“คุณคิดว่าการถอยห่างของผม... จะเปลี่ยนให้คุณเป็นคนอื่นที่คู่ควรกับคนอย่างคุณนลินได้จริงๆ เหรอคะ รินรดา?”
ศิลาไม่ได้ตะโกน แต่น้ำเสียงที่ทุ้มต่ำและราบเรียบนั้นกลับบาดลึกลงไปในใจของรินรดาจนร้าวราน เขาขยับกายเข้ามาประชิดจนกลิ่นน้ำหอมไม้กฤษณาจางๆ ที่คุ้นเคยโอบล้อมเธอไว้ มือหนาเอื้อมมาคว้าข้อมือของเธอไว้เบาๆ ทว่าหนักแน่นด้วยเจตจำนงที่ต้องการรั้งไว้
รินรดาสูดลมหายใจเข้าลึก พยายามสะกดกลั้นหยาดน้ำใสที่รื้นขึ้นมาขอบตา เธอเลือกที่จะไม่มองหน้าเขา เพราะรู้ดีว่าหากสบตากับดวงตาคมกริบคู่นั้น ความตั้งใจที่ก่อตัวเป็นกำแพงสูงชันในใจเธอจะพังทลายลงทันที
“รินไม่ได้ทำเพื่อคนอื่นค่ะคุณศิลา... รินทำเพื่อคุณ” เธอตอบเสียงสั่น “โครงการแลนด์มาร์คของบริษัทคือความฝันของคุณ และความสัมพันธ์ของเรา... มันกำลังจะกลายเป็นอุปสรรคชิ้นใหญ่ที่สุดที่จะทำให้ทุกอย่างที่คุณสร้างมาต้องพังลง”
“ใครบอกคุณว่ามันคืออุปสรรค?” ศิลาเลิกคิ้ว สายตาของเขาจ้องมองราวกับจะมองให้ทะลุเข้าไปถึงวิญญาณ “สำหรับผม งานอาจสำคัญ แต่ถ้าชีวิตนี้ไม่มีคุณยืนอยู่ข้างๆ ความสำเร็จเหล่านั้นก็เป็นเพียงแค่กองอิฐที่ไร้ความหมาย”
รินรดากระตุกยิ้มที่มุมปากอย่างขมขื่น เธอค่อยๆ ดึงมือออกจากการเกาะกุมของเขาอย่างช้าๆ ทว่าเด็ดเดี่ยว “คำพูดของคุณมันช่างสวยหรูเสมอเลยนะคะ... แต่ความจริงคือคุณต้องแต่งงานกับนลิน เพื่อรักษาเสถียรภาพทางธุรกิจของครอบครัว รินไม่ใช่เด็กสาวที่เพ้อฝันถึงนิยายรักในวันทำงานอีกแล้วนะคะ รินรู้ว่าอะไรควรอยู่ตรงไหน และตอนนี้ที่ที่รินควรอยู่... คือการเดินออกไปจากชีวิตของคุณ เพื่อให้คุณได้คว้าสิ่งที่ควรจะเป็นของคุณมาครอง”
บรรยากาศในห้องทำงานกว้างขวางตึงเครียดจนแทบหายใจไม่ออก เสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานเบาๆ กลับกลายเป็นเสียงที่ดังลั่นในความเงียบงัน รินรดาวางเอกสารลาออกที่เตรียมไว้ตั้งแต่วันก่อนลงบนโต๊ะทำงานไม้โอ๊คตัวใหญ่ พื้นผิวของกระดาษนั้นดูหนักอึ้งราวกับภูเขาที่วางทับลงไป
ศิลาไม่ได้หันไปมองเอกสารแผ่นนั้น แต่สายตาของเขายังคงจ้องมองใบหน้าด้านข้างของหญิงสาวที่เขารักสุดหัวใจ ความเสียใจ ความโกรธ และความอาลัยอาวรณ์ตีรวนอยู่ในอก
“คุณตัดสินใจเองโดยไม่ถามผมเลยสักคำ” ศิลาแค่นหัวเราะ “คุณคิดว่าคุณเสียสละเพื่อผม แต่นี่มันไม่ใช่ความเสียสละรินรดา... มันคือการลงทัณฑ์ผมต่างหาก คุณกำลังตัดโอกาสที่เราจะเผชิญหน้ากับปัญหาไปด้วยกัน”
“รินไม่มีความกล้าพอที่จะเห็นคุณล้มเหลวเพราะรินหรอกค่ะ” รินรดาหันกลับมาสบตาเขาในที่สุด แววตาของเธอว่างเปล่าและเจ็บปวด “ถ้านี่คือการลงทัณฑ์ ก็ถือว่าคุณได้ชดใช้ให้กับการที่คุณก้าวเข้ามาในชีวิตรินตั้งแต่วันแรกแล้วกันนะคะ”
เธอหมุนตัวเตรียมจะเดินจากไป แต่ทว่าน้ำเสียงที่เยือกเย็นและคาดไม่ถึงของศิลากลับรั้งเธอไว้ในนาทีสุดท้าย
“ถ้าคุณเดินออกจากห้องนี้ไปโดยไม่หันกลับมา... พรุ่งนี้คุณจะไม่ได้เห็นโครงการที่คุณรักได้เริ่มต้นขึ้น เพราะผมจะยกเลิกมันทิ้งเสียตั้งแต่วินาทีนี้”
รินรดาหยุดชะงัก ฝีเท้าที่ก้าวไปข้างหน้าหยุดนิ่งสนิท มือของเธอกำเข้าหากันแน่นจนเล็บจิกเข้าไปในเนื้อ ความคิดของเธอตีกันจนยุ่งเหยิง หากเขาทำเช่นนั้นจริง ความทุ่มเทของทีมงานและตัวเธอเองนับปีก็จะสูญเปล่า แต่หากเธออยู่ต่อ เธอก็ต้องยอมตกเป็นเบี้ยล่างในเกมที่นลินวางหมากไว้อย่างแยบยล
เสียงเคาะประตูที่ดังขึ้นอย่างจงใจและก้าวก่ายทำให้บรรยากาศที่ตึงเครียดนั้นแตกสลายลง ก่อนที่บานประตูไม้บานใหญ่จะเปิดกว้างออกเผยให้เห็นร่างเพรียวบางของนลินที่ยืนยิ้มเยาะอยู่หน้าห้อง โดยมีแฟ้มเอกสารบางอย่างอยู่ในมือ เธอไม่ได้สนใจรินรดาเลยแม้แต่น้อย แต่สายตาของเธอกลับพุ่งตรงไปที่ศิลาด้วยความมั่นใจ
“ดูเหมือนว่าฉันจะเข้ามาในเวลาที่ไม่เหมาะสมนะคะศิ” นลินเอ่ยด้วยน้ำเสียงหวานหู “แต่บังเอิญว่าคุณพ่อเพิ่งได้รับเอกสารชิ้นสำคัญจากทางฝั่งคณะกรรมการตรวจสอบ... ซึ่งเอกสารชุดนี้ดูเหมือนจะระบุว่า 'สถาปนิกหลัก' ของโครงการคุณ มีประวัติที่ไม่โปร่งใสเกี่ยวกับผลประโยชน์ทับซ้อนนะคะ”
รินรดารู้สึกเหมือนโลกทั้งใบหมุนคว้าง ความจริงที่นลินพูดเป็นเรื่องโกหกที่ถูกแต่งขึ้นอย่างแนบเนียน เธอหันไปมองศิลา เห็นเขากำชับหมัดแน่นจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปน ความกลัวเข้าเกาะกุมหัวใจ ไม่ใช่กลัวในสิ่งที่นลินกล่าวหา แต่กลัวว่าศิลาจะเลือกปกป้องเธอด้วยวิธีที่ทำลายอนาคตของเขาเอง
ท่ามกลางสถานการณ์ที่บีบคั้น ศิลาค่อยๆ ก้าวเท้าออกจากโต๊ะทำงาน เดินผ่านหน้ารินรดาไปหยุดอยู่ตรงหน้านลิน เขาไม่แม้แต่จะมองเอกสารในมือเธอ แววตาของเขากลับนิ่งสนิทราวกับมหาสมุทรที่กำลังจะเกิดพายุใหญ่
“นลิน... คุณเพิ่งทำพลาดครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิต” ศิลาเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าทรงพลังจนคนฟังถึงกับชะงัก “เพราะตอนนี้ นอกจากผมจะไม่แต่งงานกับคุณแล้ว ผมยังมีหลักฐานชิ้นสำคัญที่จะทำให้บริษัทของคุณต้องกลายเป็นอดีตภายในเช้าวันพรุ่งนี้”
สิ้นคำพูดนั้น ศิลาก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วกดปุ่มเปิดลำโพง เสียงบันทึกสนทนาที่คุ้นหูระหว่างนลินและนักข่าวฉาวโฉ่ดังลั่นไปทั่วห้องทำงาน ทำให้นลินหน้าถอดสีทันทีที่ได้ยินเสียงตัวเองกำลังตกลงเรื่องการใส่ร้ายรินรดา รินรดายืนตัวแข็งทื่อ มองทั้งสองคนด้วยความตกใจ เธอไม่เคยรู้เลยว่าศิลาแอบเตรียมการรับมือเรื่องนี้ไว้เงียบๆ โดยที่ไม่บอกเธอเลยสักนิด ทว่าก่อนที่เหตุการณ์จะคลี่คลาย เสียงสัญญาณเตือนภัยจากระบบรักษาความปลอดภัยของตึกก็ดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วชั้น... ไฟฟ้าทั้งชั้นดับมืดลงเหลือเพียงความมืดมิดที่น่าสะพรึงกลัว!
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามเส้นทางความรักของรินรดาและศิลามาโดยตลอดนะคะ
ละอองดาวเดือนเก้า
เพรงจันทร์รัญจวนใจ•ตอนที่ 23
ความสับสนของรินรดา
ผลงานโดย ละอองดาวเดือนเก้า
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ละอองดาวเดือนเก้า)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เพรงจันทร์รัญจวนใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!