"ถ้าคุณคิดว่าการถอยห่างคือทางออกที่ดีที่สุดสำหรับเรา... งั้นเซ็นเอกสารฉบับนี้ทิ้งไปเสีย รินรดา"
เสียงทุ้มต่ำของศิลาดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันภายในห้องทำงานส่วนตัวที่กั้นด้วยกระจกฝ้า แสงไฟสีนวลจากโคมไฟตั้งโต๊ะขับเน้นให้แววตาคมกริบของเขายิ่งดูดุดัน หากแต่แฝงไปด้วยความรัญจวนใจที่ยากจะอธิบาย รินรดาวางปากกาหมึกซึมในมือลงบนโต๊ะไม้โอ๊กแน่นหนา นิ้วเรียวของเธอยังสั่นน้อยๆ แม้พยายามจะคุมอาการให้สงบนิ่งที่สุดก็ตาม
"คุณศิลาคะ เราตกลงกันแล้วว่างานคือส่วนของงาน ส่วนเรื่องของความรู้สึก... เราควรจะฝังมันไว้ภายใต้เงื่อนไขธุรกิจ" รินรดาเงยหน้าขึ้นสบตาชายหนุ่ม ดวงตากลมโตคู่สวยที่มักจะซ่อนความอ่อนไหวไว้หลังแว่นสายตากรอบบางบัดนี้กลับฉายชัดถึงความลังเล
ศิลาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างกายกำยำภายใต้สูทสั่งตัดราคาแพงระยับค่อยๆ เยื้องย่างเข้ามาใกล้จนรินรดาต้องเอนตัวหลบไปชิดพนักเก้าอี้ เขาเท้าแขนทั้งสองข้างลงบนโต๊ะ กักขังเธอไว้ในอาณาเขตของความหอมสะอาดจากน้ำหอมกลิ่นมัสก์จางๆ ที่ทำให้หัวใจของเธอเต้นผิดจังหวะ
"ฝังเหรอ? คุณคิดว่าความรู้สึกที่มันพุ่งพล่านทุกครั้งที่เราอยู่ใกล้กัน... มันจะฝังลงดินได้ง่ายขนาดนั้นเชียวหรือ" เขาโน้มใบหน้าลงมาจนปลายจมูกแทบจะสัมผัสกัน "นลินอาจจะกำลังจับจ้องหาช่องโหว่ในความสัมพันธ์ของเรา และถ้าเราทำเหมือนคนแปลกหน้าต่อกัน เกมนี้... คุณพ่ายแพ้ตั้งแต่วันแรกที่เริ่มแล้ว"
รินรดาเม้มริมฝีปากแน่น กลิ่นอายอันตรายจากชายหนุ่มตรงหน้ากำลังทำให้ประสาทสัมผัสของเธอตื่นตัว "แล้วคุณต้องการอะไรกันแน่คะ? ให้เราแสร้งทำเป็นรักกันเพื่อให้รอดพ้นจากพันธนาการของครอบครัวคุณ หรือต้องการให้เราถลำลึกไปมากกว่านี้?"
"ข้อตกลงลับๆ" ศิลาเอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบพร่าพลางใช้ปลายนิ้วเกลี่ยเส้นผมที่ปรกหน้าผากของหญิงสาวออกแผ่วเบา "ทำงานร่วมกันในฐานะพาร์ทเนอร์ที่รู้ใจ... โดยไม่มีเส้นกั้นของความรู้สึกมากำหนดกฎเกณฑ์ เราจะไม่คาดคั้นว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร แต่ปัจจุบัน... ให้เราซื่อสัตย์กับสัญชาตญาณของตัวเอง"
นี่คือความบ้าคลั่งที่สวยงามที่สุดเท่าที่รินรดาเคยประสบมา เธอรู้ดีว่าการยอมรับข้อตกลงนี้เปรียบเสมือนการเดินเข้าสู่กองไฟที่พร้อมจะเผาผลาญหัวใจที่เคยแตกสลายของเธอให้เป็นจุณอีกครั้ง แต่ในขณะเดียวกัน ความอบอุ่นที่ได้รับจากสายตาคู่นั้นกลับเรียกร้องให้เธออยากจะวางใจลงบนบ่ากว้างนั่นเพียงชั่วคราว
"ถ้าฉันตกลง... คุณต้องสัญญาว่าจะไม่ล้ำเส้นเกินไปกว่าที่เรากำหนด" รินรดาเอ่ยถามด้วยเสียงที่แผ่วหวิวแทบขาดใจ
ศิลาขยับยิ้มมุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ทำให้หัวใจของคนมองแทบหยุดเต้น "ฉันไม่เคยสัญญากับสิ่งที่ฉันควบคุมไม่ได้ รินรดา... แต่ฉันสัญญาว่าฉันจะอยู่ตรงนี้เสมอ ไม่ว่าคุณจะต้องการที่พักพิงหรือความเร่าร้อนก็ตาม"
มือหนาเอื้อมมาจับมือเธอไว้แน่น รินรดารู้สึกถึงกระแสไฟฟ้าอ่อนๆ ที่แล่นพล่านไปทั่วร่าง บรรยากาศในห้องทำงานที่เคยดูเป็นทางการกลับกลายเป็นพื้นที่ส่วนตัวที่มีเพียงเสียงลมหายใจของคนสองคนประสานกัน ความเงียบที่เกิดขึ้นไม่ได้น่าอึดอัด แต่กลับเต็มไปด้วยความโหยหาที่ถูกเก็บกดไว้ใต้คราบของความเป็นมืออาชีพ
ทั้งคู่มองหน้ากันเนิ่นนาน ราวกับจะค้นหาคำตอบในดวงตาของอีกฝ่าย การตกลงครั้งนี้ไม่ใช่แค่การเซ็นชื่อลงบนกระดาษ แต่มันคือการประกาศสงครามกับความกลัวในใจตนเอง รินรดาเพิ่งจะเข้าใจว่า การยอมรับความรู้สึกที่มีต่อศิลาไม่ได้ทำให้เธอดูอ่อนแอลงเลยแม้แต่น้อย แต่มันกลับทำให้เธอกล้าที่จะยืนหยัดเผชิญหน้ากับศัตรูอย่างนลินด้วยความมั่นใจที่ต่างออกไป
"คืนนี้... มีงานเลี้ยงกาล่าการกุศลที่คุณต้องไปกับฉัน" ศิลาเอ่ยทำลายความเงียบในขณะที่เขายังไม่ยอมปล่อยมือเธอ "คุณไม่ต้องแสดงละคร แค่เป็นตัวของตัวเอง... แล้วปล่อยให้สายตาของคนทั้งงานพิสูจน์เองว่าใครกันแน่ที่ถือครองสิทธิ์ในตัวคุณ"
รินรดาถอนหายใจยาว ก่อนจะพยักหน้าตอบรับด้วยความแน่วแน่ "ค่ะ ฉันจะไป... และจะทำให้ทุกคนเห็นว่าสถาปนิกที่ศิลาเลือก ไม่ใช่แค่คนทำงานเก่ง แต่เป็นคนที่เขามีไว้เพื่อข้างกาย"
ขณะที่เธอกำลังจะดึงมือกลับ เสียงเคาะประตูดังขึ้นอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ก่อนที่บานประตูจะเปิดออกโดยคนที่ไม่ได้รับเชิญ
นลินก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มอาบยาพิษ สายตาที่เต็มไปด้วยความริษยาจ้องมองมือของศิลาและรินรดาที่ยังกุมกันอยู่ไม่วางตา "ว้าว... ดูเหมือนว่าฉันจะเข้ามาผิดเวลาจริงๆ นะคะคุณศิลา ไม่นึกเลยว่าเวลาทำงานสำคัญๆ แบบนี้ คุณจะยุ่งอยู่กับเรื่อง... ส่วนตัว"
ศิลาไม่แม้แต่จะขยับตัวออกห่าง เขากลับกระชับมือรินรดาให้แน่นขึ้นกว่าเดิม สายตาที่มองนลินเปลี่ยนเป็นเย็นชาจนน่าขนลุก "มีธุระอะไรด่วนหรือเปล่าครับคุณนลิน ถ้าไม่มี... ผมเกรงว่าเราคงมีเรื่องต้องคุยกันอีกยาวกับรินรดา"
นลินแค่นหัวเราะในลำคอพลางหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเปิดภาพบางอย่างบนหน้าจอแล้วหันมาทางทั้งคู่ "คงไม่ด่วนเท่ากับสิ่งที่ฉันเพิ่งได้รับมาหรอกค่ะ... รินรดาคะ คุณอาจจะอยากเห็น 'ความลับ' ของคนรักคนใหม่ของคุณก่อนที่จะตกลงทำอะไรโง่ๆ ลงไป"
หน้าจอโทรศัพท์เผยให้เห็นภาพถ่ายของศิลาที่กำลังกอดจูบกับผู้หญิงคนหนึ่งในโรงแรมหรูใจกลางเมือง... ซึ่งผู้หญิงคนนั้นไม่ใช่ใครที่ไหน นอกจากตัวรินรดาเองในคืนวันฝนตกเมื่อสามปีก่อน! รินรดาหน้าซีดเผือดจนไร้สีเลือด ศิลาชะงักไปชั่วครู่ ดวงตาคมวูบไหวด้วยความตกใจที่ปิดไม่มิด
ละอองดาวเดือนเก้าขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามบทนี้ไปด้วยกันนะคะ
เพรงจันทร์รัญจวนใจ•ตอนที่ 10
ข้อตกลงลับๆ
ผลงานโดย ละอองดาวเดือนเก้า
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ละอองดาวเดือนเก้า)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เพรงจันทร์รัญจวนใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!