เพรงจันทร์รัญจวนใจ•ตอนที่ 16

ศิลาผู้เกรี้ยวกราด

ผลงานโดย ละอองดาวเดือนเก้า
“วางมันลง... แล้วก้าวออกมาจากหลังโต๊ะทำงานของผมเดี๋ยวนี้” น้ำเสียงของศิลาไม่ได้ตะโกนก้อง แต่มันเปี่ยมไปด้วยอำนาจมืดที่เย็นเยียบจนคนฟังต้องสั่นสะท้าน เขาไม่ได้มองไปที่ใบหน้าของผู้เป็นเลขาฯ คนสนิทที่ยืนตัวสั่นอยู่หน้าตู้เซฟ หากแต่สายตาคมกริบดุจมีดโกนของเขากำลังจับจ้องที่รูปถ่ายของรินรดาที่ถูกกรีดจนขาดวิ่นวางอยู่บนโต๊ะทำงาน วิชัย เลขาฯ ผู้ซื่อสัตย์ที่ทำงานเคียงบ่าเคียงไหล่กันมาห้าปี กลืนน้ำลายอึกใหญ่ ความฮึกเหิมที่ได้รับคำสั่งจากใครบางคนมาให้ทำลายหลักฐานโครงการใหม่ของรินรดาพังทลายลงในพริบตา เมื่อร่างสูงใหญ่ของซีอีโอหนุ่มก้าวเข้ามาในห้องทำงานด้วยความเงียบเชียบดุจเสือร้าย “คุณศิ... ผม... คือว่า...” “ผมบอกให้คุณออกมา” ศิลาขัดขึ้น นัยน์ตาสีเข้มวาวโรจน์ด้วยเพลิงโทสะที่ถูกกดทับไว้ “ผมให้โอกาสคุณได้อธิบายว่า ทำไมชื่อของคุณถึงไปอยู่ในรายงานการปล่อยข้อมูลลับของบริษัทให้แก่สื่อมวลชน และเหตุผลที่ทำไม... คุณถึงเป็นคนส่งจดหมายข่มขู่ไปวางไว้บนโต๊ะทำงานของรินรดา” ศิลาเดินเข้าไปใกล้เรื่อยๆ จนมุมมืดของห้องทำงานที่เคยดูสง่างาม กลับกลายเป็นกรงขังที่บีบคั้นลมหายใจของวิชัย มือหนาของเขาไม่ได้เอื้อมไปแตะต้องตัวอีกฝ่าย แต่แรงกดดันจากรัศมีรอบกายนั้นหนักอึ้งพอที่จะทำให้วิชัยทรุดเข่าลงกับพื้นพรมราคาแพง “เธอไม่รู้เรื่องนี้... รินรดาไม่รู้ว่าผมถูกบังคับ...” วิชัยละล่ำละลัก พยายามหาข้ออ้างที่ฟังไม่ขึ้น “นลิน... คุณนลินเธอบอกว่าถ้าผมทำ คุณจะยอมถอนหมั้นกับเธอ แล้วแต่งงานกับเธอตามความต้องการของผู้ใหญ่...” ศิลาหัวเราะออกมาเบาๆ ทว่าเสียงหัวเราะนั้นกลับเย็นเยียบกว่าน้ำแข็ง “คุณรู้จักผมดีวิชัย ตลอดห้าปีที่ผ่านมา คุณน่าจะรู้ว่าอะไรคือสิ่งที่ผมเกลียดที่สุด... การทรยศ โดยเฉพาะการใช้ผู้หญิงที่ไม่มีทางสู้มาเป็นหมากในเกมสกปรกของคุณ” เขาก้มลงไปหยิบเอกสารที่วิชัยทำหล่นไว้บนพื้น มันคือสัญญาจ้างงานฉบับใหม่ที่มีชื่อของนลินกำกับอยู่ ศิลาคลี่ยิ้มที่มุมปาก ทว่าดวงตากลับไร้ซึ่งความเอ็นดูโดยสิ้นเชิง “คุณเข้าใจผิดไปอย่างหนึ่งนะวิชัย... นลินไม่ได้ต้องการตัวผม เธอแค่ต้องการอำนาจในบริษัทนี้ และเธอก็แค่เห็นว่าคุณ... เป็นเครื่องมือที่ใช้งานง่ายที่สุด” ศิลาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดส่งข้อความสั้นๆ เพียงประโยคเดียว ก่อนจะหันมามองคนตรงหน้าด้วยสายตาที่ว่างเปล่าราวกับมองซากศพ “ลุกขึ้น แล้วไปเก็บของออกจากบริษัทซะ ก่อนที่แผนกกฎหมายของผมจะมาถึงที่นี่ในอีกสิบนาที และจำไว้ว่า... อย่าให้ผมเห็นหน้าคุณอีก ไม่ว่าจะที่ไหนบนโลกใบนี้” ขณะที่วิชัยเดินคอตกออกจากห้องไปด้วยความสิ้นหวัง ศิลาก็ทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้หนัง ความเหนื่อยล้าฉายชัดผ่านใบหน้าคมเข้ม เขาหลับตาลง ภาพใบหน้าของรินรดาที่หวาดกลัวจากการถูกคุกคามในคืนนั้นวนเวียนเข้ามาซ้ำแล้วซ้ำเล่า ความรู้สึกผิดโถมทับจนหน้าอกเจ็บแปลบ เขาเป็นต้นเหตุที่ทำให้เธอต้องมาเจอเรื่องพวกนี้ เพียงเพราะเขาไม่สามารถสลัดเงาของนลินและตระกูลออกไปได้เสียที เสียงเคาะประตูดังขึ้นเบาๆ ก่อนที่ร่างระหงของรินรดาจะก้าวเข้ามา เธออยู่ในชุดเดรสทำงานสีเรียบแต่ดูสง่างามเช่นเคย ดวงตาคู่สวยนั้นมีความกังวลฉายชัด “ศิคะ... วินบอกรินว่าคุณเรียกเขาไปพบ มีเรื่องอะไรหรือเปล่าคะ?” รินรดาถามด้วยความสงสัย เธอไม่รู้เรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมด แต่สังเกตเห็นบรรยากาศที่ผิดปกติในห้องได้ทันที ศิลานิ่งงันไปครู่หนึ่ง เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เดินตรงไปหาหญิงสาวที่เขารักสุดหัวใจ เขาอยากจะกอดเธอ อยากจะบอกทุกอย่าง แต่ความกลัวว่าเธอจะได้รับอันตรายมากกว่าเดิมรั้งเขาไว้ “ไม่มีอะไรครับริน... ผมแค่จัดการเรื่องเอกสารเก่าๆ ที่เขาสะสางไม่เรียบร้อย” ศิลาตอบเสียงเรียบ พยายามรักษาความนิ่งเงียบไว้ให้ได้มากที่สุด ทว่ารินรดากลับสังเกตเห็นรอยเปื้อนหมึกบนปกเสื้อของเขา รวมถึงเศษกระดาษที่ถูกฉีกขาดอยู่บนพื้น “ถ้ามันไม่มีอะไร... แล้วทำไมแววตาของคุณถึงดูเหมือนคนที่เพิ่งผ่านการรบมาล่ะคะ?” รินรดาถามพลางขยับเข้าไปใกล้ เธอไม่กลัวความเกรี้ยวกราดที่เขาเคยแสดงออก แต่เธอกลับสัมผัสได้ถึงความเจ็บปวดที่ซ่อนอยู่ข้างใต้ ศิลานิ่งไป เขาเอื้อมมือไปสัมผัสแก้มเนียนใสของเธออย่างแผ่วเบา สัมผัสนั้นอบอุ่นจนรินรดาสะดุ้งเฮือกแต่ไม่ได้ถอยหนี “ริน... ถ้าวันหนึ่งคุณรู้ว่าผมไม่ได้เป็นอย่างที่คุณคิด คุณจะยังมองผมด้วยสายตาแบบนี้อยู่ไหม” “ทำไมคุณถึงถามแบบนั้นคะ?” รินรดาถามพลางเอียงคอ ดวงตาคู่นั้นจ้องลึกเข้าไปในตาของเขา ทันใดนั้น เสียงเคาะประตูดังขึ้นรัวเร็วและหนักหน่วงก่อนที่ประตูจะถูกผลักเปิดออกโดยไม่รอคำอนุญาต นลินก้าวเข้ามาในห้องด้วยชุดสีแดงเพลิง ใบหน้าสวยเฉี่ยวนั้นบิดเบี้ยวด้วยความโกรธจัด ในมือของเธอถือซองเอกสารสีน้ำตาลที่ดูคุ้นตา “คุณทำบ้าอะไรลงไปศิลา! คุณไล่คนของฉันออกงั้นเหรอ!” นลินตวาดลั่น ก่อนจะเหลือบมองรินรดาด้วยสายตาเหยียดหยาม “แล้วนี่... นังผู้หญิงขายตัวที่ขโมยความลับบริษัทคนนี้ ยังจะกล้าลอยหน้าลอยตาอยู่ในห้องทำงานของคู่หมั้นฉันอีกเหรอ!” รินรดาชะงักไป คำว่า ‘คู่หมั้น’ ดังก้องในหัวของเธอเหมือนเสียงฟ้าผ่า เธอหันไปมองศิลาที่ยืนนิ่งไม่พูดอะไร ความรู้สึกเหมือนหัวใจถูกบีบด้วยมือที่มองไม่เห็นเริ่มรุกคืบเข้ามา ศิลาขยับตัวยืนบังรินรดาไว้ทันที สายตาของเขาเปลี่ยนจากความเย็นชาเป็นความเกรี้ยวกราดที่น่ากลัวกว่าครั้งไหนๆ ทว่านลินกลับหัวเราะร่า ก่อนจะหยิบรูปถ่ายที่เหลือออกมาแล้วโปรยลงบนพื้นจนเกลื่อนห้อง “ดูนี่สิรินรดา... รูปพวกนี้ไม่ได้มาจากวินคนเดียวหรอกนะ... แต่ศิลาเองก็เป็นคนสั่งให้คนไปสืบเรื่อง 'อดีตอันเน่าเฟะ' ของเธอมาให้ฉันด้วยเหมือนกัน!” ด้วยรักและปรารถนาดีต่อผู้อ่านทุกท่านจากใจของละอองดาวเดือนเก้าค่ะ
สารจากนักเขียน (ละอองดาวเดือนเก้า)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เพรงจันทร์รัญจวนใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%