วิถีกระบี่ไร้ลักษณ์ กับนางเซียนผู้เฝ้ามองดารา•ตอนที่ 16

พิธีล้างวิญญาณ

ผลงานโดย หมึกทองคำข้ามภพ
"มู่เฉิน... หนีไป... ข้าไม่ได้เป็นคนควบคุมร่างนี้อีกต่อไปแล้ว..." เสียงนั้นยังคงก้องกังวานอยู่ในห้วงสำนึก ดุจประกายไฟสุดท้ายที่ริบหรี่ใกล้ดับมอด ทว่าท่ามกลางความมืดมิดอันเวิ้งว้างของวิหารบรรพกาล แผ่นหลังบางระหงในชุดอาภรณ์สีม่วงเข้มกลับยืนตระหง่านดั่งภูผาน้ำแข็ง เซียนจื่อเวยยามนี้ ดวงตาทั้งคู่มิใช่ประกายดาราเจิดจรัสเช่นเคย หากแต่ถูกย้อมด้วยสีแดงฉานดั่งโลหิต ไอพลังมารสายหนึ่งแผ่ซ่านออกมาจากร่างนางจนมิติรอบกายบิดเบี้ยวเป็นริ้วคลื่น หลี่มู่เฉินหรี่ตาลงเล็กน้อย นิ้วมือเรียวยาวที่เคยถือครองกระบี่อันไร้พ่าย บัดนี้กำลังสะบัดวาดเขียนอักขระสีทองอร่ามกลางอากาศอย่างรวดเร็วปานสายฟ้าแลบ เขาสุขุมและนิ่งงันดั่งบ่อน้ำลึก ความตื่นตระหนกไม่มีทางปรากฏบนใบหน้าของบุรุษผู้ผ่านความเป็นความตายมานับครั้งไม่ถ้วน "จิตมารที่สะสมมาจากการทรยศของสำนักดาราจรัสในอดีต... บัดนี้มันถือโอกาสกัดกินขีดจำกัดทางจิตวิญญาณของนางแล้วสินะครับ" มู่เฉินพึมพำกับตนเอง เสียงทุ้มต่ำราบเรียบ ทว่าแฝงไว้ด้วยความเด็ดเดี่ยวอันหนักแน่น ร่างของเซียนจื่อเวยเคลื่อนไหว รวดเร็วจนเหลือเพียงภาพติดตา ดัชนีเพลิงดาราพุ่งตรงเข้ามาหมายปลิดชีพหัวใจของชายหนุ่มโดยไร้ซึ่งความปรานี ปราณเซียนและไอ มารปะทะกันจนเกิดเสียงระเบิดกัมปนาทสะเทือนเลื่อนลั่น หินผาโบราณรอบวิหารแตกละเอียดเป็นผุยผงในชั่วพริบตา "จื่อเวย... มองตาข้า" มู่เฉินไม่หลบเลี่ยง เขาก้าวเท้าออกไปตาม "วิถีกระบี่ไร้ลักษณ์" ที่แปรเปลี่ยนเป็นค่ายกลยันต์อักขระแปดทิศปิดกั้นการเคลื่อนไหว ยันต์แต่ละแผ่นสลักด้วยอักษรโบราณ เปล่งแสงเจิดจ้าตรึงร่างของหญิงสาวไว้กลางอากาศ "ตาย... เจ้าต้องตาย! พวกมันทุกคนต้องตาย!" เสียงหวานใสที่เคยเย็นชากลับแหบพร่าและเต็มไปด้วยความเคียดแค้นชิงชัง ร่างของเซียนจื่อเวยสั่นสะเทือน ไอสีดำทะมึนพวยพุ่งออกจากจุดตันTian (ตันเถียน) พยายามฉีกกระชากอักขระทองคำของมู่เฉินให้แหลกสลาย หากเป็นผู้อื่น คงเลือกใช้กำลังหักหาญเพื่อกดขี่นางให้สงบลง แต่มู่เฉินรู้ดีว่า ยิ่งใช้ความรุนแรง จิตมารจะยิ่งกัดกินวิญญาณของนางลึกขึ้นทุกที การจะผ่าน "พิธีล้างวิญญาณ" ซึ่งเป็นบททดสอบของเทพแห่งวิหารนี้ได้ มีเพียงทางเดียว... คือการยอมรับความเจ็บปวดทั้งหมดแทนและนำพานางกลับคืนด้วยสัจธรรมแห่งจิตใจ ชายหนุ่มก้าวเข้าไปประชิดตัว ท่ามกลางกระแสลมปราณที่พร้อมจะฉีกร่างของเขาเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย ดวงตาคมกริบจ้องลึกลงไปในดวงตาสีแดงฉานคู่นั้นโดยไม่กะพริบ "ข้าเคยสัญญาไว้แล้ว... ว่าต่อให้ฟ้าดินล่มสลาย ข้าก็จะไม่ยอมให้ใครพรากเจ้าไปจากวิถีนี้ แม้กระทั่งตัวของเจ้าเองก็ไม่มีสิทธิ์" สิ้นเสียงคำประกาศอันทรงพลัง มู่เฉินไม่ลังเลที่จะปลดปล่อยพลังปราณทั้งหมดของตนเองเข้าผสานกับค่ายกล "ชำระจิตพสุธา" เขายอมให้ไอ มารสายหนึ่งทะลวงเข้าสู่จุดชีพจรหัวใจของตนเอง เพื่อดูดซับความเจ็บปวดและความแค้นที่นางแบกรับไว้ตลอดหลายร้อยปี เลือดสีแดงสดกระเซ็นออกจากมุมปากของบุรุษหนุ่ม ทว่าใบหน้าของเขากลับยังคงรอยยิ้มบางเบาที่เปี่ยมด้วยความเมตตาและทะนงองอาจ แรงสะท้อนย้อนกลับทำให้อวัยวะภายในของมู่เฉินสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง แต่สองมือของเขายังคงกอดประคองร่างของเซียนจื่อเวยไว้อย่างมั่นคง ดั่งขุนเขาที่ค้ำจุนฟ้าดิน "อึก... มู่เฉิน... ทำไม..." สติอันน้อยนิดของเซียนจื่อเวยเริ่มกลับคืนมา หยาดน้ำตาใสไหลรินอาบแก้มเนียน ผสมปนเปไปกับไอสีดำที่ค่อยๆ จางหายไปเมื่อถูกพลังอักขระบริสุทธิ์ชำระล้าง "เพราะเจ้าคือเซียนจื่อเวย... ผู้เดียวที่สถิตในใจของข้าเสมอนะครับ" ทันใดนั้น บรรยากาศรอบวิหารโบราณก็เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ แสงสีทองสว่างวาบขึ้นจากพื้นศิลา ภาพจิตรกรรมฝาผนังของเทพโบราณลืมตาตื่นขึ้น พร้อมกับเสียงก้องกังวานจากห้วงมิติที่ประกาศว่าบททดสอบผ่านพ้น ทว่า ท่ามกลางความเงียบสงบที่กำลังจะกลับคืนมา รอยแยกสีดำสนิทราวกับรอยแผลเป็นบนท้องฟ้าเหนือวิหารกลับปริออกอย่างไร้สัญญาณเตือน พร้อมกับเงาร่างของบุรุษปริศนาในชุดคลุมสีขาวสนิทผู้ถือพัดกระดาษกระดูกมนุษย์ก้าวออกมาจากความว่างเปล่าอย่างเชื่องช้า... "ช่างเป็นภาพที่น่าประทับใจเสียจริง... แต่ก็น่าเสียดาย ที่บททดสอบที่แท้จริง เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นต่างหากเล่า" ________________________________________ ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนผลงานด้วยดีเสมอมาครับ "หมึกทองคำข้ามภพ"
สารจากนักเขียน (หมึกทองคำข้ามภพ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิถีกระบี่ไร้ลักษณ์ กับนางเซียนผู้เฝ้ามองดารา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%