“ถ้าคุณคิดว่าการถอยออกมาจะทำให้ทุกอย่างจบลง คุณกำลังประเมินความเห็นแก่ตัวของนลินต่ำเกินไปนะคะศิลา”
น้ำเสียงราบเรียบของนลินดังก้องอยู่ในห้องทำงานส่วนตัวที่ตอนนี้ดูโล่งตาไปถนัดตา ศิลาไม่ได้เงยหน้ามองคู่สนทนา เขายังคงง่วนอยู่กับการจัดวางกระถางต้นไม้เล็กๆ และอุปกรณ์วาดแปลนฉบับร่างบนโต๊ะไม้โอ๊กตัวใหม่ในสตูดิโอขนาดกะทัดรัดใจกลางเมือง
ศิลาวางกรรไกรตัดแต่งกิ่งลง ก่อนจะหันมามองหญิงสาวด้วยสายตาที่สงบนิ่งจนน่ากลัว “นลินครับ... ที่นี่ไม่ใช่บริษัทที่คุณจะมาสั่งการใครได้ อีกอย่าง ผมไม่ได้ถอยเพื่อหนี แต่นี่คือชีวิตที่ผมเลือกเอง”
นลินแค่นหัวเราะ เสียงส้นสูงของเธอกระทบพื้นไม้ดังเป็นจังหวะที่น่ารำคาญใจ เธอเดินวนรอบโต๊ะทำงานของเขา สายตากวาดมองความเรียบง่ายที่ศิลาจงใจสร้างขึ้นเพื่อเป็นเกราะกำบังจากโลกธุรกิจที่แสนโหดร้าย “ชีวิตที่เลือกเอง? หรือชีวิตที่พยายามหนีจากรอยมลทินที่คุณก่อไว้กับรินรดา? อย่าลืมสิว่าถ้าข่าวที่คุณยอมสละตำแหน่งซีอีโอเพื่อมาเปิดร้านรับออกแบบสวนเล็กๆ นี่หลุดออกไป หุ้นในบริษัทตระกูลคุณจะดิ่งลงเหวแค่ไหน”
ศิลาขยับยิ้มที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้มาพร้อมกับความโกรธเกรี้ยว แต่มันดูเย็นชาและห่างเหินกว่าทุกครั้ง “ถ้าผมพัง... คุณก็ไม่มีคนมาคอยเป็นฉากหน้าให้ควงออกงานอีกต่อไปนะครับคุณนลิน เชิญกลับไปเถอะ ก่อนที่ผมจะลืมมารยาทที่เคยมีต่อคุณไปจนหมดสิ้น”
เมื่อนลินจากไปพร้อมกับแรงกระแทกของประตูที่ดังสะเทือนไปถึงหัวใจ ศิลาทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ไม้ตัวเก่าที่เขาตั้งใจเลือกมาเอง เขายกมือขึ้นลูบหน้าเบาๆ ความเหนื่อยล้าจากการต่อสู้กับคนในครอบครัวมาตลอดหลายเดือนเริ่มรุมเร้า แต่เมื่อเขามองไปที่หน้าต่างกระจกใสที่สะท้อนเงาของร้านเล็กๆ แห่งนี้ หัวใจของเขาก็กลับมาเต้นเป็นจังหวะที่มั่นคงอีกครั้ง
ที่นี่... คือพื้นที่ที่เขาเตรียมไว้ให้ ‘รินรดา’ โดยเฉพาะ
เขารู้ดีว่ารินรดาเป็นคนอย่างไร เธอรักสันโดษ เกลียดการถูกบงการ และที่สำคัญที่สุดคือเธอระแวงในความรักมากเกินกว่าจะเปิดใจให้ใครได้โดยง่าย แต่ศิลาก็ไม่เคยย่อท้อ เขาเลือกที่จะเริ่มต้นจากงานเล็กๆ งานที่ไม่ได้ใช้เงินก้อนโตมาซื้อความสุข แต่ใช้ความใส่ใจค่อยๆ ก่อร่างสร้างตัวขึ้นมาใหม่ เพื่อพิสูจน์ให้เธอเห็นว่า ผู้ชายที่เคยเป็นซีอีโอผู้เย่อหยิ่งคนนั้น ได้ตายไปพร้อมกับความทะเยอทะยานที่ไร้ค่าแล้ว
เขามองนาฬิกาบนผนัง บ่ายสามโมงตรง... เป็นเวลาที่เขานัดเธอไว้
ศิลาลุกขึ้นเดินไปจัดวางดอกไม้ที่รินรดาชอบไว้ในแจกันเซรามิกที่เขาไปเลือกซื้อมาด้วยตัวเอง เขาไม่ต้องการให้เธอเห็นเขาในฐานะคนที่ต้องการเอาชนะใจเธอด้วยอำนาจ แต่เขาต้องการให้เธอเห็นเขาเป็นเพียง ‘ศิลา’ คนธรรมดาที่พร้อมจะหยุดพักข้างๆ เธอในวันที่โลกภายนอกมันโหดร้ายเกินไป
เสียงกระดิ่งหน้าร้านดังกริ๊งเบาๆ
ลมหายใจของศิลาสะดุดไปชั่วขณะ เขาสูดหายใจลึกเพื่อเรียกสติก่อนจะเดินออกไปที่หน้าร้าน แต่ทว่า เงาร่างที่ยืนอยู่ตรงนั้นไม่ใช่รินรดาอย่างที่เขาเฝ้ารอคอย หากแต่เป็นพนักงานส่งเอกสารในชุดยูนิฟอร์มสีซีดที่ยืนก้มหน้าก้มตาถือซองจดหมายสีขาวสะอาดตา
“คุณศิลาครับ มีคนฝากจดหมายฉบับนี้มาให้ครับ... เขาบอกว่าให้ยื่นให้ถึงมือคุณเพียงคนเดียวเท่านั้น”
ศิลารับซองจดหมายนั้นมา หัวใจของเขาเต้นรัวอย่างประหลาด เขาแกะซองออกด้วยมือที่สั่นเทาเพียงเล็กน้อย กระดาษโน้ตด้านในมีเพียงลายมือคุ้นตาที่เขาจดจำได้ดี... ลายมือของรินรดา
*‘ศิลา... ขอบคุณสำหรับทุกอย่างที่ตั้งใจทำให้ แต่บางทีความรักที่สวยงาม ไม่จำเป็นต้องเริ่มต้นในที่ที่พังทลายลงไปแล้ว ขอให้คุณมีความสุขกับชีวิตใหม่นะคะ... ลาก่อน’*
ศิลาขยำกระดาษในมือนั้นจนยับยู่ยี่ เขารีบก้าวออกไปนอกร้านทันที สายตาเขามองไปรอบถนนที่ว่างเปล่า ท่ามกลางบรรยากาศยามเย็นที่พระอาทิตย์กำลังลับขอบฟ้า เขาเห็นรถสปอร์ตคันคุ้นตาขับผ่านหัวมุมถนนไปอย่างรวดเร็ว
ทว่า... สิ่งที่ทำให้ศิลาถึงกับชะงักงันจนตัวแข็งทื่อ ไม่ใช่การจากไปของรินรดา แต่เป็นร่างของ ‘ใครบางคน’ ที่ก้าวลงมาจากรถคันนั้นในจังหวะที่มันชะลอตัวลง... คนที่เขาคิดว่าจากไปตั้งนานแล้ว คนที่เป็นจุดเริ่มต้นของฝันร้ายทั้งหมดในชีวิตเขา
รินรดาไม่ได้มาคนเดียว... และเธอกำลังกุมมือของผู้ชายคนนั้นแน่นในขณะที่หันมามองที่ร้านของเขาด้วยสายตาที่ว่างเปล่าที่สุดเท่าที่เขาเคยเห็นมา
ละอองดาวเดือนเก้าหวังว่าตอนที่ 33 นี้จะทำให้หัวใจของทุกคนเต้นแรงไปพร้อมกับความลุ้นระทึกนะคะ ขอบคุณที่ร่วมเดินทางและส่งกำลังใจให้กันเสมอค่ะ
เพรงจันทร์รัญจวนใจ•ตอนที่ 33
ศิลากับชีวิตใหม่
ผลงานโดย ละอองดาวเดือนเก้า
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ละอองดาวเดือนเก้า)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เพรงจันทร์รัญจวนใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!