วิถีกระบี่ไร้ลักษณ์ กับนางเซียนผู้เฝ้ามองดารา•ตอนที่ 17

ศิษย์ทรยศ

ผลงานโดย หมึกทองคำข้ามภพ
"หากเจ้าคิดว่าการสละศิษย์น้องเพื่อรักษาชีวิตตนเอง เป็นวิถีของผู้บรรเพ็ญเซียนที่ถูกต้อง เช่นนั้นกระบี่ในมือข้าคงต้องขอพิสูจน์สัจธรรมข้อนี้ดูสักครา" น้ำเสียงของหลี่มู่เฉินราบเรียบดั่งผิวน้ำในบึงลึก ทว่าทุกคำที่เอื้อนเอ่ยกลับหนักหน่วงราวกับภูเขาไท่ซานกดทับลงกลางอกของผู้ฟัง ลมปราณรอบกายเขาไม่ได้แผ่พุ่งออกมาอย่างเกรดกราด ทว่ามิติรอบตัวกลับบิดเบี้ยวเป็นระลอกคลื่น อักขระสีทองอร่ามเจิดจ้านับพันตัวลอยวนเวียนอยู่รอบฝ่ามือ คล้ายดั่งดวงดาวนับร้อยที่ถูกกักขังไว้ในอาณาเขตอันจำกัด เบื้องหน้าของเขาทั้งสอง คือชายชราในชุดคลุมสีเทาเข้ม ใบหน้าเหี่ยวย่นราวกับเปลือกไม้แห้งกราด ดวงตาหรี่เล็กคู่สั่นไหวด้วยความหวาดระแวง นัยน์ตาคู่นั้นสะท้อนภาพของหลี่มู่เฉินและ... สตรีในอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ที่ยืนสงบนิ่งอยู่เบื้องหลัง เซียนจื่อเวย นางไม่ได้ขยับเขยื้อnกายแม้แต่น้อย ปลายกระบี่วิญญาณในมือยังคงอยู่ในฝัก ทว่าไอเย็นยะเยือกที่แผ่ออกมาจากร่างของนางกลับทำให้หยาดน้ำค้างบนใบหญ้ารอบบริเวณแข็งตัวเป็นเกล็ดน้ำแข็งในพริบตา ดวงตาคู่คมกริบดั่งดาราบนฟากฟ้ายามค่ำคืนจ้องมองไปยังชายชราผู้นั้นด้วยความเกลียดชังที่ถูกฝังกลบไว้ใต้ห้วงน้ำลึกมานานนับปี "จื่อเวย... ศิษย์หลานรัก เจ้าช่างกล้าหาญนักนะที่กลายมาเป็นสุนัขรับใช้ของคนนอก" ผู้อาวุโสไท่เฉิน แขนเสื้อสะบัดวูบ ฝ่ามือเหี่ยวย่นดั่งกรงเล็บพญาอินทรีแผ่พุ่งไอสังหารสีดำทะมึนออกมา ปราณมารสายนี้ชั่วช้าและบิดเบี้ยว รสชาติของมันเต็มไปด้วยความโลภและความอิจฉาริษยา ซึ่งเป็นเครื่องหมายการค้าของสำนักมารกลืนดาราในอดีต "สุนัขรับใช้?" หลี่มู่เฉินแค่นหัวเราะเบาๆ ในลำคอ รอยยิ้มเยาะปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างบางเบา "คำนี้ดูจะเหมาะกับคนที่เคยคุกเข่าอ้อนวอนขอชีวิตใต้คมกระบี่ของข้าเมื่อสามปีก่อนมากกว่ากระมัง ผู้อาวุโสไท่เฉิน ความจำของท่านเสื่อมถอยลงไปตามสังขาร หรือว่ากะโหลกศีรษะของท่านเริ่มแข็งกระด้างจนลืมความเจ็บปวดไปเสียแล้ว" คำพูดนั้นแทงใจดำของไท่เฉินเข้าอย่างจัง ใบหน้าเหี่ยวย่นกระตุกเกร็งด้วยความโกรธเกรี้ยว ความอัปยศอดสูในอดีตที่เคยพ่ายแพ้ต่อบุรุษหนุ่มผู้ใช้เพียงยันต์อักขระย้อนกลับมาหลอกหลอนในความทรงจำอีกครั้ง ในยุทธภพนี้ ผู้คนต่างนับถือวิถีกระบี่และพลังปราณดิบเถื่อน แต่มารผู้นี้กลับใช้สติปัญญาและอักขระฟ้าดินพลิกแพลงจนกลายเป็นภัยคุกคามที่น่าสะพรึงกลัวที่สุด "หลี่มู่เฉิน! อย่าได้ลำพองใจให้มากนัก! ที่นี่ไม่ใช่ดินแดนรกร้าง แต่มันคือเขตแดนค่ายกลพันอสูรของสำนักข้า เจ้าคิดว่าด้วยยันต์กระดาษไม่กี่แผ่นจะสามารถต่อกรกับพลังแห่งบรรพกาลได้งั้นหรือ!" ไท่เฉินคำรามลั่น ประสานอินด้วยมือทั้งสองข้าง พลังปราณสีดำพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า ดึงดูดกลุ่มเมฆทมิฬให้เคลื่อนตัวมารวมกันอย่างรวดเร็ว สายฟ้าสีม่วงฟาดผ่าลงมาใจกลางค่ายกล เกิดเป็นเสียงคำรามกึกก้องสะเทือนเลื่อนลั่น ทันใดนั้น พื้นดินใต้ฝ่าเท้าก็สั่นสะเทือน โครงกระดูกสีขาวโพลนของสัตว์อุดมคติโบราณนับร้อยตัวผุดขึ้นมาจากใต้ดิน ดวงตากลวงโบ๋ของพวกมันเปล่งแสงสีแดงฉาน พุ่งเข้าใส่หลี่มู่เฉินและจื่อเวยจากทุกสารทิศ ฉากการต่อสู้ระเบิดขึ้นในเสี้ยววินาที หลี่มู่เฉินไม่แม้แต่จะขยับเท้าถอยหลัง เขาสะบัดมือขวาเบาๆ อักขระทองคำแปดสิบเอ็ดตัวพุ่งทะยานออกไปกลางอากาศ ประสานกันเป็นค่ายกลคุ้ม1ครองวิญญาณ ทันทีที่โครงกระดูกตัวแรกสัมผัสกับม่านอักขระ แสงสีทองก็ระเบิดออกราวกับดวงอาทิตย์ย่อส่วน เผาผลาญร่างของมันให้กลายเป็นจุลในพริบตา "จื่อเวย" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นท่ามกลางเสียงคำรามของสัตว์อุดมคติ "จัดการทางซ้าย ปล่อยทางขวาให้เป็นหน้าที่ของข้า" "เจ้าค่ะ" คำตอบรับสั้นๆ ที่เต็มไปด้วยความเชื่อใจอย่างไร้เงื่อนไข เซียนจื่อเวยเคลื่อนกายราวกับภูตผี นางก้าวเท้าเพียงสามก้าว ทว่าร่างกลับหายวับไปจากจุดเดิม ปลายกระบี่ในฝักถูกชักออกมาเพียงหนึ่งนิ้ว แสงกระบี่สีครามบริสุทธิ์ก็แหวักอากาศผ่าร่างของโครงกระดูกยักษ์ขาดเป็นสองท่อนในดาบเดียว ความเย็นเยียบแผ่ขยายออกไปจนน้ำแข็งเกาะกุมโครงกระดูกเหล่านั้นจนแตกสลายเป็นผุยผง นี่คือกระบวนท่าของสำนักดาราจรัสที่สูญหายไป... กระบี่ไร้ลักษณ์ ทว่าดุดันและงดงามราวกับภาพวาด ไท่เฉินที่ยืนมองอยู่บนโขดหินสูงเบิกตากว้างด้วยความตื่นตระหนก เขาไม่คาดคิดว่าสตรีที่เคยอ่อนแอและถูกเขาเหยียบย่ำศักดิ์ศรีในอดีต จะบรรลุถึงขอบเขตที่แม้แต่เขาเองยังต้องรู้สึกหนาวเหน็บสันหลังวาบ "เป็นไปไม่ได้! นังเด็กนี่... ไนตัวของมันควรจะมีพิษสะกดปราณที่ข้าฝังไว้เมื่อสิบปีก่อนมิใช่หรือ!" ไท่เฉินอุทานออกมาอย่างลืมตัว เมื่อได้ยินคำนั้น ดวงตาของเซียนจื่อเวยที่เย็นชาอยู่แล้วกลับยิ่งเยือกเย็นลงจนกลายเป็นสีเงินยวง อุณหภูมิรอบตัวนางลดฮวบลงจนเกิดเกล็ดหิมะโปรยปรายลงมาจากท้องฟ้า ไอสังหารพวยพุ่งออกจากร่างจนมองเห็นเป็นรูปร่างของกลุ่มดาวบนท้องฟ้า "พิษเก้าทุรนทุรายงั้นหรือ..." เสียงหวานใสเยือกเย็นเอ่ยขึ้นราวกับเสียงกระซิบจากยมทูต "น่าเสียดาย... ที่คนที่ท่านคิดว่าควบคุมได้ ปัจจุบันได้ก้าวข้ามผ่านพันธนาการนั้นมานานแล้ว" เซียนจื่อเวยก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว ร่างของนางหายวับไปปรากฏตัวเบื้องหน้าไท่เฉินในพริบตา ความเร็วนั้นเหนือกว่าขอบเขตการรับรู้ของผู้อาวุโสแห่งสำนักมารไปหลายช่วงตัว เปรี้ยง! กระบี่ในฝักกระแทกเข้าที่หน้าอกของไท่เฉินอย่างจัง แรงปะทะมหาศาลทำให้ร่างชรากระเด็นลอยละลิ่วไปชนกับผนังถ้ำหินผาจนยุบลงไป ฝุ่นควันตลบอบอวล เลือดสีดำทะมึนกระเซ็นออกมาจากปากของเขาคำโต หลี่มู่เฉินเดินเข้ามาสมทบ สุขุมและเยือกเย็นดังเดิม เขาสะบัดแขนเสื้อ ปิดผนึกค่ายกลโดยรอบด้วยยันต์อักขระแผ่นสุดท้าย ก่อนจะหยุดยืนมองชายชราที่นอนหายใจรวยรินอยู่บนพื้น "ท่านแก่ลงมากแล้วจริงๆ ไท่เฉิน" หลี่มู่เฉินเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย "ความโลภทำให้ท่านหลงลืมไปว่า บนเส้นทางแห่งการบำเพ็ญเพียร ผู้ที่ทรยศต่อจิตวิญญาณของตนเอง ย่อมไม่วันก้าวไปถึงจุดสูงสุดของฟ้าดินได้" ไท่เฉินกระอักเลือดออกมาอีกคำ ดวงตาเบิกโพ้างดงามด้วยความหวาดกลัว เขารู้ดีว่าความตายกำลังคืบคลานเข้ามาหา ทว่าก่อนที่ลมหายใจเฮือกสุดท้ายจะดับลง แววตาของชายชรากลับแปรเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มบิดเบี้ยว น่าขนลุก "หลี่มู่เฉิน... เจ้าคิดว่าพวกเจ้าชนะแล้วงั้นหรือ...?" ไท่เฉินหัวเราะคิกคักในลำคอ เสียงนั้นแหบพร่าและเต็มไปด้วยความอาฆาตมาดร้าย "คนที่ส่งพวกเรามาในวันนี้... หาใช่สำนักมารกลืนดาราไม่..." หลี่มู่เฉินหรี่ตาลงเล็กน้อย สัญชาตญาณอันแหลมคมเตือนภัยวิกฤตทันที "แต่คือ... คนที่อยู่ใกล้ตัวพวกเจ้าที่สุดต่างหากเล่า..." สิ้นคำพูดนั้น ร่างของไท่เฉินก็ระเบิดออกกลายเป็นกลุ่มควันสีดำสนิท พลังมารอันรุนแรงพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า ก่อตัวเป็นสัญลักษณ์อักขระประหลาดที่หลี่มู่เฉินไม่เคยพบเห็นมาก่อน มันไม่ใช่พลังของสำนักมารทั่วไป แต่มันคือ... ตราประทับแห่งสำนักดาราจรัส! ดวงตาของเซียนจื่อเวยเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ความทรงจำในอดีตอันเลวร้ายไหลย้อนกลับมาดั่งกระแสน้ำวน นางหันขวับกลับไปมองยังทิศทางที่ตั้งของสำนักตนเอง ท้องนภหายยามค่ำคืนที่เคยประดับด้วยหมู่ดาว กลับถูกย้อมด้วยแสงสีแดงฉานของเพลิงสงคราม และเงาร่างของบุคคลผู้หนึ่งที่ยืนอยู่บนยอดเขาไกลโพ้น... บุคคลที่พวกเขารู้จักเป็นอย่างดี ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านกาลเวลาและวิถีกระบี่นี้ไปด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (หมึกทองคำข้ามภพ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิถีกระบี่ไร้ลักษณ์ กับนางเซียนผู้เฝ้ามองดารา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%