หญิงธรรมดาอย่างเธอ ศิลาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างสูงโปร่งบดบังร่างบางของรินรดาไว้มิด แววตาของเขาที่เคยมองเธอด้วยความอ่อนโยน เปลี่ยนเป็นความแข็งกร้าวและดุดันในทันทีที่จ้องมองบิดาของตน “พ่อมีธุระอะไรทำไมไม่แจ้งเลขาฯ ก่อนครับ” ศิลาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ทว่าแฝงไปด้วยแรงปะทะที่พร้อมจะระเบิดออกได้ทุกเมื่อ “ถ้าฉันแจ้ง เลขาฯ ของแกคงไม่มีวันปล่อยให้ฉันเห็นภาพบาดตานี่หรอก จริงไหม?” พงษ์เทพกวาดสายตาคมกริบมองผ่านไหล่ของลูกชายมายังหญิงสาวที่ยืนตัวสั่นอยู่เบื้องหลัง “สถาปนิกสาวผู้เปี่ยมไปด้วยพรสวรรค์... หรือแค่ผู้หญิงที่หวังจะปีนป่ายขึ้นมาให้สูงกว่าเดิมกันแน่?” คำพูดนั้นกรีดลึกลงไปในหัวใจของรินรดาจนเธอต้องเม้มปากแน่นจนห้อเลือด เธอไม่ได้ต้องการอะไรเลย นอกจากพื้นที่เล็กๆ ที่จะรักคนคนหนึ่งโดยไม่ต้องมีเงื่อนไข แต่ในโลกของศิลา ดูเหมือนว่าความรักคือสินค้าที่มีราคาที่ต้องจ่ายแพงเกินกว่าที่เธอจะรับไหว “เธอไม่ใช่คนแบบนั้น” ศิลาสวนกลับทันควัน เสียงของเขาหนักแน่นและเด็ดขาด “อย่าเอามาตรฐานของพ่อมาตัดสินใครในพื้นที่ของผม” “พื้นที่ของแกเหรอศิลา?” พงษ์เทพหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความอบอุ่นโดยสิ้นเชิง “งั้นลองดูสิว่าพื้นที่ที่แกภูมิใจนักหนา จะยังคงเป็นของแกได้อีกนานแค่ไหน ถ้าพรุ่งนี้ชื่อของเธอไปปรากฏบนหน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์ทุกฉบับ ในฐานะผู้หญิงที่ทำให้ซีอีโอหนุ่มผู้เพียบพร้อมเสียงานเสียการ” รินรดาหน้าซีดเผือดจนแทบจะหมดสติ เธอเงยหน้ามองแผ่นหลังกว้างของศิลา หัวใจเต้นรัวด้วยความกังวลไม่ใช่เพื่อตัวเอง แต่เป็นเพื่อเขา ทว่าก่อนที่สถานการณ์จะบานปลายไปมากกว่านั้น ประตูห้องทำงานถูกเปิดออกอีกครั้งโดยไม่ได้รับอนุญาต คราวนี้ ‘นลิน’ ก้าวเข้ามาพร้อมกับกลุ่มช่างภาพและนักข่าวที่ดูเหมือนจะถูกวางแผนมาเป็นอย่างดีจากใครบางคน เสียงแฟลชรัววับสาดกระทบดวงตาจนรินรดาต้องยกมือขึ้นป้องโดยสัญชาตญาณ “ศิลาคะ! เกิดอะไรขึ้นคะ ทำไมคนเยอะแยะแบบนี้...” นลินแสร้งทำเป็นตื่นตกใจ มือเรียวสวยของเธอรีบคว้าแขนของศิลาไว้ ท่าทางแสดงความเป็นเจ้าของอย่างแนบเนียน ก่อนจะหันไปมองรินรดาด้วยสายตาที่ซ่อนความสะใจไว้อย่างมิดชิด “ริน... เธอมาทำอะไรในห้องทำงานของคุณศิลาในเวลาแบบนี้คะ? หรือว่าข่าวลือที่ว่า...” นักข่าวรุมเร้าเข้ามาประชิดตัว ศิลาพยายามจะกันทุกคนออก แต่แสงแฟลชที่สาดเข้ามากระทบภาพของเขากับรินรดาที่ดูใกล้ชิดกันเกินกว่าความสัมพันธ์ของเจ้านายและลูกน้อง คือหลักฐานมัดตัวที่ดิ้นไม่หลุด “คุณศิลาครับ/คะ มีความสัมพันธ์เชิงชู้สาวกับพนักงานสถาปนิกในบริษัทจริงหรือไม่ครับ/คะ?” “เรื่องการหมั้นหมายกับคุณนลินที่เลื่อนออกไป เป็นเพราะมือที่สามใช่ไหมคะ?” คำถามพรั่งพรูออกมาไม่หยุดหย่อน ศิลากำหมัดแน่นจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปน เขาหันมามองรินรดาที่ยืนอยู่ตรงกลางพายุแห่งความวุ่นวาย แววตาของเขาเต็มไปด้วยความเจ็บปวดที่ปกป้องเธอไว้ไม่ได้ “ผมขอให้ทุกคนหยุด!” ศิลาตะโกนก้อง เสียงของเขาหยุดชะงักทุกคนได้ชั่วครู่ “เรื่องส่วนตัวของผม ผมจะเป็นคนจัดการเอง และรินรดาไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่พวกคุณกำลังพยายามโยง!” “ไม่เกี่ยวข้องงั้นเหรอคะศิลา?” นลินเอ่ยแทรกด้วยเสียงหวานทว่าเฉือนหัวใจ “หลักฐานมันเห็นอยู่เต็มตาขนาดนี้ คุณยังจะปกป้องเธอได้อีกนานแค่ไหนกันคะ?” รินรดาตัดสินใจเดินก้าวออกมาจากหลังร่างของศิลา แม้ขาของเธอจะสั่นเทาแต่แววตาของเธอกลับแน่วแน่ เธอรู้ดีว่าหากเธอยังหลบอยู่หลังเขา พายุนี้จะไม่มีวันสงบลง ศิลาหันมามองเธอด้วยความตกใจ ห้ามปรามด้วยสายตา แต่เธอเพียงแค่ส่งยิ้มบางเบาที่เต็มไปด้วยความเสียสละกลับไป “ดิฉันและคุณศิลา...” รินรดาเริ่มพูด เสียงของเธอดังชัดเจนท่ามกลางความเงียบที่เข้าครอบคลุม “เราไม่ได้...” “หยุดค่ะ ริน” นลินแทรกขึ้นมาทันที ราวกับรู้ว่าเธอจะพูดอะไร “ถ้าคุณจะปฏิเสธ ก็เตรียมคำอธิบายให้ดีนะคะ เพราะภาพที่ถ่ายได้เมื่อครู่... มันไม่ใช่แค่ภาพการทำงานธรรมดาหรอกค่ะ” รินรดาชะงัก คำพูดของเธอถูกกลืนหายไปในลำคอ เมื่อเธอมองเห็นนลินหยิบแท็บเล็ตขึ้นมาโชว์ภาพถ่ายมุมกล้องที่ถ่ายจากด้านนอกห้องทำงาน ภาพที่ทำให้ดูเหมือนศิลากำลังกอดจูบเธออย่างดูดดื่ม ซึ่งในความเป็นจริงมันเป็นเพียงแค่เหตุการณ์ที่ศิลาพยายามปลอบโยนเธอจากความตื่นตระหนกในตอนแรก ศิลาหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธจัด เขากำลังจะกระชากแท็บเล็ตนั้นจากมือนลิน แต่พงษ์เทพกลับขวางไว้ด้วยท่าทางใจเย็น “ข่าวจะลงหน้าหนึ่งในเช้าวันพรุ่งนี้” พงษ์เทพเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “ศิลา... แกมีทางเลือกสองทาง ทางแรกคือยอมรับเรื่องการหมั้นหมายกับนลินเพื่อกลบข่าวฉาวนี้เสีย หรือทางที่สอง... แกก็เสียทุกอย่างที่แกสร้างมา รวมถึงผู้หญิงที่แกพยายามปกป้องด้วย” ศิลานิ่งไป ความเงียบกดทับลงบนบ่าของเขาเหมือนภูเขาหนักอึ้ง เขาหันมาสบตารินรดา สายตาของเขามีทั้งความอาวรณ์ ความเจ็บปวด และความสับสนที่รุนแรง รินรดารู้ดีว่านี่คือจุดจบของความสัมพันธ์แบบลับๆ ของพวกเขา “ริน...” ศิลาเอ่ยชื่อเธอเบาๆ ราวกับจะกักเก็บความทรงจำสุดท้ายเอาไว้ รินรดาไม่ได้รอให้เขาตัดสินใจ เธอหันหลังเดินผ่านกลุ่มนักข่าวออกไป โดยไม่หันกลับมามองอีกเลย เธอไม่ต้องการให้เขาต้องเลือกในสิ่งที่ทำให้เขาเสียใจไปตลอดชีวิต แต่ในขณะที่เธอกำลังก้าวผ่านประตูห้องทำงานออกไป เสียงของนลินก็ดังไล่หลังมา ซึ่งทำเอาหัวใจของรินรดาร่วงลงไปถึงตาตุ่ม “เดี๋ยวสิคะริน...” นลินหัวเราะเบาๆ ในลำคอ “คุณยังไม่ได้ดูข่าวล่าสุดในมือถือเลยนะคะ... ไม่ใช่แค่เรื่องของคุณกับศิลาหรอก แต่เป็นเรื่องของครอบครัวคุณที่กำลังจะถูกตรวจสอบ... ขอบคุณที่ทำให้เรื่องมันง่ายขึ้นนะคะ ที่รัก” รินรดาสะดุดกึก ร่างกายชาวาบไปทั้งตัว เธอรีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูหน้าจอแจ้งเตือนที่เด้งขึ้นมานับสิบข้อความ ภาพถ่ายใบหน้าที่เปื้อนน้ำตาของพ่อเธอในข่าวพาดหัวหน้าเศรษฐกิจทำให้ลมหายใจเธอติดขัด... พายุลูกใหญ่นี้ไม่ได้พัดมาแค่ทำลายความรัก แต่มันกำลังพัดพาทุกอย่างที่เธอรักให้พินาศลงไปพร้อมกัน! ขอบคุณที่ร่วมเดินทางผ่านพายุลูกใหญ่ไปกับรินรดาและศิลานะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ ละอองดาวเดือนเก้า
สารจากนักเขียน (ละอองดาวเดือนเก้า)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เพรงจันทร์รัญจวนใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%