"พ่อ... อย่างนั้นหรือ?"
เสียงของผมสั่นพร่า ลมหายใจสะดุดติดขัดอยู่ในลำคอ ราวกับถูกมือที่มองไม่เห็นบีบเค้นจนแน่นหน้าอก แสงไฟฉายในมือสั่นไหววูบวาบตามจังหวะชีพจรที่เต้นระรัว ใบหน้าของชายตรงหน้า—ใบหน้าที่ผมจดจำได้ดีจากรูปถ่ายเก่าๆ ในอัลบั้มที่แม่เก็บไว้เป็นความลับ—ยังคงความเยาว์วัยไม่ต่างจากเมื่อยี่สิบปีก่อนแม้แต่น้อย ไม่มีริ้วรอยแห่งวัย ไม่มีร่องรอยของการเสื่อมสลาย มีเพียงแววตาที่ว่างเปล่าดุจหลุมศพที่ไร้ก้นบึ้ง
รินรดาคว้าแขนผมไว้แน่น แรงบีบของเธอทำให้ผมรู้สึกตัว "อคิน... ตั้งสติหน่อย นี่ไม่ใช่พ่อคุณ เขาเป็นเพียงภาชนะ... ร่างทรงที่อาจารย์คงใช้เพื่อเล่นตลกกับจิตใจคุณเท่านั้น!"
"แต่เขา..." ผมพยายามจะค้าน แต่คำพูดกลับจุกอยู่ที่ริมฝีปาก เมื่อชายผู้นั้นขยับยิ้ม มุมปากที่ยกขึ้นอย่างเชื่องช้าดูผิดธรรมชาติ มันไม่ใช่รอยยิ้มของพ่อผู้แสนดีที่ผมเคยโหยหา แต่มันคือรอยยิ้มของสัตว์ร้ายที่กำลังลิ้มรสความกลัวของเหยื่อ
"อคิน ลูกรัก..." เสียงที่เปล่งออกมาแหบพร่าและก้องกังวาน ไม่ใช่เสียงของพ่อผม หากแต่เป็นเสียงที่ซ้อนทับกันหลายชั้นเหมือนคลื่นวิทยุที่ถูกรบกวน "เจ้ามาถึงรังลับที่ข้าฝังรากไว้เพื่อต้อนรับเจ้าโดยเฉพาะ... ช่างเป็นกตัญญูกตเวทีเสียจริง"
ร่างนั้นก้าวเข้ามาใกล้ แสงไฟฉายตกกระทบเงาที่ยืดยาวบนผนังถ้ำที่เต็มไปด้วยคราบเลือดและอักขระอาคมที่เขียนด้วยยางไม้สีดำมืด กลิ่นกำยานผสมกับกลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งจนน่าสะอิดสะเอียน รอบตัวเขามีร่างของวิญญาณเร่ร่อนนับสิบตนที่ถูกพันธนาการด้วยโซ่ตรวนแห่งอาคม กำลังโหยหวนด้วยความทรมาน
"อาจารย์คง" ผมกัดฟันแน่น มือขวากำยันต์ในกระเป๋าเสื้อจนยับยู่ยี่ "ปล่อยวิญญาณเหล่านั้นเดี๋ยวนี้! พิธีนี้ไม่มีวันสำเร็จหรอก ความโลภของท่านมันมีแต่จะกัดกินตัวเอง"
อาจารย์คงหัวเราะร่วน เสียงหัวเราะดังก้องไปทั่วโถงถ้ำ เขาสะบัดมือเพียงครั้งเดียว ลมปราณเยือกเย็นพุ่งเข้าปะทะอกของพวกเราทั้งคู่จนร่างกระเด็นไปกระแทกผนังหิน รินรดาร้องอุทานด้วยความเจ็บปวด เธอยันตัวลุกขึ้น มือข้างหนึ่งกุมที่ชายโครง แต่สายตาของเธอยังคงมุ่งมั่นไม่ยอมแพ้
"ความโลภงั้นหรือ?" อาจารย์คงเดินเนิบนาบเข้ามาใกล้ เงาของเขาบดบังแสงสว่างจนหมดสิ้น "ในโลกที่ขับเคลื่อนด้วยอำนาจและผลประโยชน์ ใครเล่าจะสนวิธีการ? ข้าจะก้าวข้ามขีดจำกัดของมนุษย์ ข้าจะครองอำนาจเหนือความตาย... และเจ้า อคิน เจ้าคือ 'ชิ้นส่วนสุดท้าย' ที่ข้าตามหามาตลอด"
"ชิ้นส่วนอะไร?" ผมเค้นเสียงถาม พยายามควานหาช่องว่างที่จะใช้ยันต์สะกดจิต
"สายเลือดของผู้ที่มองเห็นความตาย" เขาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าผม ห่างไปเพียงไม่กี่คืบ "เลือดของเจ้าที่ไหลเวียนด้วยอาคมมรดกจากบิดาผู้โชคร้าย... เมื่อข้าผสมมันเข้ากับอาคมเลือดในคืนจันทร์ดับนี้ ข้าจะกลายเป็นอมตะ"
ทันใดนั้น รินรดาก็คว้ามีดสั้นอาคมที่เตรียมมาพุ่งตัวเข้าใส่อาจารย์คงด้วยสัญชาตญาณนักรบ "อคิน! จังหวะนี้แหละ!"
อาจารย์คงไม่ได้สะทกสะท้าน เขายกมือซ้ายขึ้น มือที่เรียวยาวและมีเล็บสีดำสนิทปัดมีดอาคมของรินรดาจนหลุดมือ ก่อนจะซัดฝ่ามือใส่หน้าอกเธอจนร่างของเธอหงายหลังกระเด็นไปไกลจนแน่นิ่งไป ผมตวาดก้องด้วยความโกรธแค้น สติสัมปชัญญะที่เคยประคองไว้ขาดผึง ผมพุ่งตัวเข้าใส่อาจารย์คงอย่างบ้าคลั่ง
ทว่า ในวินาทีที่หมัดของผมเกือบจะถึงตัวเขา ชายในร่างพ่อผมก็หยุดมือลงกะทันหัน แววตาที่ว่างเปล่าฉายประกายบางอย่าง... เป็นแววตาที่ดูเหมือนพ่อจริงๆ ขึ้นมาเพียงเสี้ยววินาที
"ลูก... หนีไป..."
เสียงนั้นแผ่วเบาจนแทบไม่ได้ยิน แต่มันชัดเจนในความรู้สึกของผม มันไม่ใช่เสียงของอาจารย์คง แต่มันคือเสียงของคนที่จากไปเมื่อยี่สิบปีก่อน ความลังเลปรากฏขึ้นในใจผมเพียงชั่วครู่ และนั่นคือข้อผิดพลาดที่ร้ายแรงที่สุด
อาจารย์คงคว้าข้อมือผมไว้แน่น พลังงานสีดำมืดพุ่งผ่านปลายนิ้วเขาสู่ร่างผม ความเย็นเยียบแล่นผ่านกระดูกราวกับน้ำแข็งทิ่มแทง เขาแสยะยิ้มกว้างจนเห็นฟันที่ดำสนิท
"นั่นไงล่ะ... ความอาลัยอาวรณ์ที่เจ้าพกติดตัวมา" เขาหัวเราะเสียงต่ำ "มันคือเครื่องเซ่นชั้นดีที่สุด"
เขาลากผมไปที่กลางห้องโถง ซึ่งมีแท่นบูชาหินที่วางศิลาอาคมสีเลือดสดเอาไว้ เลือดนั้นกำลังเดือดพล่านราวกับมีชีวิต พิธีกรรมกำลังดำเนินถึงขั้นสุดท้าย วงอาคมที่พื้นเริ่มเรืองแสงสีม่วงคล้ำ เสียงกรีดร้องของวิญญาณรอบห้องดังสนั่นหวั่นไหวจนพื้นถ้ำสั่นสะเทือน
"อคิน! อย่าให้มันทำสำเร็จ!" เสียงของรินรดาตะโกนมาจากมุมมืด เธอฝืนยันตัวขึ้นมา มือเปื้อนเลือด แต่เธอกลับหยิบแผ่นยันต์สีทองที่เตรียมไว้เป็นแผนสำรองขึ้นมา
"ไม่มีประโยชน์หรอกแม่ตำรวจ" อาจารย์คงเหยียดหยาม "พิธีนี้ถูกปิดตายด้วยวิญญาณนับร้อย... ไม่มีใครขัดขวางข้าได้ แม้แต่เทพยดาบนฟ้า"
เขากดร่างผมลงกับแท่นหิน ความเย็นของศิลาบาดลึกเข้าที่แผ่นหลัง เลือดจากรอยแผลที่เขาสร้างเริ่มไหลรินลงสู่ร่องหินที่ทำจากอาคม ทุกหยดที่หยดลงไปทำให้แรงสั่นสะเทือนในถ้ำทวีความรุนแรงขึ้น ผมมองเห็นเพดานถ้ำเริ่มร้าวและหินก้อนใหญ่กำลังจะหล่นลงมา
ในจังหวะที่ผมสิ้นหวัง และกำลังจะถูกอำนาจมืดกลืนกิน รินรดาก็ขว้างยันต์สีทองเข้าใส่วงอาคมกลางห้องอย่างแม่นยำ แสงสีทองสว่างวาบขัดขวางวงจรอาคมของอาจารย์คงจนเกิดเสียงระเบิดก้องกังวาน
"ไม่นะ!" อาจารย์คงคำรามลั่นเมื่อศิลาอาคมสีเลือดร้าวเป็นทางยาว
แต่ทว่า ในวินาทีที่ความโกลาหลเข้าครอบงำ มือที่ถือยันต์ของรินรดากลับถูกบางอย่างดึงไว้... เป็นมือที่แห้งกรังของใครบางคนโผล่มาจากผนังถ้ำที่ร้าว! พร้อมกับเสียงกระซิบที่คุ้นเคยที่สุดดังมาจากด้านหลังของผมเอง
"อคิน... พ่อไม่ได้กลับมาเพื่อช่วยลูก... พ่อกลับมาเพื่อจะเอาชีวิตลูกไปแทนที่... บนบัลลังก์นี้"
ผมเบิกตากว้างเมื่อเห็นใบหน้าที่คุ้นเคยแต่บิดเบี้ยวด้วยความมืดมิดก้าวออกมาจากเงามืด... ไม่ใช่อาจารย์คง... แต่เป็นสิ่งที่น่ากลัวกว่านั้นมาก
ขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามร่วมเดินทางไปกับผมในเส้นทางสายมืดนี้นะครับ
เข็มทิศมองวิญญาณ
รอยฆ่าอาคมเลือด: ปริศนาวิญญาณอาฆาต•ตอนที่ 17
วินาทีก่อนพิธีจบ
ผลงานโดย เข็มทิศมองวิญญาณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เข็มทิศมองวิญญาณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยฆ่าอาคมเลือด: ปริศนาวิญญาณอาฆาต นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!