"ถอยออกมาอคิน! นายกำลังมองอะไรอยู่!"
เสียงตะคอกของรินรดาดึงผมกลับมาจากภวังค์ที่เกือบจะกลืนกินสติสัมปชัญญะของผมไปจนหมดสิ้น กลิ่นสาบของดินที่ผ่านการฝังกลบมานานนับทศวรรษปะทะเข้ากับจมูกจนชวนคลื่นเหียน แต่สิ่งที่ทำให้หัวใจผมเต้นผิดจังหวะไม่ใช่กลิ่นเหล่านั้น มันคือร่างไร้วิญญาณในโลงศพไม้มะค่าที่สลักลวดลายอาคมสีแดงชาด ร่างนั้น... ร่างที่มีใบหน้า นิ้วมือ และรอยแผลเป็นเล็กๆ ที่หัวไหล่เหมือนกับผมทุกประการ
ผมกะพริบตาถี่ๆ พยายามเรียกสติกลับมา ภาพตรงหน้าบิดเบี้ยวไปชั่วขณะเหมือนภาพสะท้อนในผิวน้ำที่ถูกโยนก้อนหินลงไป
"คุณเห็นมันไหมริน..." ผมถามเสียงแหบพร่า พลางเอื้อมมือไปคว้าข้อมือเธอไว้แน่นโดยไม่รู้ตัว "ร่างนั้น... มันหายไปแล้ว"
รินรดาขมวดคิ้ว มืออีกข้างของเธอชักปืนพกออกมาในท่าเตรียมพร้อม สายตาของเธอกวาดมองไปรอบๆ หลุมลึกที่เต็มไปด้วยโลงศพนับร้อยที่เรียงรายเหมือนจอมปลวกมดงาน "ฉันไม่เห็นอะไรทั้งนั้น นอกจากเศษไม้เก่าๆ กับความมืดที่น่าสะอิดสะเอียน อคิน นายกำลังหลอนเพราะไอกลิ่นเน่านี่ใช่ไหม?"
ผมไม่ได้ตอบ เธอไม่มีทางเห็น... เนตรทิพย์ที่ผมเคยสาปแช่งมันมาตลอดชีวิต บัดนี้มันกำลังเปิดเปลือยความจริงที่น่าขนลุกที่สุด ผมก้มลงมองมือตัวเองที่เริ่มสั่นเทา ผิวหนังสีซีดจางและรอยเส้นเลือดที่ดูเหมือนจะโปร่งแสงกว่าปกติ ถ้าผมไม่ใช่ตัวจริง แล้วผมคือใคร? หรือว่าวิญญาณของผมถูกกักขังไว้ในที่แห่งนี้มานานจนหลงลืมไปว่าร่างกายนี้อาจเป็นเพียง 'ภาชนะ' ที่อาจารย์คงสร้างขึ้นมา?
"ไม่..." ผมพึมพำกับตัวเอง "นี่ไม่ใช่การหลอน แต่มันคือช่องโหว่"
ผมทรุดตัวลงคุกเข่าบนดินที่ชื้นแฉะ สายตาจดจ้องไปยังโลงศพใบที่ผมเพิ่งเห็นร่างตัวเอง ความมืดมิดในหลุมศพนี้ไม่ได้แผ่ออกมาแบบไร้ทิศทาง แต่มันหมุนวนเป็นเกลียวเหมือนพายุเล็กๆ ที่จุดศูนย์กลางคือโลงศพใบนั้น ฆาตกร... อาจารย์คงทำพิธี 'ผูกอาคมซ้อนชะตา' ไว้ แต่ดูเหมือนพิธีจะเริ่มสั่นคลอนเพราะการบุกรุกของพวกเรา
อักขระอาคมที่สลักไว้บนฝาโลงกำลังลอกร่อนออกเหมือนสีที่ถูกความร้อนแผดเผา
"ริน ฟังผมนะ" ผมหันไปหาเธอด้วยน้ำเสียงที่พยายามรวบรวมสมาธิให้มั่นคงที่สุด "อย่าเพิ่งขยับไปไหน พิธีที่นี่กำลังจะล่ม อักขระพวกนี้ถูกวาดด้วยเลือดของผู้ถูกสังเวย แต่มันมีรอยแตก... มีจุดที่เลือดแห้งกรังจนอาคมขาดช่วง"
รินรดานิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะสูดหายใจลึก เธอก้าวเข้ามาใกล้ผมแล้วใช้แสงไฟจากโทรศัพท์ส่องไปตามโลงศพ "ถ้ามันคือช่องโหว่ นายจะทำยังไง? จะทำลายมันทิ้ง หรือจะใช้มันเป็นทางออก?"
"ผมจะทำลายวงจรนี้" ผมคว้ากริชอาคมที่พกติดตัวออกมา
จังหวะนั้นเอง เสียงสวดมนต์ภาษาบาลีโบราณที่แผ่วเบาก็ดังขึ้นมาจากเงาของโลงศพ เสียงนั้นแหบพร่าและเต็มไปด้วยอำนาจที่ทำให้ผมรู้สึกเหมือนเข็มพันเล่มกำลังทิ่มแทงไปทั่วร่าง ไม่ใช่เสียงคน... แต่มันคือเสียงของวิญญาณนับร้อยที่ถูกจองจำไว้ในโลงศพเหล่านั้นพร้อมๆ กัน
*“เจ้าเด็กโง่... คิดจะแหกพันธสัญญาที่เจ้าเองนั่นแหละที่เป็นคนลงนามงั้นหรือ?”*
เสียงนั้นก้องอยู่ในหัวผม ไม่ใช่หู อาจารย์คงไม่ได้อยู่ที่นี่ แต่เขากำลังบังคับจิตผ่านอาคมที่ยังหลงเหลืออยู่
"ผมไม่ได้ลงนาม!" ผมตะโกนกลับไปในความคิด "ผมคือคนที่มีชีวิต! ผมไม่ใช่เบี้ยหมากรุกของใคร!"
ผมพุ่งตัวเข้าไปที่โลงศพใบที่เป็นศูนย์กลาง ใช้กริชในมือกรีดลงไปที่ฝ่ามือตัวเองแล้วกดลงบนตำแหน่งที่เป็น 'รอยแตก' ของอักขระอาคม เลือดของผมไหลซึมเข้าไปในไม้ทันที ราวกับมันกำลังกระหายน้ำ ความรู้สึกเจ็บปวดแล่นพล่านไปทั่วแขน แต่ในวินาทีที่เลือดสัมผัสกับโลงศพ แสงสีขาวสว่างวาบขึ้นจนตาแทบบอด
ความเงียบสงัดเข้าปกคลุมชั่วขณะ... ก่อนที่เสียงระเบิดของไม้จะดังสนั่นหวั่นไหว ร่างของโลงศพไม้มะค่าแตกร้าวออกเป็นเสี่ยงๆ เผยให้เห็นสิ่งที่อยู่ข้างในชัดเจนขึ้น
ไม่ใช่ศพ... แต่มันคือกระจกเงาโบราณบานหนึ่งที่วางคว่ำหน้าอยู่
รินรดารีบปรี่เข้ามาคว้าแขนผมไว้ "อคิน! เกิดอะไรขึ้น!"
ผมมองกระจกเงาที่สะท้อนใบหน้าของผมในมุมที่บิดเบี้ยว ภาพที่เห็นในนั้นไม่ใช่ผม... แต่เป็นร่างของชายแก่ที่มีใบหน้าเหมือนอาจารย์คงในวัยหนุ่ม และที่น่ากลัวที่สุดคือ เขากำลังจ้องมองกลับมาที่ผมผ่านกระจก พร้อมกับรอยยิ้มที่ทำให้เลือดในกายเย็นเฉียบ
"ในที่สุด..." เสียงอาจารย์คงดังออกมาจากกระจกนั้นโดยตรง "เจ้าก็เปิดประตูบานสุดท้ายให้ข้าด้วยเลือดของเจ้าเอง อคิน... ขอบคุณที่ยอมแลกชีวิตเพื่อปลดปล่อยข้าจากการจองจำในอดีต"
อากาศรอบตัวเริ่มสั่นสะเทือน เงาดำมืดเริ่มไหลออกมาจากรอยแตกของโลงศพ มันไม่ใช่แค่ผีร้าย แต่มันคือไออาคมที่เข้มข้นจนเปลี่ยนสภาพกลายเป็นรูปร่างของกรงเล็บที่พุ่งเข้าหาพวกเรา
ผมคว้ามือรินรดาแล้วถอยหลังกรูด "ริน วิ่ง! อย่าหันกลับมามองกระจกนั่นเด็ดขาด!"
ทว่าเท้าของผมกลับก้าวไม่ออก... พื้นดินใต้ฝ่าเท้าของผมเริ่มยุบตัวลงอีกครั้ง และครั้งนี้มันไม่ใช่แค่หลุมศพ แต่มันเหมือนปากของอสูรกายที่กำลังอ้ากว้างเพื่อกลืนกินเราทั้งคู่
"อคิน! ปล่อยมือฉัน!" รินรดาพยายามดึงตัวผม แต่แรงดึงดูดจากหลุมมืดนั่นรุนแรงเกินกว่ามนุษย์จะต้านทานได้
ในจังหวะที่ผมเกือบจะถูกลากลงไปสู่ความมืดมิดนั้นเอง ผมเห็นเงาร่างหนึ่งยืนตระหง่านอยู่บนปากหลุมศพ... ร่างของชายผู้หนึ่งที่สวมชุดสีขาวสะอาดตา ผิดกับบรรยากาศที่เน่าเฟะในนี้อย่างสิ้นเชิง เขาค่อยๆ ก้มลงมองผมด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความสมเพช
"เจ้ายังไม่รู้ตัวอีกหรืออคิน" ชายคนนั้นกล่าวด้วยน้ำเสียงที่คุ้นเคยอย่างประหลาด "ว่าคนที่เจ้าเห็นในโลงศพนั้น... ไม่ใช่ร่างในอดีต แต่มันคือร่างในอนาคตของเจ้าที่กำลังจะมาถึงในอีกไม่กี่อึดใจนี้"
เขายื่นมือลงมา... แต่ไม่ได้จะช่วยดึงผมขึ้นไป เขากลับแบมือออกแล้วเผยให้เห็นยันต์สีดำสนิทที่ขยับได้เหมือนแมลง
"ยินดีต้อนรับสู่ร่างใหม่ของอาจารย์คง... อคิน"
รินรดาที่พยายามช่วยผมพลันหยุดชะงัก เธอหันไปมองชายคนนั้นด้วยสายตาที่เบิกกว้าง ร่างกายของเธอเริ่มโปร่งแสงขึ้นทีละนิดราวกับกำลังจะสลายไป
"อคิน... ฉัน..." รินรดาหายไปจากมือผมทิ้งไว้เพียงความว่างเปล่า ผมถูกดึงลงไปสู่ความมืดมิดเพียงลำพัง ในขณะที่เสียงหัวเราะของชายคนนั้นก้องสะท้อนไปมาภายในความว่างเปล่านั้น
ผมพยายามตะโกนเรียก แต่เสียงกลับกลายเป็นเสียงสวดมนต์ของอาจารย์คงแทนที่...
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางผ่านเงามืดมาถึงตอนที่ 15 กับเข็มทิศมองวิญญาณนะครับ
รอยฆ่าอาคมเลือด: ปริศนาวิญญาณอาฆาต•ตอนที่ 15
รอยแตกของพันธสัญญา
ผลงานโดย เข็มทิศมองวิญญาณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เข็มทิศมองวิญญาณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยฆ่าอาคมเลือด: ปริศนาวิญญาณอาฆาต นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!