วิถีกระบี่ไร้ลักษณ์ กับนางเซียนผู้เฝ้ามองดารา•ตอนที่ 15

ความในใจที่ไม่ได้กล่าว

ผลงานโดย หมึกทองคำข้ามภพ
"ท่านจะทำเช่นนี้ไปเพื่ออะไรกัน หลี่มู่เฉิน? การดึงรั้งข้าไว้ในวังวนแห่งความแค้นของสำนักดาราจรัส ไม่ได้ทำให้อดีตที่ท่านสูญเสียไปมันหวนคืนมาได้หรอก" สุ้มเสียงของเซียนจื่อเวยสั่นไหวเล็กน้อย กลิ่นอายหิมะเยือกเย็นที่มักแผ่ออกมาจากร่างของนางบัดนี้ดูจะเจือจางลง เหลือเพียงความร้าวรานที่ซ่อนอยู่ในแววตาคู่คม นางยืนอยู่บนแท่นหินใจกลางค่ายกลดาราดับแสง มือเรียวบางที่เคยจับกระบี่คู่กายแน่นบัดนี้กลับปล่อยวางไว้ข้างลำตัวอย่างคนหมดเรี่ยวแรง หลี่มู่เฉินไม่ได้ตอบในทันที เขานั่งขัดสมาธิอยู่เบื้องหน้า ยันต์อักขระสีทองอร่ามที่เขาวาดขึ้นกลางอากาศด้วยปลายนิ้วยังคงหมุนวนอย่างเชื่องช้า แสงของมันตกกระทบลงบนใบหน้าของชายหนุ่ม เผยให้เห็นรอยยิ้มจางๆ ที่มิใช่ยิ้มเพราะความขบขัน แต่ยิ้มให้กับการโต้เถียงที่ไร้ผล "จื่อเวย..." เขาเอ่ยชื่อนางด้วยน้ำเสียงนุ่มทุ้ม ทว่าหนักแน่นดั่งขุนเขา "ยามที่กระบี่ของข้าหักสะบั้นลงต่อหน้าอาจารย์ของเจ้า ข้าไม่ได้มองเห็นเพียงความพ่ายแพ้ แต่ข้ามองเห็นเงาสะท้อนของตัวข้าเองในแววตาของเจ้า... ความโดดเดี่ยวที่ไม่มีใครเข้าใจ การถูกทรยศโดยคนที่เจ้าเทิดทูนดุจชีวิต มันหนักหนาสาหัสเกินกว่าที่สตรีเพียงผู้เดียวจะแบกรับไว้ได้เพียงลำพัง" จื่อเวยแค่นหัวเราะ เสียงของนางเย็นเยียบดั่งน้ำค้างแข็งกลางเหมันต์ "ความเห็นใจของบุรุษคือยาพิษที่หวานหอมที่สุด ข้าถูกพร่ำสอนมาให้ก้าวข้ามความรู้สึกเหล่านั้น การบำเพ็ญเพียรไร้ลักษณ์ที่ท่านใช้... มันก็เป็นเพียงเครื่องมือในการกักขังตนเองให้ห่างไกลจากความจริงมิใช่หรือ?" "หากข้าจะกักขังใครสักคน ข้าคงไม่เลือกวิธีที่ทำให้วิญญาณของข้าต้องฉีกขาดเช่นนี้" หลี่มู่เฉินลุกขึ้นยืนช้าๆ เขาสะบัดแขนเสื้อ อักขระทองคำรอบกายสลายตัวกลายเป็นละอองแสงโปรยปรายราวกับหิ่งห้อยยามราตรี เขาเดินเข้าไปใกล้นาง ระยะห่างที่เคยเป็นดั่งเส้นขนานเริ่มลดน้อยลงจนสัมผัสได้ถึงไออุ่นจากร่างของกันและกัน จื่อเวยถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยสัญชาตญาณ ทว่าแผ่นหลังกลับชนเข้ากับผนังถ้ำศิลาที่สลักลวดลายดาราจักร นางเงยหน้าขึ้นสบตาเขา สายตาที่เคยเฉยเมยบัดนี้กลับสั่นระริกเหมือนผิวน้ำที่ถูกหยดน้ำตาตกลงกระทบ "ท่านรู้สิ่งใดมา... เกี่ยวกับการตายของอาจารย์?" นางถามด้วยเสียงที่แทบจะเป็นกระซิบ หลี่มู่เฉินยกมือขึ้นช้าๆ ก่อนจะหยุดลงที่ข้างใบหน้าของนาง เขาไม่ได้สัมผัส แต่บรรยากาศรอบกายกลับบีบคั้นจนจื่อเวยแทบหยุดหายใจ "อาจารย์ของเจ้าไม่ได้ตายเพราะการทรยศของใคร แต่เขาสละจิตวิญญาณเพื่อฝัง 'รอยด่าง' ในคัมภีร์ดาราจรัสไว้ที่ตัวเจ้า... จื่อเวย เจ้าคือภาชนะที่เขาสร้างขึ้นเพื่อรอวันทำลายล้างสำนักดาราจรัสจากภายใน" ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ ราวกับว่าแม้แต่กระแสลมปราณในหุบเขายังหยุดนิ่ง ดวงตาของนางเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก ความเปราะบางที่นางพยายามปิดตายมาตลอดนับสิบปีถูกคมกระบี่แห่งความจริงกรีดลึกจนเผยให้เห็นรอยแผลเป็นที่ซ่อนอยู่ภายใน "ไม่จริง... ท่านโกหก!" นางตวาด พลังปราณสีครามพุ่งทะลักออกจากร่างรุนแรงจนหินรอบข้างแตกร้าว ทว่าหลี่มู่เฉินกลับไม่ขยับหนี เขายืนนิ่งรับแรงกดดันนั้นด้วยความสงบ "หากข้าโกหก เหตุใดกระบี่เล่มนี้จึงสั่นไหวเมื่ออยู่ใกล้เจ้า?" หลี่มู่เฉินเรียกกระบี่ไร้ลักษณ์ออกมา กระบี่เล่มนั้นไร้ใบเหล็ก มีเพียงโครงร่างของพลังปราณที่ใสกระจ่าง ทว่าเมื่อมันจ่อเข้าที่หัวใจของจื่อเวย อักขระสีดำที่ฝังลึกอยู่ใต้ผิวหนังที่ลำคอของนางก็เริ่มปรากฏขึ้น ราวกับรอยสักที่กำลังร่ายรำอย่างบ้าคลั่ง จื่อเวยทรุดฮวบลงกับพื้น มือทั้งสองข้างกุมลำคอไว้ ความเจ็บปวดจากการถูกพันธนาการด้วยอาคมโบราณกัดกินนางอย่างช้าๆ หลี่มู่เฉินรีบนั่งลงข้างนาง เขาวางมือลงบนบ่าของนาง ปล่อยกระแสพลังปราณอุ่นๆ เข้าไปประคองหัวใจที่กำลังเต้นระส่ำ "ปล่อยให้ข้าทำ... ข้าจะปลดปล่อยเจ้าออกจากพันธนาการนี้เอง แม้ว่ามันจะต้องแลกด้วยเส้นชีพจรของข้าครึ่งหนึ่งก็ตาม" "ท่าน... ท่านบ้าไปแล้วหรือ..." จื่อเวยพึมพำ น้ำตาหยดหนึ่งร่วงหล่นลงบนมือของเขา "ถ้าท่านช่วยข้า ท่านจะไม่มีวันบรรลุถึงขั้นเซียนกระบี่ไร้ลักษณ์ตลอดกาล!" หลี่มู่เฉินยิ้ม ยิ้มที่ดูอบอุ่นและทะนงตนในเวลาเดียวกัน "หากข้าต้องบรรลุถึงยอดเขาที่หนาวเหน็บเพียงลำพัง โดยไม่มีเจ้าอยู่เคียงข้าง... เช่นนั้นวิถีกระบี่ของข้าก็ไร้ความหมายตั้งแต่ต้นแล้ว" ในขณะที่หลี่มู่เฉินกำลังจะเริ่มพิธีกรรมปลดผนึกอักขระร้าย เสียงฝีเท้าหนักๆ ก็ดังขึ้นที่หน้าถ้ำ พร้อมกับรัศมีปราณสีทองที่แผ่พุ่งเข้ามาปกคลุมไปทั่วทั้งหุบเขา "ศิษย์น้องจื่อเวย... ข้าเตือนเจ้าแล้วว่าการคบหาสมาคมกับคนนอกสำนัก ย่อมนำมาซึ่งหายนะ!" ร่างของบุรุษในชุดขาวสะอาดตาก้าวเข้ามา แววตาของเขาซ่อนเร้นความอำมหิตไว้ภายใต้ใบหน้าที่ดูเปี่ยมคุณธรรม ในมือของเขาถือหยกสั่งการของสำนักดาราจรัสที่กำลังเปล่งแสงสังหารสีแดงฉาน หลี่มู่เฉินค่อยๆ ลุกขึ้นยืน สายตามองไปที่ผู้มาเยือนด้วยความเรียบเฉย ขณะที่มือขวายังคงประคองแผ่นหลังของจื่อเวยไว้ไม่ห่าง "เจ้าสำนักลำดับที่สอง... ดูเหมือนว่าความลับของเจ้าจะถูกเปิดเผยเร็วกว่าที่คิดนะ" ทว่า ก่อนที่การปะทะจะเริ่มขึ้น รอยสักอักขระบนคอของจื่อเวยกลับเปลี่ยนเป็นสีเลือด และดวงตาของนางที่ควรจะมีความเจ็บปวด กลับกลายเป็นสีดำมืดมิดสนิท นางคว้าข้อมือของหลี่มู่เฉินไว้แน่น และสิ่งที่นางเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่มิใช่เสียงของนางเองนั้น กลับทำเอาหลี่มู่เฉินต้องชะงักงัน "มู่เฉิน... หนีไป... ข้าไม่ได้เป็นคนควบคุมร่างนี้อีกต่อไปแล้ว..." ขอบคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับวิถีกระบี่ของข้ามาถึงตอนนี้ พรุ่งนี้เรามาดูกันว่าหลี่มู่เฉินจะเลือกทางเดินใด ระหว่างหัวใจของหญิงสาวหรือวิถีแห่งเซียนที่ใฝ่ฝันครับ หมึกทองคำข้ามภพ
สารจากนักเขียน (หมึกทองคำข้ามภพ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิถีกระบี่ไร้ลักษณ์ กับนางเซียนผู้เฝ้ามองดารา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%