"ปล่อย! อย่ามาแตะตัวฉัน!"
โล่เหล็กกล้าทมิฬตกกระแทกพื้นศิลาเสียงดังกึกก้อง แรงสั่นสะเทือนสะท้อนก้องไปตามทางเดินแคบของเกตระดับ A กลิ่นไอมอสและควันกำมะถันยังอบอวลอยู่ในอากาศ แต่สิ่งที่คละคลุ้งยิ่งกว่าคือความตระหนกที่แผ่ออกมาจากร่างของเรย์
ปลายนิ้วของแทงค์เกอร์หนุ่มสั่นระริกจนควบคุมไม่ได้ เหงื่อเย็นกาฬไหลซึมผ่านไรผมแนบแก้มซีดเผือด ภาพเงาสะท้อนจากมอนสเตอร์ปริศนาในนาม 'ชาโดว์ฮันเตอร์' จากการปะทะเมื่อครู่ ดึงกระชากเขากลับลงสู่นรกขุมเดิม—ภาพของเศษซากโล่ที่แตกกระจาย เลือดของอดีตเพื่อนร่วมทีมที่สาดกระเซ็นเปรอะใบหน้า และเสียงกรีดร้องที่ไม่มีวันจางหายไปจากโสตประสาท
"เรย์."
สุ้มเสียงทุ้มต่ำและเยือกเย็นดังฝ่าม่านความเงียบ คริสไม่เพียงแต่ไม่ถอย เขากลับก้าวประชิดเข้ามาอีกก้าวหนึ่ง รองเท้าคอมแบทหุ้มเกราะเหยียบลงบนเศษหินแหลมคมอย่างไม่สะทกสะท้าน ดวงตาสีอำพันคมกริบดุจเหยี่ยวจ้องมองอาการแตกตื่นของคนตรงหน้าอย่างไม่วางตา
"ถอยไป... คริส ได้โปรด" เรย์ถอยร่นจนแผ่นหลังกระแทกเข้ากับผนังหินเย็นเยียบ เขากอดแขนตัวเองแน่น ฟันกระทบกันกึกๆ "นายไม่เห็นหรือไง... เมื่อกี้ สกิลสะท้อนความเสียหายของฉันมันหน่วงไปเกือบครึ่งวินาที ถ้าไอ้เงานั่นฟันสวนลงมาจริงๆ นายจะตาย... เหมือนที่พวกนั้น..."
"หุบปาก."
คำสั่งสั้นห้วนตัดบทอย่างไร้ความปรานี ก่อนที่มือหนาซึ่งสวมถุงมือหนังสีดำจะคว้าเข้าที่คอเสื้อเกราะของเรย์อย่างรวดเร็ว แรงดึงมหาศาลบังคับให้แทงค์เกอร์หนุ่มต้องยืดตัวขึ้น เผชิญหน้ากับดวงตาคู่คมในระยะประชิดจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นร้อนที่ตัดกับความเยือกเย็นของดันเจี้ยน
"มองหน้าฉัน เรย์" คริสเค้นเสียงต่ำ แววตาไม่มีความลังเลหรือความหวาดหวั่นแม้แต่น้อย "มองดูคนที่ยืนอยู่ตรงหน้านายเดี๋ยวนี้"
"ฉัน..." เรย์พยายามจะเบือนหน้าหนี ทว่าฝ่ามืออีกข้างของคริสกลับเลื่อนขึ้นมาล็อกปลายคางของเขาไว้ นิ้วโป้งสัมผัสลงบนผิวแก้มอย่างมั่นคง บีบกระชับจนเรย์จำต้องสบสายตาอันดุดันคู่นั้นตรงๆ
"นายคิดว่าฉันเป็นใคร?" คริสเอ่ยถาม ช้า ชัด และเฉียบขาด "คิดว่าฉันเป็นไอ้พวกสวะในอดีตของนาย ที่พอเจอดาเมจหนักเข้าหน่อยก็โยนความผิดทั้งหมดลงบนหลังแทงค์เกอร์งั้นเหรอ?"
"ไม่ใช่... แต่มันเป็นหน้าที่ของฉัน! หน้าที่ของหน่วยหน้าคือต้องรับไว้ทั้งหมด!" เรย์ระเบิดอารมณ์ออกมา ดวงตาแดงก่ำรื้นด้วยหยดน้ำใส "ถ้าโล่ของฉันพัง ทุกคนก็พัง! นายเก่งเกินไปที่จะต้องมาจบชีวิตลงในเกตบ้าๆ นี่เพราะความผิดพลาดของแทงค์เกอร์ไร้ค่าอย่างฉัน ได้ยินไหมคริส! ฉันมันขี้ขลาด... ฉันกลัวว่าฉันจะปกป้องนายไม่ได้!"
ความเงียบทิ้งตัวลงชั่วขณะ มีเพียงเสียงหอบหายใจอย่างสิ้นหวังของเรย์ที่ดังก้องอยู่ในอุโมงค์มืด
แทนคำปลอบโยนหวานหู คริสกลับกระตุกยิ้มที่มุมปาก—รอยยิ้มเย้ยหยันต่อโชคชะตาที่เรย์คุ้นเคยดี
ดาเมจดีลเลอร์อันดับหนึ่งปล่อยมือจากคางของอีกฝ่าย แต่กลับเลื่อนลงไปกุมข้อมือที่สั่นเทาของเรย์ไว้แน่น แล้วดึงมือนั้นขึ้นมาทาบลงบนแผ่นอกซ้ายของตนเอง... ตำแหน่งหัวใจ
เรย์เบิกตากว้าง สัมผัสผ่านชุดเกราะเบาคือจังหวะการเต้นของหัวใจที่หนักแน่น มั่นคง และเปี่ยมล้นไปด้วยพลังชีวิต มันเต้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ราวกับจะบอกว่าคนตรงหน้านี้ยังมีชีวิตอยู่จริง และแข็งแกร่งเกินกว่าที่ความกลัวใดๆ จะโค่นล้มลงได้
"นายไม่ได้มีหน้าที่ปกป้องฉันคนเดียว เรย์" คริสกดมือของเรย์ให้แนบแน่นขึ้น สุ้มเสียงทุ้มต่ำผ่อนลงเล็กน้อย แฝงความอ่อนโยนที่หาได้ยากยิ่งไว้ลึกสุดใจ "และหน้าที่ของฉัน ก็ไม่ใช่การยืนรอให้นายมารับดาเมจแทนจนตัวตาย... ในปาร์ตี้นี้ เราคือพาร์ตเนอร์"
"คริส..."
"ความเสียหายที่นายสะท้อนกลับไปไม่ได้ ฉันจะฟันมันทิ้งเอง" นัยน์ตาสีอำพันสะท้อนภาพของเรย์เพียงผู้เดียว "เงาบ้าบอนั่น หรือแม้แต่บอสของเกตนี้ ถ้ามันกล้าแตะต้องนายแม้แต่ปลายเล็บ ฉันจะฉีกมันเป็นชิ้นๆ แต่นาย... เลิกดูถูกตัวเองได้แล้ว"
คริสก้มลงมองโล่ทมิฬที่นอนสงบนิ่งอยู่บนพื้น ก่อนจะเตะมันเบาๆ ให้เลื่อนมาหยุดแทบเท้าของเรย์
"หยิบมันขึ้นมา" คริสสั่ง น้ำเสียงกลับมาทรงอำนาจอีกครั้ง "จำความรู้สึกตอนที่นายกางม่านพลังป้องกันฉันจากกรงเล็บอสูรในฟลอร์แรกได้ไหม? วินาทีนั้น นายไม่ได้ลังเลเลยสักนิด... จิตวิญญาณของแทงค์เกอร์ที่แท้จริงไม่ได้อยู่ที่ความหนาของแผ่นเหล็ก เรย์ มันอยู่ที่หัวใจที่ไม่ยอมจำนนต่างหาก"
คำพูดนั้นเสียดแทงทะลวงผ่านกำแพงน้ำแข็งในใจของเรย์ ปลุกเร้าประกายไฟที่เคยมอดดับไปให้ลุกโชนขึ้นมาอีกครั้ง
เรย์สูดหายใจเข้าลึก ความอบอุ่นจากฝ่ามือของคริสที่ยังคงเกาะกุมข้อมือเขาไว้ค่อยๆ ซึมซาบเข้าสู่กระแสเลือด ขับไล่ความเหน็บหนาวและความหลอนประสาทออกไปจนหมดสิ้น อาการสั่นที่ปลายนิ้วเริ่มสงบลง เขาก้มลงมองโล่คู่ใจ รอยบิ่นบนขอบโล่ไม่ใช่ตราบาปของความล้มเหลว... แต่มันคือหลักฐานว่าเขารอดชีวิตมาเพื่อปกป้องคนที่คู่ควรต่างหาก
"ถ้านายกล้าฝากชีวิตไว้กับฉัน..." เรย์เอ่ยเสียงเรียบ ทว่ามั่นคงกว่าครั้งไหนๆ เขาดึงมือกลับช้าๆ ก่อนจะก้มลงคว้าด้ามจับของโล่ทมิฬขึ้นมา สวมเข้ากับแขนซ้ายอย่างคุ้นชิน "...ฉันก็ไม่มีเหตุผลที่จะต้องถอยอีกต่อไป"
ประกายแสงสีฟ้าครามเรืองรองขึ้นรอบขอบโล่ วงแหวนเวทมนตร์แห่งการสะท้อนความเสียหายหมุนวนอย่างทรงพลัง สเกลพลังป้องกันดีดกลับขึ้นสู่จุดสูงสุด บ่งบอกว่าสติและสมาธิของแทงค์เกอร์หนุ่มได้กลับคืนมาอย่างสมบูรณ์แบบแล้ว
คริสยกยิ้มพอใจ ดาบคู่เล่มยาวในมือถูกสะบัดออกเบาๆ ประกายสายฟ้าสีม่วงแลบเลียคมดาบส่งเสียงขู่ฟ่อ
"แบบนั้นแหละ ถึงจะสมกับเป็นหน่วยหน้าของฉัน" คริสหันหลังกลับ มุ่งหน้าสู่ประตูบานยักษ์ที่แกะสลักลวดลายโบราณซึ่งตั้งตระหง่านอยู่สุดปลายทางเดิน "ไปกันเถอะ ไปปิดฉากเกตนี้ด้วยกัน"
ทั้งสองก้าวเดินเคียงข้างกัน เสียงฝีเท้าหนักแน่นสอดประสานเป็นจังหวะเดียว ประตูห้องบอสบานมหึมาส่งเสียงครูดครางขณะค่อยๆ เลื่อนเปิดออก เผยให้เห็นไอหมอกสีดำทมิฬที่หมุนวนอยู่ใจกลางห้องโถงกว้างใหญ่
ทว่า... สิ่งที่ปรากฏอยู่เบื้องหลังม่านหมอกกลับไม่ใช่บอสมอนสเตอร์รูปร่างอัปลักษณ์ตามข้อมูลของสมาคมฮันเตอร์
ท่ามกลางเศษซากของแกนกลางดันเจี้ยนที่พังทลาย ร่างสูงโปร่งในชุดคลุมยาวสีรัตติกาลกำลังยืนเหยียบอยู่บนซากศพของอสูรระดับบอสที่ไร้ศีรษะ ชายผู้นั้นค่อยๆ หันใบหน้ากลับมา แสงจันทร์เทียมของเกตสาดส่องกระทบตราสัญลักษณ์โลหะสีเงินรูปอินทรีหักปีกที่กลัดอยู่บนอกเสื้อคลุม—ตราประจำตัวของอดีตหัวหน้าปาร์ตี้ของเรย์ที่ 'ควรจะตายไปแล้ว' เมื่อสามปีก่อน
ดวงตาใต้หน้ากากสีเงินคู่นั้นจ้องตรงมายังเรย์ ก่อนที่ริมฝีปากแห้งผากจะขยับเอ่ยเสียงกระซิบที่ทำให้บรรยากาศรอบตัวพลันหยุดนิ่ง...
"ยินดีต้อนรับสู่แดนประหาร... เด็กน้อยผู้รอดชีวิตของฉัน"
***
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งกำลังใจให้เรย์กับคริสในตอนนี้นะครับ — ชาโดว์ฮันเตอร์
Dungeon Party: ปฏิบัติการพิชิตเกต รหัสหัวใจนายหน่วยหน้า•ตอนที่ 41
ดึงสติกัน
ผลงานโดย ชาโดว์ฮันเตอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชาโดว์ฮันเตอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง Dungeon Party: ปฏิบัติการพิชิตเกต รหัสหัวใจนายหน่วยหน้า นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!