แฟ้มเอกสารปกหนังสีน้ำตาลเข้มเล่มนั้น ถูกวางลงบนโต๊ะทำงานกระจกใสเสียงดัง *ทึบ* สะท้อนความตึงเครียดที่แทบจะเชือดเฉือนอากาศในห้องให้ขาดวิ่น
รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ดวงตากลมโตภายใต้กรอบแว่นสายตาบางเบาเบนจากสันแฟ้มขึ้นสบกับดวงตาคมกริบของบุคคลที่ยืนอยู่เบื้องหน้า หัวใจของเธอเต้นกระหน่ำจนแทบจะทะลุตะ Wall ของซี่โครง ไม่ใช่เพราะความตกใจจากการบุกรุกยามวิกาล แต่เป็นเพราะ... กลิ่นกายคุ้นเคยที่ลอยปะปนมากับความเยือกเย็นของค่ำคืนนี้
ศิลา...
เขาไม่ได้ถอดเสื้อสูทออกเลยแม้แต่นิด เนคไทสีเทาเข้มยังคงผูกไว้อย่างเนี้ยบกริบ ทว่าเม็ดกระดุมเม็ดบนสุดถูกปลดออกอย่างไร้ระเบียบ เผยให้เห็นผิวเนื้อนวลเนียนช่วงลำคอและไหปลาร้าที่ไหวตามจังหวะการหายใจเข้าออก ลมหายใจของเขาอุ่นจัดและเจือกลิ่นแอลกอฮอล์จางๆ ผสมผสานกับน้ำหอมกลิ่นไม้กฤษณาอันเป็นเอกลักษณ์ มันเป็นความดิบเถื่อนที่ถูกกักเก็บไว้ภายใต้เปลือกนอกอันสุขุม ซึ่งไม่เคยปรากฏให้ใครเห็น... ยกเว้นเธอ
"คุณเข้ามาได้ยังไงคะ รินจำได้ว่าล็อกประตูห้องทำงานเรียบร้อยแล้ว" เสียงของรินรดาพยายามบังคับให้ราบเรียบและมั่นคงที่สุด ทว่าปลายนิ้วที่ประสานกันไว้บนตักกลับสั่นระริกจนต้องจิกเข้าหากันเพื่อระงับความกลัว
ศิลาไม่ตอบคำถามในทันที ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาประชิดโต๊ะทำงานของเธออย่างเชื่องช้า ราวกับเสือดาวที่กำลังต้อนเหยื่อเข้ามุมแคบ ทุกย่างก้าวของเขาสร้างแรงกดดันมหาศาลจนรินรดารู้สึกเหมือนอากาศในห้องนี้ถูกสูบออกไปจนหมดสิ้น
เขาวางมือหนาลงบนขอบโต๊ะ โน้มตัวลงมาหาเธอ ใบหน้าคมคายอยู่ห่างกันเพียงคืบ แววตาของซีอีโอหนุ่มในยามนี้ไม่มีความเย็นชาหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงประกายไฟสีเข้มที่ลุกโชนด้วยแรงปรารถนาอันดิบเถื่อนและ... ความโหยหาที่อัดอั้นมานานนับแรมเดือน
"ถ้าผมเข้าห้องทำงานของคนที่ผมคิดถึงแทบคลุ้มคลั่งไม่ได้... แล้วผมจะไปหาใครได้อีกละครับ ริน"
คำพูดนั้นสะท้อนเสียงทุ้มต่ำพร่าพร่า สะกิดหัวใจที่พยายามปิดตายของรินรดาให้สั่นไหวอย่างรุนแรง เธอเบือนหน้าหนีเล็กน้อยเพื่อหลบสายตาคู่นั้น สายตาที่มักจะทำให้เธอกลายเป็นผู้หญิงไร้เรี่ยวแรงทุกครั้งที่เข้าใกล้
"กรุณาให้เกียรติสถานะของเราด้วยค่ะ คุณศิลา... เราต่างก็มีเส้นที่ต้องรักษา นลินเธอกำลังจับตาดูเราอยู่ และแฟ้มนั้น..." รินรดากล้มมองแฟ้มเอกสารบนโต๊ะ "มันไม่ควรมาอยู่ตรงนี้ มันอยู่ในลิ้นชักที่ใส่กุญแจ..."
"กุญแจเหรอ?" ศิลาหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ฟังดูเย้ายวนและเย้ยหยันในคราวเดียวกัน นิ้วเรียวยาวของเขาเอื้อมแตะสันแฟ้มเอกสารนั้น แล้วค่อยๆ เลื่อนมันเข้ามาใกล้ตัวเธอมากขึ้น "รินคิดจริงๆ เหรอว่าแม่กุญแจดอกเล็กๆ จะขวางทางคนที่อยากได้ของสำคัญคืนได้... หรือรินจงใจลืมล็อกกันแน่ หืม?"
"คุณศิลา!" รินรดาตาดุใส่เขา ใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ ด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์และอารมณ์ที่ตีรวนในอก "รินไม่ใช่คนใจง่ายแบบนั้นนะคะ!"
"ผมรู้ว่ารินไม่ใช่... รินดื้อรั้น หัวแข็ง และชอบทำเป็นผลักไสผมตลอดเวลา" ศิลาขยับเข้ามาใกล้กว่าเดิม จนสะโพกของเธอดันติดพนักเก้าอี้ทำงาน ร่างสูงโน้มใบหน้าลงมาจนปลายจมูกโด่งคลอเคลียอยู่ข้างแก้มเนียน กลิ่นหอมสะอาดผสมกับความเร่าร้อนของเขาแผ่ซ่านเข้ามาห่อ
รินรดาตัวแข็งทื่อ ลมหายใจสะดุดกレイ สัมผัสอุ่นจากไอตัวของเขาแผ่ซ่านทะลุผ่านเนื้อผ้าชุดทำงาน ส่งผลให้ผิวเนื้อทุกตารางนิ้วในกายเกิดอาการขนลุกเกรียว ความโหยหาที่เธอพยายามกดทับเอาไว้ตลอดหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา พรั่งพรูทะลักออกมาเหมือนเขื่อนแตกในเสี้ยววินาทีนั้น
"ปล่อยนะคะ... ถ้าใครมาเห็นเข้า..." น้ำเสียงของเธอกลายเป็นกระซิบแผ่วเบา ไร้ซึ่งพลังในการต่อต้านอย่างสิ้นเชิง
"ไม่มีใครเห็นหดหรอก... ตึกนี้มีแค่เราสองคน" ศิลาเอ่ยเสียงพร่า ริมฝีปากหยักลึกเฉียดผ่านใบหูขาวสะอาดของเธออย่างจงใจ "รินก็รู้ว่าผมเหนื่อยแค่ไหนกับการวิ่งตามเกมของนลิน... และผมก็เหนื่อยเต็มทีกับการต้องทนทำเป็นไม่รู้สึกอะไรเวลาที่ต้องยืนมองรินอยู่ไกลๆ"
มือหนาข้างหนึ่งเอื้อมขึ้นมาประคองกรอบหน้าของเธอไว้อย่างทะนุถนอม ปลายนิ้วโป้งเกลี่ยไล้พวงแก้มแดงระเรื่ออย่างแผ่วเบา ดวงตาสีเข้มคู่นั้นมองลึกเข้ามาในดวงตาของเธอ สะท้อนภาพร่างของเธอที่กำลังสั่นเทิ้มด้วยแรงอารมณ์ รินรดาหลับตาลงช้าๆ ยอมจำนนต่อสัมผัสอันแสนคุ้นเคยและเย้ายวนใจนี้อย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง
เมื่อแพขนตางอนหนาปิดลง ศิลาก็ไม่รอช้าที่จะลดระยะห่างที่เหลืออยู่ ริมฝีปากอุ่นจัดทาบทับลงบนเรียวปากนิ่มของเธอทันที ความนุ่มนวลในคราแรกถูกแทนที่ด้วยความเรียกร้องและโหยหาอันลึกซึ้ง รินรดาเผยริมฝีปากออกเล็กน้อยตามสัญชาตญาณ ปล่อยให้ลิ้นร้อนของเขาแทรกซึมเข้าไปเกี่ยวพันกับความหวานล้ำภายในโพรงปาก ความเร่าร้อนที่แผดเผาเข้ามาทำให้สติสัมปชัญญะของเธอหลอมละลายกลายเป็นจุล
มือเรียวของเธอที่เคยพยายามผลักไส กลับเปลี่ยนเป็นยกขึ้นกำปกเสื้อสูทของเขาไว้แน่น ยึดเหนี่ยวร่างกายของตนเองไว้ไม่ให้ทรุดฮวบลงไปกับพื้น ศิลากอดกระชับเอวบางเข้าหาตัวจนแนบแน่น ไม่มีช่องว่างหลงเหลือให้อากาศแทรกผ่าน ความหอมหวานและรัญจวนใจในยามวิกาลนี้ทำให้ทั้งคู่ลืมสิ้นทุกสิ่งทุกอย่าง รอบตัวราวกับเหลือเพียงลมหายใจของกันและกัน
ทว่า... ในวินาทีที่ความวาบหวามกำลังพุ่งขึ้นสู่จุดสูงสุด เสียงฝีเท้าหนักหน่วงคู่หนึ่งก็ดังขึ้นแว่วๆ จากทางเดินด้านนอก... ใกล้เข้ามา... และหยุดลงที่หน้าประตูห้องทำงานของรินรดานี่เอง!
พรึบ!
ศิลาผละริมฝีปากออกอย่างรวดเร็ว ลมหายใจหอบกระชั้นเล็กน้อย ทว่าแววตาคมกริบกลับหันขวับไปมองที่ประตูห้องทันทีด้วยความระแวดระวัง รินรดารีบยกมือขึ้นเช็ดริมฝีปากที่บวมเจ่อของตัวเอง หัวใจหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่มเมื่อแสงไฟลอดผ่านกระจกฝ้าหน้าห้องเผยให้เห็นเงาร่างของใครบางคนกำลังเงื้อมมือขึ้น... และหมุนลูกบิดประตู!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและใจเต้นไปพร้อมกันในทุกๆ ตัวอักษรนะคะ ละอองดาวเดือนเก้าซาบซึ้งใจเสมอค่ะ
เพรงจันทร์รัญจวนใจ•ตอนที่ 25
ความเย้ายวนที่ห้ามใจไม่ไหว
ผลงานโดย ละอองดาวเดือนเก้า
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ละอองดาวเดือนเก้า)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เพรงจันทร์รัญจวนใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!