“ถอยออกไป รินดา... กลิ่นอาคมนี่มันเข้มข้นเกินกว่าที่คนธรรมดาจะทนไหว”
ผมเอ่ยเสียงเรียบพลางใช้มือขวาดันไหล่หญิงสาวให้ถอยห่างจากร่างที่ไร้วิญญาณบนเตียงชันสูตร รินรดายืนนิ่งอยู่ตรงนั้น ดวงตาของเธอฉายแววความดื้อรั้นที่ผมคุ้นเคยดี เธอไม่ได้ถอยตามคำสั่ง แต่กลับก้าวเข้ามาใกล้กว่าเดิมจนได้กลิ่นน้ำหอมจางๆ ผสมกับกลิ่นคาวเลือดและกลิ่นธูปไหม้ไฟที่ตกค้างอยู่ในอากาศ
“ฉันไม่ใช่คนธรรมดาที่เดินหลงทางมาดูศพนะอคิน ฉันเป็นตำรวจ” รินรดาตอบเสียงแข็ง พลางกวาดสายตามองรอยสักสีชาดบนแผ่นหลังของเหยื่อที่บิดเบี้ยวผิดรูป “ถ้ามันเป็นคดีฆาตกรรมธรรมดา ฉันจะจัดการเอง แต่นี่... รอยนี่มันคืออะไรกันแน่ ทำไมมันถึงขยับได้?”
ผมไม่ได้ตอบคำถามนั้นทันที ความเงียบเข้าปกคลุมห้องดับจิตที่อุณหภูมิต่ำจนเห็นไอหายใจ ผมหลับตาลงช้าๆ พยายามปิดกั้นประสาทสัมผัสทางกายภาพ แล้วเปิดรับสิ่งที่ ‘มองไม่เห็น’ เข้ามาแทนที่
ทันทีที่ลืมตาขึ้น เนตรทิพย์ของผมทำงาน แสงสีม่วงหม่นสั่นไหวอยู่รอบรอยสักบนหลังศพ มันไม่ใช่หมึก แต่มันคือ ‘คำสาป’ ที่ถูกจารึกไว้ด้วยเลือดอาคม เส้นสายของอักขระเหล่านั้นดิ้นรนราวกับหนอนที่ไชอยู่ในชั้นเนื้อ
“มันคือพันธสัญญา” ผมกระซิบ น้ำเสียงเย็นเยียบลงหลายองศา “ฆาตกรไม่ได้แค่ฆ่า แต่มันจองจำวิญญาณผู้ตายไว้กับร่างเพื่อเป็นพยาน ให้ตายไปก็ไม่สามารถไปเกิดได้จนกว่าคนบงการจะอนุญาต”
รินรดาเบิกตากว้าง เธอหยิบไฟฉายขึ้นส่องดูรอยแผลนั้นอย่างละเอียด “พันธสัญญา? นายกำลังจะบอกว่าวิญญาณของผู้ตายยังอยู่ที่นี่ งั้นเหรอ?”
“อยู่ตรงนี้... ข้างๆ เธอ”
คำพูดของผมทำให้รินรดาชะงัก เธอรีบถอยหลังจนแผ่นหลังไปกระแทกกับตู้เก็บศพ เสียงโลหะดังสนั่นก้องห้อง อคินยื่นมือออกไปในอากาศว่างเปล่า นิ้วเรียวยาวของผมสัมผัสเข้ากับไอเย็นจัดที่แผ่ซ่านออกมาจากความว่างเปล่า วิญญาณของเหยื่อหนุ่มยังคงยืนอยู่ตรงนั้น ดวงตาของเขาขุ่นมัวเต็มไปด้วยความแค้นที่แผดเผา
ผมต้องทำในสิ่งที่เกลียดที่สุด นั่นคือการเชื่อมต่อจิต
“ฟังผมนะ...” ผมกล่าวกับวิญญาณตรงหน้า “ผมชื่ออคิน ผมไม่ได้มาเพื่อจับคุณ แต่ผมมาเพื่อพาคุณออกไปจากนรกขุมนี้ ถ้าคุณเห็นหน้าคนลงมือ... จงฉายภาพนั้นออกมา”
วิญญาณเหยื่อสั่นสะท้าน เสียงครวญครางโหยหวนดังสะท้อนอยู่ในโสตประสาทของผมเพียงผู้เดียว ภาพความทรงจำสุดท้ายเริ่มหลั่งไหลเข้าสู่หัวสมองของผม ราวกับถูกกระชากผ่านเข็มนับพันเล่ม ผมเห็นใบหน้าที่ถูกบดบังด้วยหน้ากากหนังดิบ มือที่เปื้อนคราบน้ำมันดิน และที่สำคัญที่สุด... รอยสักรูปดวงตาสามชั้นที่ข้อมือข้างขวาของฆาตกร
มันคือตราสัญลักษณ์ของสำนักอาคมที่ผมพยายามหนีมาตลอดชีวิต... สำนักของอาจารย์คง!
“อคิน! นายเป็นอะไรไป!”
เสียงรินรดาดึงผมกลับสู่โลกความเป็นจริง ผมหอบหายใจถี่ เหงื่อเย็นๆ ผุดพรายทั่วใบหน้า ร่างกายของผมโงนเงนจนต้องยันโต๊ะชันสูตรไว้ มือขวาของผมสั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้
“อาจารย์คง...” ผมพึมพำชื่อนั้นออกมาเบาๆ ทว่าน้ำเสียงกลับเต็มไปด้วยความเคียดแค้นที่อัดอั้นมานาน “เขากลับมาแล้วรินดา และเขากำลังสร้างกองทัพวิญญาณจากเหยื่อที่ไร้ความผิด”
รินรดาขมวดคิ้วแน่น เธอหยิบสมุดจดขึ้นมา “อาจารย์คงที่นายเคยเล่าให้ฟังเหรอ? คนที่ทำให้อุบัติเหตุครอบครัวนาย... นายแน่ใจนะอคิน?”
ผมแค่นยิ้มขื่นๆ ให้กับคำถามของเธอ “ไม่มีอะไรแน่ใจไปกว่านี้แล้ว เพราะรอยสักบนข้อมือมันคือลายเซ็นของเขา แต่สิ่งที่ผมไม่เข้าใจคือ... ทำไมต้องเป็นคนกลุ่มนี้? เหยื่อทุกคนไม่มีความเกี่ยวข้องกันเลยนอกจากเรื่องดวงชะตาที่กำลังจะถึงฆาต”
ในขณะที่ผมกำลังจะอธิบายเรื่อง ‘ธาตุอาคม’ ที่เหยื่อแต่ละคนถือครอง จู่ๆ ไฟในห้องดับจิตก็กระพริบถี่ๆ ก่อนจะดับมืดลงสนิท ความเงียบเข้าปกคลุมจนได้ยินแม้แต่เสียงเต้นของหัวใจ
ทันใดนั้น เสียงกระซิบที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นจากความมืดมิด เบาหวิวแต่ชัดเจนจนขนลุกชัน
*“ศิษย์รัก... เจ้ายังช่างสอดรู้สอดเห็นเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน”*
ผมรีบคว้าข้อมือรินรดาไว้แน่น “ก้มลง!”
เสียงระเบิดของแก้วแตกกระจายดังสนั่นมาจากทิศที่พวกเรายืนอยู่เมื่อครู่ ตามมาด้วยกลิ่นเหม็นไหม้ของกำมะถันที่รุนแรงจนแทบอาเจียน เมื่อผมรวบรวมสมาธิแล้วสะบัดมือออกไปเพื่อสร้างเกราะป้องกัน แสงสลัวๆ จากไฟฉายของรินรดาก็กลับมาติดอีกครั้ง สิ่งที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้าไม่ใช่ฆาตกร แต่เป็นศพบนเตียงชันสูตรที่ลุกขึ้นนั่งอย่างผิดธรรมชาติ ดวงตาของมันที่เคยปิดสนิท บัดนี้เบิกโพลงเป็นสีดำสนิทไร้ตาดำ และในมือของมัน... มีกริชอาคมที่ผมจำได้แม่นว่ามันควรจะอยู่ในมือของอาจารย์คงเมื่อสิบปีก่อน!
รินรดาชักปืนออกมา แต่ผมรู้ดีว่ากระสุนเหล็กเหล่านั้นทำอะไรศพที่ถูกควบคุมด้วยอาคมขั้นสูงไม่ได้
“อคิน... ดูที่พื้นนั่น!” รินรดาตะโกนเสียงหลง
ที่พื้นห้องใต้ฝ่าเท้าของศพ เลือดสีคล้ำกำลังก่อตัวเป็นรูปร่างอักขระที่กำลังหมุนวน มันไม่ใช่แค่การฆ่าเพื่อส่งวิญญาณไปเกิด แต่มันคือการเรียก ‘ใครบางคน’ ขึ้นมาจากปรโลกผ่านร่างเนื้อของผู้ตาย
ประตูห้องดับจิตถูกกระแทกเปิดออกอย่างแรง ลมพายุขนาดย่อมพัดผ่านเข้ามาในห้องจนเอกสารชันสูตรปลิวว่อน เงาร่างสูงใหญ่ในชุดคลุมสีเข้มก้าวเข้ามาหยุดอยู่หน้าประตู เขาไม่มีหน้าตา มีเพียงเงาดำที่แผ่กระจายออกมาจากร่างนั้น และเหนือสิ่งอื่นใด... บนหน้าอกของมัน มีรอยกรีดที่เป็นสัญลักษณ์เดียวกับที่ผมเห็นในความทรงจำของเหยื่อ
“เกมล่าเพิ่งเริ่มขึ้น อคิน...” เสียงนั้นไม่ใช่เสียงของอาจารย์คง แต่มันเป็นเสียงของผม... เสียงของผมที่ดังออกมาจากเงาดำนั้น!
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางสำรวจเส้นทางสายมืดนี้ไปพร้อมกับผมนะครับ เข็มทิศมองวิญญาณ
รอยฆ่าอาคมเลือด: ปริศนาวิญญาณอาฆาต•ตอนที่ 4
พันธสัญญาแห่งศพ
ผลงานโดย เข็มทิศมองวิญญาณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เข็มทิศมองวิญญาณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยฆ่าอาคมเลือด: ปริศนาวิญญาณอาฆาต นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!