"อย่ามองแบบนั้น... ถ้าคุณยังไม่พร้อมจะรับผิดชอบผลของมัน"
น้ำเสียงของรินรดาสั่นพร่า ทว่าแววตาของเธอกลับไม่ได้ถอยหนี เธอวางแก้วไวน์ราคาแพงลงบนโต๊ะไม้โอ๊กตัวเตี้ย เสียงกระทบกันของแก้วคริสตัลดังกังวานท่ามกลางความเงียบงันของห้องทำงานส่วนตัวบนเพนท์เฮาส์ชั้นสูงสุด ศิลาไม่ได้ตอบในทันที เขายังคงยืนพิงขอบหน้าต่างบานใหญ่ที่มองเห็นแสงไฟระยิบระยับของกรุงเทพฯ ยามค่ำคืน แต่สายตาของเขากลับตรึงไว้ที่ใบหน้าเนียนใสของหญิงสาวตรงหน้า
"ความรับผิดชอบเหรอครับ... เอ่อ หมายถึง... ความรับผิดชอบแบบไหนที่คุณกำลังพูดถึงกันแน่" ศิลาเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ แฝงไปด้วยความหยอกเย้าที่สั่นประสาทคนฟัง
รินรดาแค่นยิ้ม มุมปากของเธอโค้งขึ้นเพียงเล็กน้อย เธอขยับกายลุกขึ้นยืน ความสูงของรองเท้าส้นสูงทำให้เธอดูสง่างามยิ่งขึ้นในชุดเดรสผ้าไหมสีนวลที่ขับเน้นสรีระนุ่มนวล "ความรับผิดชอบต่อเวลาที่เราเสียไปกับการ... หนีความจริงไงคะ"
ศิลาขยับตัวเข้ามาใกล้ จังหวะการก้าวเท้าของเขาเชื่องช้าทว่าหนักแน่นราวกับพยัคฆ์ที่กำลังต้อนเหยื่อให้จนมุม กลิ่นน้ำหอมไม้ซีดาร์ผสมกลิ่นจางๆ ของยาสูบพรีเมียมโชยมากระทบจมูกของรินรดา ทำให้หัวใจดวงน้อยเต้นผิดจังหวะจนแทบจะหลุดออกมาจากอก เขาทิ้งตัวนั่งลงบนโซฟาข้างๆ เธอ ก่อนจะเอื้อมมือไปปัดเส้นผมที่ตกลงมาปรกใบหน้าของเธออย่างแผ่วเบา สัมผัสที่ปลายนิ้วของเขาทำให้รินรดารู้สึกเหมือนมีกระแสไฟแล่นผ่าน
"คืนนี้ไม่มีนลิน ไม่มีปัญหางานที่ค้างคา ไม่มีพันธะที่ครอบครัวผมสร้างขึ้น" เขาพึมพำชิดริมฝีปากเธอ "มีแค่ผมกับคุณ... เราลืมโลกใบนั้นไปสักพักไม่ได้เหรอ"
รินรดากลั้นหายใจ เธอรู้ดีว่านี่คือกับดักที่เย้ายวนที่สุดเท่าที่เธอเคยเจอ ความอบอุ่นจากฝ่ามือของเขาที่ประคองแก้มนวลของเธอไว้ทำให้เกราะป้องกันที่เธอสร้างขึ้นตลอดหลายปีพังทลายลง ความเศร้าหมองจากอดีตที่เคยกัดกินหัวใจดูเหมือนจะเลือนหายไปในชั่วขณะ เธอเลือกที่จะไม่พูดอะไรอีกต่อไป แต่กลับเลือกที่จะเอนศีรษะลงบนไหล่กว้างของเขาอย่างยอมจำนน
ความเงียบในห้องถูกแทนที่ด้วยเสียงลมหายใจที่ประสานกันเป็นจังหวะ ศิลาโอบกอดเธอไว้แน่น ราวกับว่าหากเขาคลายมือเพียงนิด รินรดาจะหายไปกับอากาศธาตุ ความอ่อนโยนที่เขาหยิบยื่นให้ในค่ำคืนนี้ช่างแตกต่างจากภาพลักษณ์ซีอีโอที่แข็งกร้าว ราวกับเขาเป็นเพียงผู้ชายคนหนึ่งที่โหยหาความรักและที่พักใจในยามที่โลกภายนอกดูบีบคั้นเกินทน
"คุณเคยเชื่อเรื่องโชคชะตาไหม" ศิลาถามพลางไล้นิ้วหัวแม่มือบนโหนกแก้มเธอ "ผมเคยคิดว่าชีวิตคือกระดานหมากรุกที่ต้องเดินให้ถูกช่องเพื่อเอาชนะ แต่พอมีคุณเข้ามา... ผมกลับอยากจะทำลายกระดานทิ้ง แล้ววิ่งไปให้ไกลจากทุกอย่างที่ใครๆ กำหนดไว้"
"คุณก็แค่เหนื่อย... ศิลา" เธอตอบพลางเงยหน้ามองดวงตาคมเข้มคู่นั้น "คนเราทุกคนต่างมีวันที่อยากจะทิ้งทุกอย่างไว้ข้างหลัง แล้วใช้ชีวิตตามใจตัวเองบ้าง ไม่ใช่เรื่องผิดหรอกค่ะ"
คำพูดของเธอเหมือนน้ำทิพย์ที่ชโลมใจที่แห้งผากของเขา ศิลาโน้มใบหน้าลงมา ประทับจูบแผ่วเบาที่หน้าผากมน ก่อนจะเลื่อนลงมาที่ปลายจมูกรั้น เป็นจูบที่เปี่ยมไปด้วยความโหยหาและความปรารถนาดีที่แฝงความร้อนแรงไว้ภายใต้การกระทำที่นุ่มนวล ในห้องนี้ไม่มีใครคือซีอีโอที่ต้องแบกรับภาระบริษัท และไม่มีใครคือสถาปนิกที่ต้องเก็บตัวปิดกั้นหัวใจ มีเพียงสองร่างที่แสวงหาไออุ่นให้แก่กันเพื่อต่อลมหายใจให้ผ่านพ้นค่ำคืนอันยาวนาน
เขาลุกขึ้นยืนและจูงมือเธอไปยังระเบียงส่วนตัว สายลมเย็นพัดผ่านร่างของทั้งคู่ แต่ไม่มีใครรู้สึกหนาวเหน็บ รินรดามองดูศิลาที่กำลังยิ้มออกมาจากใจจริงเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เธอรู้จักเขา ความสดใสชั่วคราวนี้ทำให้เธอลืมเลือนความกังวลใจเรื่องนลินไปเสียสนิท ราวกับว่านี่คือห้วงเวลาที่หยุดหมุนเพื่อพวกเขาเพียงลำพัง
"ถ้าพรุ่งนี้เช้า... โลกความจริงยังรอเราอยู่ ผมอยากให้รู้ว่าคืนนี้ผมมีความสุขที่สุด" เขาเอ่ยขึ้นท่ามกลางแสงดาวที่พร่างพราว
รินรดาบีบมือเขาแน่น เธอเองก็ไม่อยากจะจินตนาการถึงเช้าวันรุ่งขึ้นเช่นกัน เพราะเธอกลัวว่าความสุขที่ถือไว้นี้จะหลุดลอยไปเหมือนควันไฟ
ทว่าในขณะที่ทั้งคู่กำลังดื่มด่ำกับบรรยากาศอันแสนหวาน เสียงสัญญาณโทรศัพท์มือถือของศิลาก็ดังขึ้นทำลายความเงียบ เขาไม่ได้หันไปมองในทันที แต่รินรดาสังเกตเห็นสีหน้าของเขาที่เปลี่ยนไปเพียงเสี้ยววินาทีเมื่อเห็นชื่อบนหน้าจอ เธอปล่อยมือจากเขาโดยอัตโนมัติเมื่อเห็นแววตาที่เริ่มเปลี่ยนเป็นความกังวล
ศิลารับสาย เสียงปลายสายที่ดังลอดออกมาแม้จะเบาแต่ก็ชัดเจนพอที่จะทำให้รินรดารู้สึกถึงความหนาวเหน็บที่แล่นเข้าสู่ขั้วหัวใจ "ศิ... คุณอยู่ที่ไหนคะ พ่อฉันกำลังจะเข้าไปหาคุณที่บริษัทตอนนี้เลย เรื่องการหมั้นของเรา... มันต้องจบลงในคืนนี้ค่ะ"
ศิลาหันกลับมามองรินรดาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเสียใจและคำขอโทษที่ไม่ได้เอ่ยออกมา เขาเพิ่งจะตระหนักได้ว่ากำแพงที่เขาพยายามกั้นไว้ไม่ให้โลกภายนอกรุกล้ำเข้ามานั้น บัดนี้มันได้พังทลายลงโดยสมบูรณ์แล้ว
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับความรักของรินรดาและศิลาในบทนี้ด้วยกันนะคะ หวังว่าความอบอุ่นนี้จะส่งไปถึงใจรี้ดทุกคนจากใจของละอองดาวเดือนเก้าค่ะ
เพรงจันทร์รัญจวนใจ•ตอนที่ 21
วันที่ทุกอย่างสดใส
ผลงานโดย ละอองดาวเดือนเก้า
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ละอองดาวเดือนเก้า)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เพรงจันทร์รัญจวนใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!