“คุณกำลังจะบอกว่า... เสียงในเทปนั่นมันไม่มีความหมายอะไรเลยงั้นหรือคะ นลิน”
ศิลาเอ่ยขึ้นท่ามกลางความมืดมิด เสียงของเขาราบเรียบจนน่ากลัว ในขณะที่รินรดายืนนิ่งราวกับรูปปั้น ดวงตาของเธอเบิกกว้างท่ามกลางแสงไฟฉุกเฉินสีส้มสลัวที่เริ่มกะพริบถี่ๆ รอบตัวพวกเขามีเพียงเสียงฝีเท้าของพนักงานที่วิ่งวุ่นอพยพออกไปทางบันไดหนีไฟ แต่ในห้องทำงานหรูชั้นบนสุดแห่งนี้ กลับมีเพียงความเงียบงันที่บีบคั้นราวกับจะสูบอากาศออกจากปอด
นลินทรุดตัวลงบนโซฟาหนังแท้ มือสั่นเทาขณะพยายามคว้ากระเป๋าถือของตัวเอง “มันเป็นการจัดฉากค่ะศิ คุณก็รู้ว่าเทคโนโลยีสมัยนี้มันตัดต่อกันได้ง่ายแค่ไหน!”
ศิลาไม่ตอบ เขาก้าวเดินไปหาเธอด้วยจังหวะที่มั่นคง แสงไฟจากโทรศัพท์ในมือเขาส่องกระทบใบหน้าคมสันที่เรียบเฉย ทว่าแววตานั้นเย็นเยียบกว่าน้ำแข็ง รินรดาเบือนหน้าหนี เธอไม่อยากเห็นภาพที่ศิลาต้องจัดการกับผู้หญิงคนนี้ แม้จะรู้ดีว่านลินสมควรได้รับมัน แต่ลึกๆ ในใจ เธอกลับรู้สึกถึง 'ช่องว่าง' ที่ขยายกว้างขึ้นระหว่างเธอกับเขา ศิลาไม่ได้บอกเธอเรื่องนี้... เขาจัดการทุกอย่างด้วยตัวเอง โดยไม่แม้แต่จะหันมามองหรือขอความร่วมมือจากเธอเลยสักนิด
“เรามีงานที่ต้องทำต่อ” เสียงของรินรดาดังขึ้น ตัดบทสนทนาที่กำลังเดือดพล่าน เธอหันกลับมาเผชิญหน้ากับทั้งสองคน แววตาของเธอว่างเปล่าและห่างเหิน “นลินคะ ออกไปได้แล้วค่ะ เรื่องกฎหมายทางบริษัทจะจัดการเอง ส่วนเรื่องงาน... ดิฉันขอให้มันจบลงตรงนี้”
นลินแค่นหัวเราะ พลางปาดน้ำตาที่ไม่ได้ไหลจริงออก “รินรดา เธอคงภูมิใจมากสินะที่ได้เห็นศิลาทำแบบนี้... แต่มันก็แค่เครื่องพิสูจน์ว่า เธอไม่ได้มีความสำคัญอะไรกับเขาเลย เขาแค่ไม่อยากให้ธุรกิจของเขาต้องมัวหมองเท่านั้นแหละ”
นลินเดินจากไปแล้ว ทิ้งไว้เพียงกลิ่นน้ำหอมฉุนกึกและบรรยากาศที่หนักอึ้ง ศิลายืนนิ่งอยู่ที่เดิม เขายังไม่ได้ปิดเสียงบันทึกที่ค้างคาอยู่ในโทรศัพท์ เสียงของนลินในเทปยังคงดังซ้ำไปซ้ำมา รินรดาเดินไปที่โต๊ะทำงานของตัวเอง เธอหยิบม้วนแบบแปลนที่ยังค้างคาอยู่ออกมาวาง แม้หัวใจจะเต้นแรงจนแทบจะทะลุออกมา แต่เธอก็ทำได้เพียงก้มหน้าก้มตาตรวจแก้เส้นสายบนกระดาษ
“ริน...”
เสียงเรียกของเขาแผ่วเบาและแหบพร่า รินรดาชะงักปลายดินสอ แต่ไม่ยอมเงยหน้าขึ้นมอง
“ดิฉันคิดว่าเราควรโฟกัสที่โปรเจกต์นะคะคุณศิลา กำหนดการส่งงานเลื่อนไม่ได้... และดิฉันก็ไม่อยากให้เรื่องส่วนตัวมาทำให้งานของบริษัทเสียหาย” เธอพูดโดยไม่ยอมเปิดช่องว่างให้เขาแทรก “คุณจัดการเรื่องนลินเรียบร้อยแล้ว ก็นับว่าเราบรรลุวัตถุประสงค์แล้วค่ะ”
ศิลาขยับตัวเข้ามาใกล้ กลิ่นกายสะอาดสะอ้านของเขาที่คุ้นเคยทำให้นิ้วของเธอสั่นเทา เขาวางมือลงบนขอบโต๊ะใกล้กับมือของเธอ ราวกับพยายามจะสื่อสารบางอย่าง แต่กลับไม่กล้าแตะต้องตัวเธอ “ผมไม่ได้ตั้งใจจะปิดบังเรื่องบันทึกเสียง แต่ผมแค่ไม่อยากให้มือของคุณต้องเปื้อน...”
“มือของดิฉันเปื้อนมานานแล้วค่ะ ตั้งแต่วันที่ดิฉันก้าวเข้ามาในโลกธุรกิจที่เต็มไปด้วยการหักหลัง” เธอเงยหน้าขึ้น ดวงตาคู่สวยสั่นไหวด้วยความน้อยใจที่ซ่อนไว้ภายใต้ความแข็งแกร่ง “คุณมองว่าดิฉันอ่อนแอหรือคะ ถึงต้องปกป้องดิฉันจากทุกอย่างแบบนี้?”
ศิลานิ่งงัน แววตาของเขาเปลี่ยนไปจากความสุขุมกลายเป็นความวูบไหวที่หาได้ยาก เขาถอนหายใจยาว ก่อนจะขยับตัวกลับไปนั่งที่เก้าอี้ทำงานของตนเอง “ถ้าคุณคิดว่านั่นคือสิ่งที่คุณต้องการ... เราก็มาทำงานกันเถอะ”
ความสัมพันธ์ที่เคยอุ่นร้อนกลับเย็นเยียบลงทันตาเห็น ทั้งคู่ก้มหน้าก้มตาทำงานโดยไม่มีบทสนทนาอื่นอีก นอกจากเรื่องรายละเอียดของวัสดุและงบประมาณ เสียงปากกาขีดเขียนบนกระดาษกลายเป็นเสียงเดียวที่ดังก้องอยู่ในห้องทำงานที่มืดมิด รินรดาพยายามจดจ่อกับงาน แต่ทุกครั้งที่สายตาเธอเหลือบไปเห็นเงาร่างของชายหนุ่มที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม เธอกลับพบว่าเขาไม่ได้ดูเหมือนกำลังทำงานอยู่เลย เขากำลังเฝ้ามองเธอ... เฝ้ามองผ่านความมืดที่กั้นกลางระหว่างเขาทั้งสอง
เวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ไม่มีใครทราบ จนกระทั่งสัญญาณไฟสำรองดับลงอีกครั้ง และครั้งนี้... ความมืดสนิทเข้าครอบคลุมอย่างสมบูรณ์
“ริน”
เสียงของเขาอยู่ใกล้หูเธอมาก ราวกับเขาข้ามโต๊ะทำงานมาหาเธอในจังหวะที่เธอไม่ทันตั้งตัว ลมหายใจอุ่นๆ รดอยู่ที่ข้างแก้มทำให้เธอสะดุ้งสุดตัว ทว่าก่อนที่เธอจะทันได้ขยับตัวหนี ศิลาก็คว้าข้อมือของเธอไว้แน่น แต่ไม่ได้กระชาก กลับเป็นการยึดไว้ด้วยความโหยหาอย่างชัดเจน
“คุณอาจจะคิดว่าผมทำเพื่อรักษาหน้าบริษัท” เขาพูดใกล้จนริมฝีปากแทบจะแตะผิวแก้มของเธอ “แต่คุณควรรู้ไว้... ทุกครั้งที่ผมจัดการนลินหรือใครก็ตามที่คิดจะทำร้ายคุณ มันไม่ได้เริ่มจากความรับผิดชอบในฐานะซีอีโอ แต่มันเริ่มจากความรู้สึกที่ผมไม่อาจยอมให้ใครมาทำลายความฝันหรือความภูมิใจของคุณได้... แม้แต่เรื่องที่เล็กน้อยที่สุดก็ตาม”
รินรดาหายใจติดขัด เธอพยายามจะชักมือออกแต่เขากลับบีบกระชับแน่นขึ้น
“ปล่อยค่ะ...” เธอเอ่ยเสียงสั่น
ทว่าทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนที่เดินเข้ามาในห้องทำงานก็ดังขึ้นพร้อมกับแสงไฟจากไฟฉายที่สาดส่องเข้ามา พวกเขาไม่ได้รับอนุญาตให้ใครขึ้นมาบนชั้นนี้ในเวลานี้ ศิลาผละออกจากรินรดาอย่างรวดเร็ว พร้อมกับดวงตาที่วาวโรจน์ด้วยความระแวดระวัง แต่เมื่อแสงไฟฉายส่องกระทบใบหน้าของผู้มาเยือน รินรดาก็ถึงกับหน้าถอดสีจนเย็นวาบไปทั้งร่าง
นั่นไม่ใช่พนักงานรักษาความปลอดภัย... แต่เป็นบุคคลที่ควรจะอยู่ห่างจากพวกเขาที่สุดในเวลานี้ และที่น่าตกใจยิ่งกว่า คือในมือของเขามีแฟ้มเอกสารบางอย่างที่รินรดาจำได้แม่นว่าเธอเพิ่งจะเก็บไว้ในลิ้นชักที่ล็อกกุญแจไว้อย่างดี!
ละอองดาวเดือนเก้าหวังว่าคุณรี้ดจะยังคงติดตามและร่วมลุ้นไปกับความสัมพันธ์ของเขาทั้งสองในตอนต่อไปนะคะ
เพรงจันทร์รัญจวนใจ•ตอนที่ 24
ช่องว่างที่ขยายกว้าง
ผลงานโดย ละอองดาวเดือนเก้า
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ละอองดาวเดือนเก้า)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เพรงจันทร์รัญจวนใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!