"คุณจำมันได้ใช่ไหมคะ... คืนนั้นที่โรงแรมเพนนินซูล่า"
เสียงของรินรดาสั่นพร่าเกินกว่าจะควบคุมได้ เธอไม่ได้ถามเพื่อหาคำตอบ แต่ถามเพื่อยืนยันว่าโลกทั้งใบของเธอกำลังพังทลายลงตรงหน้า ภาพถ่ายในหน้าจอโทรศัพท์ที่ศิลาเผลอเปิดทิ้งไว้เมื่อครู่ยังคงติดตา มันคือหลักฐานมัดตัวชั้นดีว่าสิ่งที่เธอคิดว่าเป็นเพียง 'ความฝันอันเลือนราง' แท้จริงแล้วคือ 'ความจริงอันน่าหวาดหวั่น' ที่ถูกปิดตายมาตลอดสามปี
ศิลานิ่งไป เขายืนจังก้าอยู่กลางห้องทำงานขนาดใหญ่ บรรยากาศรอบกายเขาราวกับถูกแช่แข็ง ดวงตาคมคริสตัลคู่นั้นที่มักจะนิ่งสงบดั่งผิวน้ำ กลับกำลังไหวระริกราวกับมีพายุหมุนอยู่ภายใน เขาไม่ปฏิเสธ แต่มือหนากลับเอื้อมมาคว้าโทรศัพท์ไปปิดอย่างรวดเร็ว ก่อนจะขยับตัวเข้ามาใกล้จนรินรดาต้องถอยกรูดไปชนกับโต๊ะทำงาน
"ริน... ฟังผมก่อน" น้ำเสียงของเขาแหบพร่า เป็นน้ำเสียงที่เขาไม่เคยใช้กับใคร ทว่ารินรดาในเวลานี้ไม่ได้ต้องการฟังคำแก้ตัว
"เราต้องไปไซต์งานที่เชียงรายไม่ใช่เหรอคะ?" เธอตัดบทด้วยน้ำเสียงที่พยายามดึงความเยือกเย็นกลับมาสวมใส่เป็นเกราะกำบัง "ดิฉันขอตัวไปเตรียมตัวก่อนนะคะ ส่วนเรื่องนี้... เอาไว้เราค่อยคุยกันหลังจากงานจบแล้วกันค่ะ"
เธอหมุนตัวหนี ทว่าศิลาคว้าข้อมือเธอไว้เบาๆ ทว่ามั่นคง ความร้อนจากฝ่ามือเขาซึมผ่านผิวเนื้อจนใจเธอสั่นไหว มันไม่ใช่ความเกลียดชัง แต่มันคือความสับสนที่น่ากลัวกว่านั้นมาก
"เราจะไปกันตอนนี้เลย" เขาประกาศสั้นๆ โดยไม่เปิดโอกาสให้เธอปฏิเสธ
---
การเดินทางสู่เชียงรายเป็นไปอย่างเงียบเชียบ รถเอสยูวีคันหรูแล่นไปบนถนนลาดยางท่ามกลางทิวทัศน์สองข้างทางที่เปลี่ยนจากตึกสูงเป็นสีเขียวขจีของขุนเขา รินรดานั่งมองออกไปนอกหน้าต่างตลอดทาง พยายามเก็บซ่อนหยดน้ำตาที่รื้นขึ้นมาทุกครั้งที่ภาพจูบในคืนนั้นผุดขึ้นในหัว เธอไม่ได้โกรธที่เขาเคยจูบเธอ แต่มันคือความรู้สึกที่ว่า 'เขาเก็บความลับนี้ไว้ทำไม' และ 'ทำไมเธอถึงจำเรื่องราวในคืนนั้นไม่ได้เลย'
ศิลาเหลือบมองคนข้างกายเป็นระยะ เขาเห็นไหล่บางที่สั่นสะเทือนน้อยๆ นั้นแล้วก็ได้แต่กำพวงมาลัยแน่น เขารู้อยู่เต็มอกว่าหากเขาพูดความจริงออกไปตอนนี้ ความสัมพันธ์ที่กำลังไปได้สวยอาจพังทลายลงไม่เหลือชิ้นดี
เมื่อถึงไซต์งานก่อสร้างรีสอร์ตหรูบนดอยสูง ศิลาไม่ได้ทำตัวเป็นซีอีโอผู้สูงส่งอย่างที่ใครคิด เขาลงจากรถแล้วเดินนำรินรดาเข้าไปในเขตก่อสร้างที่เต็มไปด้วยฝุ่นและเสียงเครื่องจักร เขาหยิบหมวกนิรภัยมาสวมให้เธออย่างเบามือ ปลายนิ้วของเขาแตะผ่านกรอบหน้าเธอไปชั่วครู่ รินรดาสะดุ้ง แต่กลับไม่ยอมถอยห่าง
"ระวังหน่อยครับ... ทางตรงนี้มันลื่น" เขาเปลี่ยนมาใช้สรรพนามที่อ่อนโยนจนเธอใจอ่อนยวบ
"ฉันดูแลตัวเองได้ค่ะ" เธอตอบเสียงเรียบ พยายามโฟกัสกับแบบแปลนในมือ
แต่ตลอดบ่ายนั้น รินรดากลับได้เห็นมุมที่เธอไม่เคยรู้จัก ศิลาไม่ได้เพียงแต่สั่งงาน เขาลงไปตรวจสอบโครงสร้างเหล็กด้วยตัวเอง เขาพูดคุยกับหัวหน้าคนงานอย่างให้เกียรติ และเมื่อเห็นพนักงานคนหนึ่งนั่งพักด้วยอาการอ่อนเพลีย เขาก็เดินเข้าไปยื่นน้ำดื่มเย็นๆ ให้พร้อมคำพูดให้กำลังใจที่ดูจริงใจ
รินรดาเฝ้ามองภาพนั้นจากระยะไกล ความโกรธเคืองที่เคยมีเริ่มถูกแทนที่ด้วยความประหลาดใจ... ศิลาคนนี้ช่างแตกต่างจากผู้ชายเย็นชาที่เธอรู้จักในออฟฟิศเหลือเกิน
ตกเย็น หลังจากการประชุมหน้างานจบลง ทั้งคู่ติดอยู่ที่กระท่อมไม้หลังเล็กชั่วคราวเนื่องจากพายุฝนที่โหมกระหน่ำจนไม่สามารถลงจากดอยได้ ไฟฟ้าในไซต์งานดับลง ศิลาจุดเทียนเล่มเล็กๆ สองสามเล่มไว้บนโต๊ะไม้ แสงสีส้มอบอุ่นสาดส่องลงบนใบหน้าหล่อเหลาที่ดูอ่อนล้า
"คุณทำแบบนี้ทำไมคะ?" รินรดาเอ่ยถามท่ามกลางความเงียบขณะที่เธอนั่งกอดเข่าอยู่บนม้านั่ง
"แบบไหน?" ศิลาเงยหน้าขึ้นมอง เธอเห็นความเจ็บปวดในดวงตาคู่นั้นอย่างชัดเจน
"ทำตัวดีกับฉัน ทั้งที่ความจริงคุณอาจจะไม่ได้รู้สึกอะไรเลย... หรือว่ามันเป็นแค่เกมของคนมีอำนาจคะ?"
ศิลาลุกขึ้นยืน เขาเดินเข้ามาใกล้จนระยะห่างเหลือเพียงคืบ กลิ่นน้ำหอมจางๆ ผสมกับกลิ่นฝนทำให้รินรดาแทบหยุดหายใจ เขาวางมือลงบนม้านั่งข้างตัวเธอ กักขังเธอไว้ในวงแขนที่แข็งแกร่ง
"ถ้านี่คือเกม ผมคงเป็นผู้เล่นที่แย่ที่สุด เพราะผมดันแพ้ให้คุณตั้งแต่เริ่มเล่น" เขากระซิบชิดใบหู "ผมเก็บรูปนั้นไว้... ไม่ใช่เพราะอยากจะข่มขู่หรือหลอกใช้คุณ แต่มันเป็นสิ่งเดียวที่เตือนผมว่า ครั้งหนึ่งในชีวิต ผมเคยมีช่วงเวลาที่ผมเป็น 'ศิลา' ที่มีความสุขจริงๆ โดยไม่ต้องมีหน้ากากซีอีโอสวมอยู่"
รินรดาหันไปสบตาเขา หัวใจเธอเต้นแรงจนแทบหลุดออกมาจากอก ความสับสนมลายหายไป เหลือเพียงความปรารถนาที่ยากจะปฏิเสธ
ทันใดนั้น เสียงโทรศัพท์ของศิลาก็ดังขึ้นทำลายบรรยากาศอันแสนเปราะบาง เขาขมวดคิ้วเมื่อเห็นชื่อที่ปรากฏบนหน้าจอ ก่อนจะรับสายด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ
"ว่าไงนลิน? ...คุณมาที่นี่ทำไม!"
รินรดาหน้าซีดทันทีเมื่อได้ยินชื่อนั้น ก่อนที่เสียงรถยนต์คันหรูจะแล่นมาจอดสนิทที่หน้ากระท่อม ท่ามกลางสายฝนที่ยังคงตกหนักไม่ขาดสาย ประตูไม้ถูกกระชากออกอย่างแรง พร้อมกับร่างของหญิงสาวในชุดเดรสแบรนด์เนมที่เปียกปอนไปทั้งตัว ก้าวเข้ามาพร้อมแววตาที่จ้องมองมายังรินรดาด้วยความอาฆาต
"พี่ศิคะ... นลินบอกแล้วไงว่านลินไม่ยอมให้พี่หนีมากับผู้หญิงคนนี้!"
ละอองดาวเดือนเก้าขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามอ่านและร่วมลุ้นไปกับความรักของรินรดาและศิลานะคะ
เพรงจันทร์รัญจวนใจ•ตอนที่ 11
การเดินทางสู่ไซต์งาน
ผลงานโดย ละอองดาวเดือนเก้า
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ละอองดาวเดือนเก้า)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เพรงจันทร์รัญจวนใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!