“ผมพูดชัดเจนแล้วนะพ่อ ว่าเรื่องนี้ผมไม่ตกลง”
เสียงทุ้มต่ำของศิลาดังสะท้อนก้องภายในห้องทำงานส่วนตัวที่ตกแต่งด้วยไม้โอ๊คสีเข้ม แรงกดดันจากร่างสูงที่ยืนตระหง่านอยู่หลังโต๊ะทำงานทำให้นัยน์ตาคมกริบของเขาวาวโรจน์ด้วยความขัดเคือง เขาไม่ได้เพียงแค่ปฏิเสธ แต่เขากำลังต่อสู้กับโซ่ตรวนที่มองไม่เห็นซึ่งพันธนาการชีวิตเขามานานเกินไป
ท่านประธานใหญ่ หรือบิดาของเขา นั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้หนังตัวหรู ใบหน้าที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมามากเรียบเฉยจนน่ากลัว ท่านวางปากกาหมึกซึมลงช้าๆ เสียง ‘กริ๊ก’ ของมันดังก้องในความเงียบราวกับเสียงปืนที่เหนี่ยวไกเตรียมไว้
“ความชัดเจนของแก มันไม่ได้เปลี่ยนความจริงที่ว่าบริษัทเรากำลังต้องการพันธมิตรทางธุรกิจที่แข็งแกร่งที่สุดในเวลานี้” บิดาเอ่ยขึ้น น้ำเสียงเรียบเรื่อยแต่ทรงอำนาจ “นลินคือคนเดียวที่เหมาะสม ทั้งสถานะทางสังคมและสายสัมพันธ์ที่ครอบครัวเขาจะมอบให้เราได้ การหมั้นหมายครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ แต่มันคือการวางรากฐานของศิลาวรรณโฮลดิ้งส์ในทศวรรษหน้า”
“แต่มันคือชีวิตของผม พ่อกำลังขายความสุขของลูกชายตัวเองเพื่อแลกกับตัวเลขในบัญชีงบดุล” ศิลาแค่นยิ้มที่มุมปาก สายตาของเขามองออกไปนอกหน้าต่างบานใหญ่ที่เห็นแสงไฟระยิบระยับของกรุงเทพฯ ในยามค่ำคืน แต่ภาพที่เขาเห็นกลับมีเพียงแววตาไหวระริกของรินรดาที่เขาทิ้งไว้เบื้องหลังเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน
“ชีวิตของแก... ก็คือธุรกิจของตระกูลเรามาตั้งแต่เริ่ม” พ่อของเขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เดินมาหยุดตรงหน้าลูกชาย “แกคิดว่าการที่แกได้นั่งอยู่ตรงนี้ มีชีวิตที่สุขสบายเหนือคนอื่น เพราะอะไร? เพราะความเสียสละของบรรพบุรุษ อย่าปล่อยให้ความหลงใหลชั่วคราวกับผู้หญิงคนหนึ่งมาทำให้แกเสียงานใหญ่”
คำว่า ‘ผู้หญิงคนหนึ่ง’ เสียดแทงใจศิลาจนเขาเผลอกำหมัดแน่นจนสั่น เขานึกถึงรินรดา ผู้หญิงที่ทำให้กำแพงน้ำแข็งในใจเขาละลายลงจนหมดสิ้น เธอไม่ได้ต้องการอะไรจากเขาเลย นอกจากความจริงใจที่เขายังไม่กล้าพอจะมอบให้เธอเต็มร้อยเพราะความขลาดกลัวต่ออำนาจของตระกูล
“เธอไม่ใช่ผู้หญิงชั่วคราว” ศิลาสวนกลับ เสียงของเขาเบาแต่หนักแน่นด้วยความยืนกราน “และผมจะไม่ยอมเอาชีวิตไปผูกติดกับคนที่ผมไม่ได้รักเพียงเพื่อสนองความต้องการของพ่อ”
ขณะที่บรรยากาศกำลังบีบคั้นถึงขีดสุด เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นช้าๆ ก่อนที่ร่างระหงในชุดเดรสสีครีมเข้ารูปจะเดินเข้ามา นลินส่งยิ้มหวานหยาดเยิ้มมาให้ แต่สายตาของเธอกลับฉายแววผู้ชนะที่เหนือกว่า ศิลาขยับตัวถอยห่างจากจุดนั้นทันทีด้วยความอึดอัดที่แล่นพล่านอยู่ในอก
“คุณศิลาคะ” นลินเอ่ยเรียกพร้อมกับเดินเข้ามาใกล้ “นลินเพิ่งทราบข่าวเรื่องงานเลี้ยงการกุศลวันเสาร์นี้ คุณพ่อกับคุณท่านคงอยากให้เราไปปรากฏตัวพร้อมกันในฐานะ... คู่หมั้นอย่างเป็นทางการ ใช่ไหมคะ?”
คำพูดของนลินเหมือนมีดกรีดลงบนแผลเดิม ศิลาไม่ตอบ เขามองไปยังบิดาที่ยืนกอดอกรอฟังคำตอบด้วยสายตาคาดคั้น ความเงียบงันในห้องทำงานนี้เริ่มทำให้เขารู้สึกหายใจไม่ออก
ในวินาทีนั้นเอง เสียงโทรศัพท์มือถือของศิลาในกระเป๋ากางเกงก็สั่นขึ้น มันเป็นข้อความสั้นๆ จากรินรดาที่เขารอคอยมาตลอดบ่าย แต่เมื่อเขาหยิบมันขึ้นมาอ่าน หัวใจของเขาก็หล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม
*‘รินตัดสินใจแล้วค่ะศิ... รินขอลาออก และเราคงไม่ต้องเจอกันอีก เรื่องที่เกิดขึ้นระหว่างเรา ให้ถือว่ามันคือฝันร้ายที่ตื่นมาแล้วรินขอลืมไปให้หมดนะคะ’*
ความเจ็บปวดแล่นริ้วขึ้นมากลางอกจนเขารู้สึกเหมือนอากาศรอบตัวถูกสูบออกไปจนหมด นี่คือสิ่งที่เขากลัวที่สุด ความพยายามที่จะกั้นกำแพงของเขาพังทลายลงแล้วจริงๆ แต่ทว่ามันกลับพังลงมาทับถมตัวเขาให้จมดิ่งลงสู่ความมืดมิด
ศิลาเงยหน้าขึ้น มองสลับระหว่างใบหน้าเปี่ยมสุขของนลินกับความเย็นชาของบิดา เขาไม่มีทางเลือกเหลืออยู่เลย หรือจริงๆ แล้วเขาก็แค่คนขี้ขลาดที่ไม่อาจปกป้องคนที่เขารักได้เลยสักครั้ง
“ว่ายังไงล่ะศิลา” บิดาถามย้ำ กดดันด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยอำนาจ “แกจะยอมตกลง แล้วให้ทุกอย่างเป็นไปตามครรลองที่ควรจะเป็น หรือจะดื้อรั้นจนทำให้ทุกอย่างพังพินาศไปพร้อมกับผู้หญิงคนนั้น”
ศิลาสูดลมหายใจเข้าลึก มือที่กำสมาร์ทโฟนไว้แน่นจนสั่นเทา เขารู้ดีว่าหากเขาเดินออกไปตอนนี้ รินรดาจะหายไปจากชีวิตเขาตลอดกาล แต่หากเขาอยู่ที่นี่... เขาก็ต้องยอมสวมแหวนพันธนาการกับนลินเพื่อรักษาทุกอย่างไว้
ชายหนุ่มหลับตาลงนิ่งนาน ความเงียบในห้องนั้นกดดันจนแทบจะหยุดหายใจ ก่อนที่เขาจะค่อยๆ ลืมตาขึ้น แววตาของเขาเปลี่ยนไป มันไม่ได้มีความเย้ายวนหรือสุขุมแบบที่เคยเป็น แต่มันกลับว่างเปล่าและเย็นชาจนแม้แต่นลินยังต้องชะงัก
“ได้ครับ” เขาตอบเสียงราบเรียบจนน่าใจหาย “ผมจะไปงานนั้น... กับคุณ”
ทว่า ทันทีที่เขารับปาก เสียงโทรศัพท์สายตรงในห้องทำงานของบิดาก็ดังขึ้นขัดจังหวะ ทุกคนหันไปมองเป็นตาเดียว และเมื่อท่านประธานรับสาย ใบหน้าของเขาก็เปลี่ยนสีไปในทันที
“อะไรนะ! แกกำลังจะบอกว่าเกิดเรื่องใหญ่ที่ไซต์งานก่อสร้างโครงการเรือธงงั้นเหรอ!” บิดาสบถออกมาพร้อมกับใบหน้าที่ถอดสี “รินรดา... ผู้หญิงคนนั้นเพิ่งจะลาออกไป แต่ทำไมถึงมีข่าวว่าเธอกำลังจะเปิดโปงความลับเรื่องวัสดุที่ไม่ได้มาตรฐานของเราต่อหน้าสื่อในวันพรุ่งนี้!”
ศิลาเบิกตากว้าง ความหนาวเหน็บแล่นปราดไปทั่วร่าง เมื่อเขารู้ดีว่าสิ่งที่รินรดาจะทำ ไม่ใช่แค่การลาออก แต่มันคือการประกาศสงครามกับเขาและตระกูลของเขาอย่างไม่มีวันหวนกลับ
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับความเจ็บปวดและหัวใจที่สับสนของศิลาและรินรดานะคะ ละอองดาวเดือนเก้าซาบซึ้งใจเสมอค่ะ
เพรงจันทร์รัญจวนใจ•ตอนที่ 22
ครอบครัวที่กดดัน
ผลงานโดย ละอองดาวเดือนเก้า
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ละอองดาวเดือนเก้า)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เพรงจันทร์รัญจวนใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!