"ถ้านายยังก้าวพลาดอีกเพียงนิ้วเดียว โล่ของนายจะกลายเป็นแค่เศษเหล็กที่ไม่มีค่าอะไรเลย เรย์"
เสียงทุ้มต่ำของคริสตัดผ่านความเงียบงันภายในห้องโถงหินอับชื้น กลิ่นไอของเวทมนตร์โบราณที่ตกค้างอยู่ในอากาศนั้นฉุนกึกจนน่าสะอิดสะเอียน เรย์ยืนนิ่งอยู่กลางวงล้อมของรอยแยกมิติที่บิดเบี้ยว เหงื่อกาฬไหลซึมผ่านแผ่นหลังใต้ชุดเกราะแทงค์เกอร์ที่ดูทรุดโทรม สายตาของเขาสั่นไหวเล็กน้อยขณะมองดูแผนผังการโจมตีที่วาดลงบนพื้นฝุ่นหนาด้วยปลายดาบ
"ฉันรู้แล้ว" เรย์ตอบเสียงเรียบ พยายามคุมน้ำเสียงไม่ให้สั่น "แต่ถ้าฉันยืนตำแหน่งนั้น คริส... นายจะไม่มีทางเข้าถึงจุดบอดของมันได้โดยไม่โดนการโต้กลับจากหางของมัน"
คริสขยับเข้าไปใกล้ ระยะห่างระหว่างทั้งคู่เหลือเพียงไม่กี่เซนติเมตร จนเรย์สัมผัสได้ถึงไอความเย็นเยือกที่แผ่ออกมาจากร่างกายของอดีตหัวหน้ากิลด์ผู้นี้ คริสวางมือลงบนไหล่ของเรย์ บีบเบาๆ เป็นเชิงบังคับให้มองสบตา
"มองผมสิเรย์ อย่าหลบตา" นัยน์ตาสีเทาคู่นั้นลุ่มลึกและเต็มไปด้วยอำนาจที่ทำให้เรย์เผลอกลั้นหายใจ "นายไม่ได้สู้อยู่คนเดียวเหมือนคราวนั้นแล้ว ความทรงจำของคนตายไม่ได้มีค่ามากกว่าชีวิตของนายที่ยังอยู่ตรงหน้าผม... ปรับแผนซะ เราจะใช้ 'กลยุทธ์ประสาน' ที่ผมเพิ่งคิดขึ้นเมื่อครู่นี้"
เรย์กัดริมฝีปากแน่น ปมในใจที่คอยดึงรั้งเขาให้กลัวการสูญเสียดูเหมือนจะถูกมือของคริสปัดเป่าออกไปชั่วคราว เขาพยักหน้าช้าๆ ก่อนจะเริ่มปรับเปลี่ยนตำแหน่งของแท่นหินจำลองบนพื้น
"เราจะทำแบบนี้..." เรย์เริ่มอธิบาย เสียงของเขาเริ่มมั่นคงขึ้น "ฉันจะรับแรงกระแทกทั้งหมดไว้ที่โล่สะท้อน แต่แทนที่จะบล็อกไว้ด้านหน้า ฉันจะเบี่ยงองศาไปทางซ้ายมือของนาย เพื่อให้แรงปะทะพุ่งเข้าหาจุดตายที่นายมองเห็น พอแกนพลังงานของมันเผยออกมา..."
"ผมจะปิดฉากมันเอง" คริสต่อประโยคให้จบ แววตาของเขาอ่อนลงเพียงเสี้ยววินาทีเมื่อเห็นแววตาที่แน่วแน่ของอีกฝ่าย "นี่คือการเดิมพันด้วยชีวิตของเราทั้งคู่ นายเข้าใจใช่ไหม"
"ถ้าผลลัพธ์คือการที่เราทั้งสองคนรอดออกไปจากที่นี่ได้... ผมก็พร้อมจะทุ่มสุดตัวครับ"
ในวินาทีนั้นเอง เสียงคำรามกึกก้องที่สั่นสะเทือนไปถึงกระดูกสันหลังดังขึ้นมาจากด้านหลังประตูบานยักษ์ที่ปิดสนิท บอสใหญ่ของชั้นที่ 11 กำลังตื่นจากการหลับใหล แรงสั่นสะเทือนทำเอาฝุ่นผงบนเพดานถล่มลงมา ทั้งสองคนผละออกจากกันทันที คริสกระชับดาบในมือแน่น ขณะที่เรย์ตั้งท่าเตรียมโล่ด้วยท่าทางที่เปลี่ยนไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง
เขามีความมั่นใจมากขึ้น ไม่ใช่เพราะพลังที่เพิ่มขึ้น แต่เพราะความเชื่อใจที่มีให้กับคนข้างกาย
"ไปกันเถอะ" คริสออกคำสั่ง
เมื่อประตูถูกผลักออก แสงสีม่วงครามจากเกตระเบิดออกอาบไล้ร่างของทั้งคู่ บอสอสูรกายรูปร่างมหึมาที่มีเกล็ดแข็งดั่งเพชรปรากฏตัวขึ้น ดวงตาหลายคู่ของมันจับจ้องมาที่พวกเขาด้วยความกระหายเลือด เรย์ก้าวไปข้างหน้าอย่างกล้าหาญ โล่ในมือสั่นไหวเล็กน้อยด้วยพลังเวทที่เขากำลังรวบรวม
ทว่าในจังหวะที่การต่อสู้กำลังจะเริ่มขึ้น เงาตะคุ่มที่ดูคุ้นตาเงาหนึ่งก็ก้าวออกมาจากเงามืดของเสาต้นใหญ่ข้างหลังบอส... นั่นไม่ใช่ศัตรู แต่มันคือสมาชิกกิลด์ที่ควรจะเสียชีวิตไปแล้วเมื่อหลายปีก่อน
"เรย์... อย่าเชื่อสิ่งที่มันบอก" เสียงนั้นแหบพร่าและเย็นเยียบจนเรย์ต้องชะงักฝีเท้า
คริสเบิกตากว้าง สัญชาตญาณนักรบเตือนภัยพิบัติในระดับวิกฤต เขาคว้าแขนของเรย์ไว้แน่นขณะที่บอสเริ่มยกกรงเล็บมหึมาขึ้นเตรียมฟาดฟันลงมา "อย่าหันไปมองเรย์! นั่นไม่ใช่เขา!"
ทว่าเรย์กลับแข็งทื่อ ร่างของเขาสั่นสะท้านเมื่อเห็นใบหน้าที่คุ้นเคยนั้นยิ้มให้เขาอย่างบิดเบี้ยว ก่อนที่บอสจะตวัดกรงเล็บลงมาใส่ทั้งคู่พร้อมกับเสียงหัวเราะที่ก้องกังวานไปทั่วทั้งดันเจี้ยน
ขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามการเดินทางของพวกเขาทั้งคู่มาจนถึงบทนี้นะครับ ผมจะพยายามรังสรรค์เรื่องราวให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้นในตอนถัดไปครับ
Dungeon Party: ปฏิบัติการพิชิตเกต รหัสหัวใจนายหน่วยหน้า•ตอนที่ 11
กลยุทธ์ประสาน
ผลงานโดย ชาโดว์ฮันเตอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชาโดว์ฮันเตอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง Dungeon Party: ปฏิบัติการพิชิตเกต รหัสหัวใจนายหน่วยหน้า นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!