"หากหัวใจของเจ้ายังคงเป็นห้วงน้ำแข็งไร้ระลอก กระบี่ในมือย่อมไม่มีวันสะท้อนเงาของดวงดาวได้หรอกนะ"
สุ้มเสียงทุ้มนุ่มเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของรัตติกาล แฝงไว้ด้วยกระแสพลังปราณอันสุขุมที่แผ่ซ่านออกมาราวกับคลื่นน้ำระลอกน้อยๆ บนผิวน้ำอันสงบนิ่ง ปลายนิ้วเรียวยาวของหลี่มู่เฉินจรดลงบนแผ่นยันต์กระดาษสีชาด ขีดเขียนอักขระโบราณด้วยหมึกวิญญาณอย่างเชื่องช้า ทว่าทุกตวัดพู่กันกลับหนักแน่นดั่งขุนเขา ไร้ซึ่งความลังเลแม้แต่น้อย
เบื้องหน้าของเขาคือศาลาแปดเหลี่ยมทำจากไม้จันทน์หอม ซึ่งตั้งอยู่บนหน้าผาสูงชันของหุบเขาสรรพพุทธะ ลมหนาวพัดโชยนำพาละอองหมอกสีเทาจางๆ เข้ามาปกคลุม ทว่ากลับไม่สามารถลดทอนความเยือกเย็นที่แผ่ออกมาจากร่างของสตรีชุดขาวที่นั่งอยู่ตรงข้ามได้เลย
เซียนจื่อเวยยังคงนิ่งเงียบ ดวงตางามลึกล้ำราวกับห้วงจักรวาลกว้างใหญ่ทอดมองไปยังแผ่นยันต์ตรงหน้า ปลายนิ้วเรียวบางของนางกำด้ามกระบี่วิเศษ "จันทราพเนจร" เอาไว้แน่นจนข้อต่อนิ้วขาวซีด นางมิได้โต้ตอบทันที ปล่อยให้ความเงียบงันทำหน้าที่กดดันบรรยากาศรอบตัวให้อึดอัดอยู่ครู่ใหญ่ ก่อนที่ริมฝีปากบางเฉียบราวกับกลีบเหมยจะขยับเปล่งเสียงที่เย็นชาเสียยิ่งกว่าน้ำค้างยามค่ำคืน
"วิถีกระบี่ของข้า... ไม่จำเป็นต้องให้ผู้ใช้ยันต์อักขระเช่นเจ้ามาสั่งสอน" คำพูดของนางคมกริบราวกับคมกระบี่ที่พร้อมจะเชือดเฉือนทุกสรรพสิ่ง "หลี่มู่เฉิน เจ้าอย่าได้ลำพองใจไปนัก แม้ว่าค่ายกลของเจ้าจะช่วยชีวิตข้าจากเงื้อมมือของผู้อาวุโสทรยศผู้นั้นได้ แต่นั่นไม่ได้หมายความว่า... เจ้าจะล่วงล้ำเข้ามาในเขตหวงห้ามแห่งจิตใจของข้าได้"
หลี่มู่เฉินมิได้โกรธเคือง รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปากของบุรุษหนุ่มผู้ละทิ้งวิถีกระบี่มาสู่ศาสตร์แห่งอักขระ เขาหยุดพู่กันในมือเงยหน้าขึ้นสบตาคู่สวยที่เต็มไปด้วยความระแวดระวังและบาดแผลจากอดีต แววตาของเขามีความอ่อนโยนฉายชัดอยู่ชั่วขณะ ซึ่งเป็นสิ่งที่หาได้ยากยิ่งในยุทธภพอันเลือดเย็นนี้
"ข้าไม่ได้ต้องการล่วงล้ำ... จื่อเวย" เขากล่าวชื่อนางด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลและเป็นกันเองขึ้นเล็กน้อย "ข้าเพียงแต่... มองเห็นความเจ็บปวดที่เจ้าพยายามซ่อนไว้ภายใต้ความเยือกเย็นนั้นต่างหากเล่า"
คำพูดเพียงประโยคเดียวราวกับสายฟ้าที่ผ่าลงกลางใจของนางเซียนผู้สูงศักดิ์ เซียนจื่อเวยสะดุ้งเฮือก ร่างเพรียวบางเกร็งขึ้นทันที ดวงตาคู่คมวาวโรจน์ด้วยความตื่นตระหนกผสมผสานกับความโกรธเกรี้ยว นางตวัดสายตาคมกริบมองเขา ราวกับต้องการจะใช้สายตานั้นแทงทะลุร่างของเขาให้พรุน
"เจ้า... รู้ได้อย่างไรว่าข้า..." เสียงของนางสั่นเครือเล็กน้อยอย่างปิดไม่มิด แม้จะพยายามควบคุมมันให้อย่างแนบเนียนที่สุดแล้วก็ตาม
"คนเราจะสามารถเย็นชาใส่ทุกคนบนโลกใบนี้ได้ ก็ต่อเมื่อหัวใจดวงนั้นเคยถูกแผดเผาจนกลายเป็นเถ้าถ่านมาก่อนแล้วเท่านั้น" หลี่มู่เฉินวางพู่กันลงอย่างแผ่วเบา เสียงกระทบกันของด้ามพู่กันกับโต๊ะไม้ดังขึ้นเบาๆ ท่ามกลางความเงียบ "อาจารย์ที่เจ้าเคารพรักดั่งชีวิต กลับเป็นผู้ที่ยกกระบี่แทงข้างหลังเจ้าเพื่อแย่งชิงคัมภีร์ดาราจรัส รอยแผลนั้น... มิได้อยู่ที่กายเนื้อของเจ้า แต่มันฝังลึกอยู่ในจิตวิญญาณต่างหากเล่า"
ความเงียบงันเข้าปกคลุมชั่วขณะ บรรยากาศรอบตัวคล้ายจะหยุดนิ่ง เซียนจื่อเวยรู้สึกราวกับถูกกระชากหน้ากากที่สวมใส่อย่างแน่นหนาออกต่อหน้าบุรุษผู้นี้ ความลับที่นางเก็บซ้ำไว้ในส่วนลึกที่สุดของดวงใจ กลับถูกมองทะลุปรุโปร่งอย่างง่ายดายด้วยสายตาที่ลึกซึ้งคู่นั้น
หัวใจที่ด้านชาและปิดตายมานานนับปี เริ่มสั่นไหวอย่างรุนแรง ความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างกำลังก่อตัวขึ้นในอก มันทั้งอึดอัด หวาดกลัว และในขณะเดียวกัน... ก็อบอุ่นอย่างน่าประหลาด
"เจ้าช่าง... น่าชังนัก หลี่มู่เฉิน" นางหลบสายตาลงต่ำ มองหยาดน้ำค้างที่เกาะอยู่บนใบไม้ ยอดอกสะท้อนขึ้นลงตามจังหวะการหายใจที่เริ่มไม่เป็นระเบียบ หัวใจที่เคยสงบนิ่งดั่งน้ำแข็งในฤดูหนาว บัดนี้กลับถูกความอบอุ่นจากถ้อยคำของเขารุกรานจนเริ่มหลอมละลาย
"ข้าได้ยินคำนี้จากปากคนมามากมายนัก" หลี่มู่เฉินหัวเราะในลำคอเบาๆ แววตาทอประกายระยิบระยับสะท้อนแสงจันทร์ "แต่ส่วนใหญ่แล้ว... พวกเขาเหล่านั้นมักจะจบลงด้วยการมานั่งจิบชาพูดคุยกับข้าใต้แสงจันทร์เช่นนี้ทุกรายไป"
เซียนจื่อเวยอดไม่ได้ที่จะส่งเสียง "ฮึ" ออกมาทางจมูก แม้ใบหน้าจะยังคงเรียบเฉย แต่มุมปากของนางกลับยกขึ้นเล็กน้อยอย่างไม่รู้ตัว เป็นรอยยิ้มครั้งแรกในรอบหลายปีที่ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของนางเซียนผู้เยือกเย็น ท่ามกลางแสงจันทร์ที่สาดส่องลงมา ร่างเพรียวในชุดขาวดูงดงามราวกับภาพวาดเซียน ทว่ามีความเป็นมนุษย์และมีชีวิตชีวาขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
"คนหลงตัวเอง" นางพึมพำเบาๆ ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบคอกาชาตเซรามิคสีขาวขึ้นมา รินน้ำชาสมุนไพรกลิ่นหอมกรุ่นลงในจอกกระเบื้องเคลือบยื่นให้เขา "ดื่มเสียสิ... ชานี้ช่วยชำระล้างพลังปราณที่ติดขัดจากการใช้อักขระเมื่อครู่ของเจ้า"
หลี่มู่เฉินรับจอกชามาจากมือของนาง ปลายนิ้วของทั้งสองสัมผัสกันเพียงแผ่วเบา ทว่ากลับสร้างกระแสความรู้สึกประหลาดราวกับมีประกายไฟสายเล็กๆ วิ่งผ่านไปทั่วสรรพางค์กาย ทั้งคู่ชะงักไปชั่วขณะ ดวงตาประสานกันนิ่งนาน ราวกับกาลเวลาได้หยุดเดินลง ณ ชั่วขณะนั้น
บรรยากาศรอบกายเต็มไปด้วยความหวานชื่นที่ก่อตัวขึ้นอย่างเงียบงัน ความหวาดระแวงและความเยือกเย็นถูกแทนที่ด้วยความเข้าใจอันลึกซึ้งที่ส่งผ่านทางสายตา ทว่า ในวินาทีที่หัวใจของทั้งสองกำลังจะหลอมรวมเข้าหากันเป็นหนึ่งเดียวนั้นเอง...
*ตูมมมม!*
เสียงระเบิดสนั่นหวั่นไหวราวกับฟ้าผ่าดังขึ้นจากเบื้องล่างของหุบเขา แรงปะทะของคลื่นพลังปราณอันมหาศาลพัดกระหน่ำเข้ามาจนศาลาไม้จันทน์สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง แผ่นยันต์อักขระที่หลี่มู่เฉินเพิ่งเขียนเสร็จปลิวว่อนขึ้นไปบนท้องฟ้าก่อนจะสลายกลายเป็นผุยผงในพริบตา
เซียนจื่อเวยดีดตัวลุกขึ้นยืนด้วยสัญชาตญาณ กระบี่จันทราพเนจรถูกชักออกจากฝักครึ่งหนึ่ง เสียงคมกระบี่เสียบสีกับฝักดัง *กริ๊ง* กังวานบาดแก้วหู ประกายแสงสีฟ้าเจิดจ้าแผ่พุ่งออกมาขับไล่ความมืดมิดรอบกาย
"มีคนบุกรุก!" นางเอ่ยเสียงเข้ม แววตาที่เพิ่งจะอ่อนโยนลงเมื่อครู่ กลับแปรเปลี่ยนเป็นความดุดันและเย็นชาดั่งคมดาบอีกครั้ง
ทว่า หลี่มู่เฉินกลับยังคงนั่งนิ่งอยู่ที่เดิม เขายกจอกชาขึ้นจิบช้าๆ อย่างไม่รีบร้อน สายตาคมกราบมองผ่านความมืดไปยังเบื้องล่างของหน้าผา มุมปากของเขายกยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์และรู้ทันสถานการณ์
"ไม่ต้องตกใจไปหรอจื่อเวย..." หลี่มู่เฉินวางจอกชาลงบนโต๊ะอย่างแผ่วเบา ก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง พลังปราณสีทองอร่ามเริ่มแผ่ซ่านออกจากร่างของเขาอย่างช้าๆ "ดูเหมือนว่า... แขกที่ไม่ได้รับเชิญ ที่เจ้าเคยบอกว่าหลบหนีไปเมื่อสามวันก่อน จะทนรอให้เราจิบชาจนหมดกาไม่ไหวเสียแล้วกระมัง"
สิ้นคำพูดของเขา เงาร่างสีดำนับสิบร่างก็ทะยานขึ้นมาจากความมืดมิดของหุบเขา ล้อมรอบศาลาแปดเหลี่ยมเอาไว้ทุกทิศทุกทาง พร้อมกับเสียงหัวเราะเยือกเย็นที่ดังสะท้อนก้องไปทั่วผืนป่า
"หลี่มู่เฉิน! เซียนจื่อเวย! พวกเจ้าหนีไม่ thoát พ้นหรอก วันนี้คือวันตายของพวกเจ้า!"
ขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "หมึกทองคำข้ามภพ" เสมอมาครับ
วิถีกระบี่ไร้ลักษณ์ กับนางเซียนผู้เฝ้ามองดารา•ตอนที่ 7
ความเย็นชาที่ละลาย
ผลงานโดย หมึกทองคำข้ามภพ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมึกทองคำข้ามภพ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิถีกระบี่ไร้ลักษณ์ กับนางเซียนผู้เฝ้ามองดารา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!