“หมอบลง!”
เสียงตะคอกของคริสดังลั่นประสานไปกับเสียงลมกรีดผ่านอากาศที่เฉียดปลายจมูกของเรย์ไปเพียงเสี้ยววินาที กลิ่นคาวเลือดผสมกับไอเวทมนตร์เหม็นสาบฟุ้งกระจายไปทั่วโถงถ้ำชั้นลึก เรย์กระแทกตัวลงกับพื้นหินขรุขระอย่างแรง ความทรงจำในเสี้ยววินาทีก่อนหน้าที่เห็นใบหน้าปีศาจบอสบิดเบี้ยวเป็นภาพหลอนของเพื่อนเก่าที่ตายจากไป ยังคงฉายชัดอยู่ในหัวจนเขาสั่นไปทั้งร่าง
โล่ในมือเรย์สั่นระริก แรงปะทะจากการป้องกันเมื่อครู่ทำให้กล้ามเนื้อแขนของเขาชาดิกจนแทบไร้ความรู้สึก คริสไม่ได้รอให้เขาตั้งตัว ร่างสูงโปร่งในชุดคลุมสีดำสนิทพุ่งตัวออกไปเหมือนพยัคฆ์ล่าเหยื่อ ดาบในมือของเขาหมุนวนเป็นวงแสงสีเงินตัดผ่านอากาศ ก่อเกิดแรงอัดมหาศาลเข้าปะทะกับร่างยักษ์ของบอสที่กำลังอาละวาด
“เรย์! อย่ามัวแต่เหม่อ! นายกำลังจะตายถ้ายังคุมสติไม่ได้!” คริสตะโกนกลับมาโดยไม่หันมอง ดวงตาคมกริบคู่นั้นยังคงจดจ้องอยู่เพียงจุดอ่อนบนอกของศัตรู
เรย์สูดลมหายใจเข้าลึกจนแสบปอด เขากัดริมฝีปากตัวเองจนได้กลิ่นคาวเลือด ความเจ็บปวดภายนอกดึงเขาออกจากภวังค์แห่งอดีตอันเลวร้าย เขาต้องเลิกเป็นคนขี้ขลาดที่มัวแต่วิ่งหนีเงาตัวเองเสียที
เขายันกายลุกขึ้น ใช้ทักษะ ‘สะท้อนโลหิต’ ประทับลงบนพื้นหิน สร้างกำแพงพลังงานสีแดงฉานขึ้นรองรับการโจมตีที่รุนแรงที่สุดของบอส เสียงปะทะดังกัมปนาทจนผนังถ้ำสั่นสะเทือน ดาเมจมหาศาลถูกตีกลับไปหาศัตรูตามกลไกทักษะของเขา ร่างบอสใหญ่ชะงักงันเปิดช่องว่าง คริสไม่รอช้า พุ่งทะยานเข้าปลิดชีพมันด้วยการแทงดาบเพียงครั้งเดียวที่กลางอก
เมื่อความเงียบเข้าปกคลุมดันเจี้ยน กลิ่นอายสังหารก็ค่อยๆ จางหายไป เหลือเพียงเสียงหอบหายใจของชายหนุ่มสองคนที่ยืนพิงผนังหินคนละด้านของโถงกว้าง
“ทำไมถึงทำหน้าแบบนั้น” คริสทำลายความเงียบขึ้นก่อน เขาถอดถุงมือหนังที่เปื้อนเลือดออก เผยให้เห็นมือที่สั่นน้อยๆ แต่แววตายังคงนิ่งสงบอย่างน่าประหลาด “นายเห็นอะไรในเงาของมัน เรย์”
เรย์ก้มหน้ามองพื้น สองมือสั่นระริกกำแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน “...ผมเห็นคนที่ผมช่วยไว้ไม่ได้”
คริสขยับตัวเข้ามาใกล้โดยไม่พูดอะไร เขาทิ้งตัวลงนั่งข้างๆ เรย์บนพื้นดินที่เย็นเฉียบ ความเงียบงันระหว่างพวกเขาไม่ได้น่าอึดอัดเหมือนเคย แต่มันกลับเต็มไปด้วยความกดดันที่ถูกเก็บงำมานาน
“นายคิดว่าความตายของพวกเขาคือน้ำหนักที่นายต้องแบกไว้คนเดียวงั้นหรือ?” คริสเอ่ยเสียงเรียบ หากแต่ในน้ำเสียงนั้นกลับแฝงความนุ่มนวลอย่างที่เรย์ไม่เคยได้รับจากใคร
“มันเป็นความผิดของผม” เรย์แค่นยิ้มขมขื่น “ถ้าวันนั้นผมไม่อ่อนแอ... ถ้าผมแข็งแกร่งกว่านี้ พวกเขาก็คงไม่ต้องตายในเกตระดับ B นั่น”
คริสเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะค่อยๆ ปลดสายรัดเกราะไหล่ออก เผยให้เห็นรอยแผลเป็นทางยาวที่พาดผ่านแผ่นหลังจนไปถึงหัวไหล่ แผลที่ดูเหมือนถูกกรงเล็บขนาดมหึมาฝากไว้
“นายเห็นนี่ไหม?” คริสพูดพลางลูบรอยแผลนั้นเบาๆ “ในกิลด์ที่ฉันเคยอยู่ ทุกคนต่างเรียกฉันว่าอัจฉริยะ หัวหน้ากิลด์ที่ไร้พ่าย... แต่ไม่มีใครรู้หรอกว่าฉันต้องแลกอะไรมาบ้างเพื่อตำแหน่งนั้น ฉันเป็นคนส่งลูกทีมไปตายด้วยคำสั่งของตัวเอง เพราะฉันมั่นใจในแผนการของฉันมากเกินไป... ฉันมั่นใจว่าพวกเขาทุกคนจะรอด”
เรย์เงยหน้ามองคริสด้วยสายตาเบิกกว้าง เขาไม่เคยรู้มาก่อนว่าคนที่มีความมั่นใจและเยือกเย็นอย่างคริส จะมีบาดแผลในใจที่ลึกกว่าของเขาหลายเท่า
“ฉันแบกรับความตายของลูกทีม 12 คนไว้ในฝันทุกคืน” คริสกล่าวต่อ สายตาของเขาทอดมองไปในความมืดมิดของดันเจี้ยน “ที่ฉันยอมร่วมทีมกับนาย ที่ฉันคอยจ้องมองนาย ไม่ใช่เพราะฉันสมเพช แต่เพราะฉันเห็นตัวเองในตัวนาย... ความรู้สึกที่อยากปกป้องใครสักคนจนตัวตาย เพื่อชดเชยกับสิ่งที่เคยทำผิดพลาดไป”
เรย์รู้สึกเหมือนหัวใจถูกบีบแน่น ความเชื่อใจที่เขาสร้างกำแพงกั้นไว้เริ่มพังทลายลงทีละน้อย เขาไม่เคยรู้สึกว่ามีใครเข้าใจความเจ็บปวดนี้มาก่อน จนกระทั่งผู้ชายที่อยู่ตรงหน้าเปิดเผยความลับที่แสนเปราะบางออกมา
“เราต่างก็เป็นคนบาปที่พยายามไถ่โทษด้วยการลงดันเจี้ยนไม่ใช่เหรอ?” คริสหันมาสบตาเรย์ ดวงตาที่เคยเย็นชากลับทอประกายความเห็นใจ “ถ้านายพร้อม... เล่าเรื่องของนายให้ฉันฟังได้ไหม ไม่ใช่ในฐานะเพื่อนร่วมทีม แต่ในฐานะ... คนที่นายยอมรับให้เป็นส่วนหนึ่งของชีวิต”
เรย์นิ่งอึ้ง หัวใจเต้นรัวแรงจนแทบจะได้ยินเสียง เขาอ้าปากจะเอ่ยอะไรบางอย่างออกมา แต่ทว่าในขณะที่เขากำลังจะยอมเปิดปากพูดเรื่องอดีต เสียงก้องกังวานของฝีเท้าปริศนาที่ดังมาจากทางเข้าโถงถ้ำเบื้องหลังก็ขัดจังหวะบทสนทนาอันเปราะบางของพวกเขา
ไม่ใช่เสียงของมอนสเตอร์ แต่เป็นเสียงฝีเท้าของมนุษย์ที่ดูคุ้นเคยอย่างน่าประหลาด เสียงฝีเท้าที่เรย์จำได้แม่นยำว่าเป็นคนคนเดียวกับที่เขาเห็นในภาพหลอนเมื่อครู่... คนที่ควรจะตายไปแล้วเมื่อสองปีก่อน
เงาร่างหนึ่งก้าวพ้นจากมุมมืดออกมา แสงจากคริสตัลในดันเจี้ยนส่องกระทบใบหน้าของชายผู้มาใหม่ ทำให้เรย์ถึงกับตัวเย็นวาบ
“ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ เรย์... ดีใจจังที่เห็นนายยังไม่ตายเหมือนเพื่อนคนอื่นๆ” ชายผู้นั้นแสยะยิ้มพลางชักดาบที่คุ้นตาออกมาจากฝัก แล้วจ่อปลายคมมาที่คอของคริสก่อนจะหันมามองเรย์ด้วยดวงตาที่ไร้แววความเป็นมนุษย์
ขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและแบ่งปันความรู้สึกไปกับตัวละครในตอนนี้นะครับ
ชาโดว์ฮันเตอร์
Dungeon Party: ปฏิบัติการพิชิตเกต รหัสหัวใจนายหน่วยหน้า•ตอนที่ 12
ความไว้วางใจ
ผลงานโดย ชาโดว์ฮันเตอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชาโดว์ฮันเตอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง Dungeon Party: ปฏิบัติการพิชิตเกต รหัสหัวใจนายหน่วยหน้า นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!