รอยฆ่าอาคมเลือด: ปริศนาวิญญาณอาฆาต•ตอนที่ 9

กับดักอาคม

ผลงานโดย เข็มทิศมองวิญญาณ
“อย่าขยับ... ถ้าไม่อยากให้กระดูกสันหลังของเธอถูกบดละเอียดด้วยอาคมที่มองไม่เห็น” เสียงของอคินต่ำและสั่นพร่า รินรดาที่กำลังจะก้าวเท้าออกจากวงล้อมของต้นไทรใหญ่ชะงักกึก ทันทีที่ปลายรองเท้าแตะพื้นดินที่ดูปกติธรรมดา กลิ่นเหม็นเน่าเหมือนซากศพที่ตายมานานนับปีก็โชยปะทะจมูกจนเธอต้องเบือนหน้าหนี “มันคืออะไร” เธอถาม เสียงของเธอไม่ได้แสดงความหวาดกลัว แต่เต็มไปด้วยความสงสัยที่ผ่านการกรองมาอย่างดีจากประสบการณ์การเป็นตำรวจ “อาณาเขต ‘ตาข่ายผีพราย’ ครับ” อคินขยับตัวเข้าใกล้ แผ่นหลังของเขาสัมผัสกับแผ่นหลังของเธอ ความร้อนจากร่างกายของเขาส่งผ่านเสื้อผ้าเนื้อบางเข้าสู่ความรู้สึกของเธอ มันไม่ใช่ความอบอุ่น แต่มันคือการเตือนภัย “อาจารย์คงไม่ได้แค่ทิ้งร่องรอยไว้ แต่มันคือการวางกับดักเพื่อต้อนเราให้จนมุม ถ้าเธอเหยียบลงไปตรงนั้น แรงกดจะทำให้อาคมที่ฝังอยู่ใต้ดินทำงาน วิญญาณที่ถูกกักขังจะกระชากขาเธอลงไปข้างล่างทันที” รินรดากัดริมฝีปากแน่น เธอก้มลงมองพื้นดินที่ดูราบเรียบไร้รอยผิดปกติ “ฉันเป็นตำรวจนะอคิน ไม่ใช่คนที่จะยอมแพ้กับความกลัวที่มองไม่เห็นแบบนี้ นายบอกว่าเราต้องแก้ปม ถ้าจุดนี้คือทางตัน เราก็ต้องมีวิธีทำลายมัน” อคินหรี่ตาลง มองทะลุผ่านความมืดสลัวของป่าลึกด้วยเนตรทิพย์ ในสายตาของเขา บัดนี้สถานที่แห่งนี้ไม่ได้มีแค่ต้นไม้และทางเดิน แต่ทว่าอากาศรอบข้างเขากลับเต็มไปด้วยเส้นด้ายสีดำทมิฬที่ถักทอเป็นร่างแหครอบคลุมไปทั่วทุกทิศทาง มันไม่ใช่กับดักธรรมดา แต่มันคือการขึง ‘ยันต์อาคม’ ที่สูบเอาพลังชีวิตของผู้ที่หลงเข้ามา “เรากำลังอยู่ในชามแกงของมัน” อคินพึมพำ มือของเขาควานหาป้ายอาคมในกระเป๋าเสื้อ “อาจารย์คงต้องการให้เราเห็นว่าเขากำลังทำอะไร แต่ที่สำคัญกว่านั้น... เขาต้องการดูว่าเราจะ ‘ฆ่ากันเอง’ อย่างไรเพื่อเอาตัวรอด” ทันใดนั้น เสียงกระซิบแว่วดังมาจากทุกทิศทาง มันไม่ใช่เสียงลม แต่มันคือเสียงร้องไห้โหยหวนของวิญญาณหลายร้อยดวงที่ถูกกักขังไว้ในอาคม รินรดาชักปืนพกคู่กายออกมาสัญชาตญาณความระแวดระวังพุ่งสูงถึงขีดสุด แต่ทว่า... สิ่งที่ปรากฏในสายตาของเธอไม่ใช่คนร้ายที่ถืออาวุธ แต่มันคือ ‘ตัวเธอเอง’ ในอีกเวอร์ชันหนึ่งที่ยืนอยู่ห่างออกไปเพียงไม่กี่เมตร “นั่น...” รินรดาอุทาน มือที่ถือปืนสั่นเทาเล็กน้อย “อย่ามองตาหลอนนั่น รินรดา!” อคินตวาด ก้องกังวานด้วยพลังอำนาจที่เขาพยายามดึงออกมาจากจิตใต้สำนึก “มันคือกระจกสะท้อนกิเลสและบาปในใจเรา อาจารย์คงกำลังใช้จิตวิญญาณของเราเป็นเหยื่อล่อให้อาคมนี้สมบูรณ์!” รินรดาหันกลับมามองอคิน แววตาของเธอสับสน “ถ้าเราไม่ทำอะไรสักอย่าง เราก็จะยืนตายอยู่ตรงนี้อย่างโง่เขลา นายมีความสามารถ นายเห็นทุกอย่าง... ทำไมถึงไม่ทำลายมันเสียที!” “เพราะถ้าผมทำลายมันด้วยวิชาอาคมของผม เราทั้งคู่จะกลายเป็นเครื่องสังเวยแทนไงครับ!” อคินตะคอกกลับ จังหวะหัวใจของเขาเต้นรัวเหมือนกลองศึก เขาประคองหน้าเธอไว้ด้วยสองมือ ความเย็นจากปลายนิ้วของเขาสัมผัสที่แก้มของเธอ “ฟังผมนะ เราต้องนิ่งให้มากที่สุดเท่าที่จะนิ่งได้ ใช้ความเชื่อมั่นที่เธอมีต่อตัวผม... ต่อความจริงที่เธอกำลังตามหา” ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ ท่ามกลางเสียงหวีดหวิวของอาคมที่พยายามจะแทรกซึมเข้าสู่จิตใจ รินรดาหลับตาลง เธอหายใจเข้าลึกๆ ยอมรับความจริงที่ว่าโลกใบนี้กว้างใหญ่และเลวร้ายเกินกว่าที่กฎหมายจะคุ้มครองได้หมด เมื่อเธอเปิดตาขึ้นอีกครั้ง ความหวาดกลัวในแววตาถูกแทนที่ด้วยความเด็ดเดี่ยว “บอกฉันมาว่าต้องทำยังไง” เธอถามเบาๆ อคินยิ้มออกมา เป็นยิ้มที่ไม่ได้มาพร้อมความร่าเริง แต่เป็นยิ้มของคนที่ยอมรับชะตากรรม “หยิบกริชด้ามเงินในกระเป๋าผม แล้วกรีดลงบนฝ่ามือของเธอ... เลือดของคนที่มีใจบริสุทธิ์ต่อความยุติธรรม คือสิ่งเดียวที่จะละลายอาคมเลือดนี้ได้” รินรดาไม่ลังเลแม้แต่น้อย เธอคว้ากริชนั้นมา ความคมของมันทำให้เลือดสีแดงฉานไหลซึมออกมาทันที เธอปล่อยให้เลือดหยดลงสู่พื้นดินตรงหน้า ทันทีที่หยดเลือดสัมผัสผืนดิน เสียงกรีดร้องโหยหวนก็ดังลั่นจนหูแทบแตก ผืนดินสั่นสะเทือนดั่งแผ่นดินไหว เส้นด้ายสีดำที่ขึงตาข่ายไว้เริ่มขาดสะบั้นลงทีละเส้น ทว่า... ในวินาทีที่อาคมเริ่มสลาย ความเงียบที่น่าสะพรึงกลัวกว่าเดิมก็กลับมาเยือนอคินรู้สึกถึงไอเย็นเยียบที่แผ่ซ่านมาจากด้านหลัง เขาหมุนตัวกลับไปอย่างรวดเร็ว แต่สิ่งที่เขาเห็นกลับทำให้หัวใจแทบหยุดเต้น ร่างของชายชราในชุดสีดำสนิทที่เขาคุ้นเคยเป็นอย่างดี... อาจารย์คง กำลังยืนยิ้มอยู่ท่ามกลางความมืดมิด มือของชายผู้นั้นไม่ได้ถืออาวุธใดๆ นอกจากรูปถ่ายใบหนึ่ง... รูปถ่ายของตัวอคินเองในวัยเด็กที่กำลังยืนอยู่ข้างศพพ่อและแม่ในวันเกิดเหตุโศกนาฏกรรมครั้งนั้น “เจอตัวแล้ว... ลูกศิษย์ที่รัก” อาจารย์คงกล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลอย่างประหลาด “ความจริงที่เธอโหยหามาตลอดชีวิต อยู่ในเลือดที่เธอเพิ่งเสียสละไปนั่นแหละ... มันคือความจริงที่ว่า คนที่ฆ่าพ่อแม่ของเธอจริงๆ ในวันนั้น... ก็คือตัวเธอเองในตอนนี้ที่กำลังถือปืนปกป้องคนข้างๆ อยู่ไงล่ะ” รินรดาหน้าซีดเผือด เธอหันไปมองอคินด้วยความตกตะลึง ปืนในมือของเธอค่อยๆ ลดต่ำลง ขณะที่อคินยืนแข็งทื่อ ดวงตาเบิกโพลงราวกับโลกทั้งใบกำลังพังทลายลงตรงหน้า ขอขอบคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านเงามืดมาด้วยกันจนถึงวินาทีนี้ครับ เข็มทิศมองวิญญาณ
สารจากนักเขียน (เข็มทิศมองวิญญาณ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยฆ่าอาคมเลือด: ปริศนาวิญญาณอาฆาต นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%