“คุณศิลาคิดจะทำอะไรคะ? การยกเลิกงานหมั้นกะทันหันในขณะที่นลินกำลังจัดเตรียมงานเลี้ยงเปิดตัวบริษัทร่วมกับทางครอบครัวคุณ... มันไม่ใช่แค่เรื่องของคนสองคน แต่มันคือหายนะทางธุรกิจ”
รินรดาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย หากทว่าแฝงความสั่นไหวเล็กน้อยในดวงตา เธอวางปากกาเขียนแบบในมือลงบนโต๊ะไม้โอ๊กตัวใหญ่ สายตาสบประสานกับนัยน์ตาสีเข้มของศิลาที่ยืนพิงกรอบหน้าต่างห้องทำงานของเขาอยู่
ชายหนุ่มไม่ได้ตอบในทันที เขานิ่งเงียบไปครู่ใหญ่ ปล่อยให้ความอึดอัดทำหน้าที่ของมัน รินรดาเห็นเพียงแผ่นหลังกว้างที่ตึงเครียดภายใต้เสื้อเชิ้ตสีขาวสะอาดตา ก่อนที่เขาจะหันกลับมาพร้อมรอยยิ้มจางๆ ที่ไม่ได้ส่งไปถึงดวงตา
“หายนะเหรอครับ... เอ้อ... รินคะ” เขาแก้คำแทนตัวอย่างรวดเร็วเมื่อเห็นคิ้วเรียวของเธอเลิกขึ้นเล็กน้อย “สำหรับผม สิ่งที่รินเรียกว่าหายนะ มันอาจจะเป็นทางรอดเดียวที่ทำให้ผมกลับมาเป็นคนเดิมได้อีกครั้ง”
ศิลาก้าวเดินเข้ามาใกล้จนได้กลิ่นน้ำหอมจางๆ ผสมกับกลิ่นอายความลึกลับของเขารอบกาย เขาหยุดลงตรงหน้าเธอ ระยะห่างระหว่างกันน้อยลงจนรินรดาต้องเผลอถอยหลังไปพิงโต๊ะทำงาน ก้อนเนื้อในอกซ้ายของเธอเต้นรัวเหมือนกลองที่ถูกรัวไม่เป็นจังหวะ
“คุณกำลังบอกว่าคุณจะทำลายทุกอย่าง เพียงเพราะต้องการอิสระงั้นหรือคะ” รินรดาถามพลางเบือนหน้าหนีสายตาคุกคามนั่น
“ไม่ใช่แค่อิสระ ริน...” ศิลาเอื้อมมือไปจับขอบโต๊ะ กักขังร่างบางไว้ในวงแขนของเขา “ผมแค่อยากมีชีวิตที่เลือกเองได้สักครั้งในชีวิต และที่สำคัญ... ผมไม่อยากให้ใครมาแทนที่ที่ควรจะเป็นของคนบางคน”
ประโยคกำกวมนั้นทำให้รินรดาต้องเงยหน้าขึ้นมอง ทว่าศิลาไม่ได้เปิดโอกาสให้เธอได้ซักถาม เขาก้มลงต่ำจนใบหน้าอยู่ห่างกันเพียงลมหายใจกั้น “นลินอาจจะคิดว่าเธอกุมหมากตัวสำคัญไว้ในมือ แต่เธอพลาดไปอย่างหนึ่ง เธอไม่รู้ว่าคนที่ผมเลือกให้เดินเกมด้วยจริงๆ คือใคร”
รินรดาเม้มปากแน่น ความรู้สึกอึดอัดใจตีรวนอยู่ในอก ทั้งความสงสาร ความเห็นใจ และความหวั่นไหวที่เธอพยายามกดทับมันไว้เสมอ “คุณศิลาคะ เราตกลงกันแล้วว่าเรื่องนี้จะไม่ข้ามเส้น... การที่คุณทำแบบนี้ คุณกำลังลากรินลงไปในกองเพลิงด้วยนะคะ”
ศิลาหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงนั้นทุ้มต่ำและสั่นสะเทือนไปถึงความรู้สึก “กองเพลิงที่ว่าน่ะ... ผมเตรียมทางออกไว้ให้เราแล้ว แต่รินต้องสัญญาว่าจะไม่หันหลังกลับไปมองความปลอดภัยจอมปลอมนั่นอีก”
เขายื่นมือไปเกลี่ยไรผมที่ปรกลงมาบนใบหน้าของเธอ สัมผัสนั้นเบาหวิวแต่กลับร้อนผ่าวไปทั่วผิวแก้ม รินรดารู้สึกเหมือนโลกทั้งใบกำลังหมุนคว้าง เธอรู้ดีว่าการยอมรับข้อเสนอของศิลาเท่ากับเป็นการก้าวข้ามผ่านความหวาดกลัวในอดีต แต่ความหอมหวานของสัมผัสและการมีอยู่ของเขาในตอนนี้กลับมีอำนาจมากกว่าเหตุผลใดๆ
ทันใดนั้น เสียงเคาะประตูห้องทำงานก็ดังขึ้นสองสามครั้ง ก่อนที่นลินจะผลักบานประตูเข้ามาโดยไม่รอคำอนุญาต ใบหน้าสวยเฉี่ยวของเธอบิดเบี้ยวด้วยความโกรธจัดเมื่อเห็นภาพตรงหน้า
“ทำอะไรกันคะ!” นลินตวาดลั่น กวาดสายตามองทั้งสองคนด้วยความเกลียดชัง “คุณศิคะ นลินได้ยินว่าคุณคุยกับคุณพ่อเรื่องยกเลิกงานหมั้น... นี่คือคำตอบที่นลินได้รับงั้นเหรอ? กับผู้หญิงคนนี้?”
รินรดาผละออกจากวงแขนของศิลาทันที ใบหน้าของเธอเปลี่ยนเป็นเย็นชาและนิ่งสนิทตามสัญชาตญาณของการป้องกันตัว แต่ศิลากลับไม่ขยับหนี เขายังคงยืนอยู่ที่เดิม เผชิญหน้ากับนลินด้วยสีหน้าเรียบเฉย ทว่าแววตากลับวาวโรจน์ไปด้วยความเด็ดขาด
“ใช่ครับนลิน ผมกำลังตัดสินใจเรื่องชีวิตของผม และผมเชื่อว่าคุณเองก็น่าจะรู้ดีว่าสิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างเรามันเป็นเพียงธุรกิจ ไม่ใช่หัวใจ”
นลินนิ่งงันไปครู่หนึ่งก่อนจะหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง “ธุรกิจเหรอ? ดี... งั้นถ้าคุณอยากเล่นเกมนี้ เรามาดูกันว่าระหว่างบริษัทของคุณกับผู้หญิงคนนี้... ใครกันแน่ที่จะพังพินาศก่อนกัน!”
นลินหมุนตัวเตรียมจะเดินออกไป แต่ก่อนจะพ้นประตู เธอก็หันกลับมามองรินรดาด้วยสายตาอาฆาต “คุณรินคะ... อย่าดีใจไปเลยที่คุณได้รับความสนใจจากคนที่มีแต่เปลือกอย่างเขา เพราะความลับที่ฉันกุมไว้น่ะ มันพร้อมจะทำให้ชีวิตอันแสนสงบสุขของคุณพังทลายลงในชั่วข้ามคืน!”
เสียงประตูปิดลงดังสนั่น ทิ้งให้รินรดายืนตัวแข็งทื่อ ศิลาพยายามจะก้าวเข้ามาหาเธอ แต่รินรดากลับถอยหลังหนี สายตาของเธอเต็มไปด้วยความหวาดหวั่นที่ฉายชัด “ความลับ? นลินหมายถึงอะไรคะคุณศิลา... คุณปิดบังอะไรฉันไว้อีก?”
ศิลาชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะถอนหายใจยาว “เรื่องนี้ผมอธิบายได้...”
เขายังไม่ทันพูดจบ เสียงโทรศัพท์ของรินรดาก็ดังแทรกขึ้นมา หน้าจอแสดงข้อความจากเบอร์แปลกที่ไม่ระบุชื่อ เมื่อเธอกดเปิดอ่าน มือที่ถือโทรศัพท์ก็สั่นระริกจนแทบจะร่วงหล่นลงพื้น
*“คุณคิดว่าคุณรู้จักศิลาดีพอแล้วเหรอ? ลองไปดูในตู้เซฟที่บ้านพักตากอากาศของเขาสิ แล้วคุณจะรู้ว่าเหตุผลที่เขาต้องการยกเลิกงานหมั้นจริงๆ คืออะไร และรินรดา... ใครกันแน่ที่เป็นต้นเหตุของโศกนาฏกรรมเมื่อห้าปีก่อน”*
รินรดาหน้าซีดเผือดจนไร้สีเลือด เธอเงยหน้ามองศิลาที่กำลังเดินเข้ามาใกล้ แต่ในวินาทีนี้นัยน์ตาที่เธอมองเห็นกลับดูแปลกไป ราวกับว่าศิลาที่เธอกำลังหลงรัก ไม่ใช่ศิลาคนเดียวกับที่เธอรู้จักมาตลอดห้าเดือนที่ผ่านมา
ศิลาชะงักเมื่อเห็นท่าทีที่เปลี่ยนไปของเธอ “ริน... เกิดอะไรขึ้น?”
รินรดาไม่ได้ตอบ เธอเพียงแต่ก้าวถอยหลังไปจนติดกำแพง และก่อนที่เธอจะเอ่ยปากถามความจริงที่น่าสะพรึงกลัวนั้น เสียงโทรศัพท์สายในของห้องทำงานก็ดังขึ้น เลขาหน้าห้องของศิลาแจ้งด้วยน้ำเสียงตื่นตระหนก “คุณศิคะ... มีตำรวจมาขอพบคุณค่ะ บอกว่าเป็นเรื่องคดีความที่ปิดไปแล้วเมื่อห้าปีก่อน...”
ศิลาหันไปมองประตูห้องทำงานที่กำลังจะถูกเปิดออกอย่างช้าๆ รินรดารู้สึกเหมือนลมหายใจของเธอขาดห้วงไปในทันที
ขอบพระคุณนักอ่านที่รักทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านบททดสอบอันโหดร้ายนี้ไปพร้อมกันนะคะ ละอองดาวเดือนเก้าสัญญาว่าจะมาสานต่อความเข้มข้นให้รี้ดเดอร์ได้ลุ้นกันต่อในตอนหน้านะคะ
เพรงจันทร์รัญจวนใจ•ตอนที่ 26
บททดสอบความอดทน
ผลงานโดย ละอองดาวเดือนเก้า
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ละอองดาวเดือนเก้า)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เพรงจันทร์รัญจวนใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!