“เจ้าไม่ควรอยู่ที่นี่... เลือดของเจ้าไม่ได้ไหลเวียนเหมือนมนุษย์ทั่วไป”
น้ำเสียงทุ้มต่ำราวกับเสียงบดขยี้ของหินผาดังสะท้อนอยู่ภายในโสตประสาทของเรย์ แม้ว่าการต่อสู้กับบอสลับในชั้นที่ 25 จะจบลงไปแล้ว แต่ประโยคนั้นยังคงดังก้องวนเวียนอยู่ในหัว ราวกับคำสาปที่ฝังลึกลงไปในกระดูก เรย์ยืนนิ่งอยู่หน้ากองไฟที่กำลังปะทุเสียงเปรี๊ยะ แสงสีส้มสาดกระทบใบหน้าซูบตอบที่เต็มไปด้วยรอยแผลเป็นจางๆ ดวงตาคู่คมของเขาเหม่อมองไปยังความมืดมิดของผนังดันเจี้ยน ราวกับกำลังรอคอยคำตอบจากเงาที่ไม่มีตัวตน
“เรย์... นายดูเหม่อลอยไปนะ”
เสียงเรียบเฉยแต่แฝงไปด้วยความกังวลของคริสดังขึ้นจากด้านหลัง ความเย็นยะเยือกที่แผ่ออกมาจากชายหนุ่มผู้เป็นดาเมจดีลเลอร์อันดับหนึ่งคนนี้ ไม่ได้ทำให้เรย์รู้สึกอึดอัดเหมือนเมื่อก่อน ตรงกันข้าม... มันกลับเป็นความเย็นเพียงอย่างเดียวที่ช่วยฉุดเขาไม่ให้จมดิ่งลงสู่ห้วงความคิดที่น่าสะพรึงกลัว
เรย์หันกลับไปมองคริสที่กำลังลับคมดาบคาตานะของตนอย่างใจเย็น แสงไฟสลัวสะท้อนบนใบมีดคมกริบ คริสไม่ได้เงยหน้ามองเขา แต่เรย์รู้ดีว่าภายใต้ความนิ่งสงบนั่น ชายผู้นี้กำลังจับสังเกตทุกจังหวะการหายใจของเขา
“คริส... นายเชื่อเรื่อง ‘เลือดที่ไม่ได้ไหลเวียนเหมือนมนุษย์’ ไหมครับ?” เรย์ถามขึ้นโดยไม่บอกปี่บอกขลุ่ย
มือที่กำลังลับดาบของคริสหยุดชะงักลงทันที เขาเงยหน้าขึ้น ดวงตาสีน้ำเงินเข้มคู่นั้นจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของเรย์ราวกับจะค้นหาความจริงที่ซ่อนอยู่ภายใน “นายเจออะไรมาในเกตนั้นกันแน่?”
“บอสตัวนั้น... มันรู้จักผม” เรย์ตัดสินใจพูดออกมา เสียงของเขาแหบพร่า “มันไม่ได้มองผมในฐานะศัตรู แต่มันมองผมเหมือน... เหมือนสมบัติที่สูญหายไปนานแสนนาน และสิ่งที่มันพูดก่อนที่มันจะสลายไปคือคำถามที่ผมตอบตัวเองไม่ได้”
เรย์ก้าวเดินเข้าไปหาคริส พลางดึงถุงมือหนาของเขาออก เผยให้เห็นรอยสักประหลาดที่ข้อมือ รอยสักนั้นไม่ใช่หมึกธรรมดา แต่มันมีแสงสีม่วงจางๆ เต้นเร่าอยู่ใต้ผิวหนังราวกับชีพจรที่ยังมีชีวิต
คริสวางดาบลงแล้วคว้าข้อมือของเรย์ไว้แน่น สัมผัสที่ส่งผ่านมาจากฝ่ามือของอีกฝ่ายช่างอบอุ่นและมั่นคง “นี่ไม่ใช่รอยสักปกติ... เรย์ นายพยายามจะบอกอะไรผม?”
“ผมคิดว่า... อดีตที่ผมเคยสูญเสียเพื่อนร่วมทีมไป ไม่ใช่แค่อุบัติเหตุในดันเจี้ยนระดับ B” เรย์กัดริมฝีปากแน่นจนห้อเลือด “ผมคิดว่าผมคือตัวดึงดูดหายนะ และบางที... ผมอาจจะไม่ใช่มนุษย์ตั้งแต่แรก”
บรรยากาศรอบข้างเงียบงันลงทันที เสียงของดันเจี้ยนที่เคยได้ยินเป็นระยะกลับเงียบสงัดราวกับโลกทั้งใบหยุดหมุน คริสขมวดคิ้วแน่น เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง พลางดึงเรย์เข้ามาใกล้จนสัมผัสได้ถึงไออุ่นจากร่างกายของกันและกัน
“ฟังนะเรย์ ไม่ว่านายจะเป็นใคร หรือเลือดในตัวนายจะมาจากที่ไหน นายก็คือเรย์... คนที่ปกป้องผมในทุกวินาทีที่ความเป็นความตายอยู่ตรงหน้า” คริสกล่าวด้วยน้ำเสียงที่จริงจังจนน่าขนลุก “อดีตของนายอาจจะน่าสะพรึงกลัว แต่ถ้าโลกนี้ต้องการจะพรากนายไปจากผม มันต้องข้ามศพผมไปก่อน”
“แต่คริส... ถ้าหากความจริงมันคือการที่ผมต้องทำลายทุกอย่างที่นายรักล่ะครับ?” เรย์สั่นสะท้านในอ้อมกอดนั้น
“งั้นเราก็คงต้องทำลายทั้งโลกนี้ทิ้งไปพร้อมกัน”
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ของรองเท้าบูทก็ดังขึ้นจากทางเข้าถ้ำ เป็นจังหวะเดียวกับที่ระบบแจ้งเตือนของดันเจี้ยนกะพริบเป็นสีแดงฉาน บ่งบอกถึงการเข้ามาของผู้เล่นกลุ่มใหม่ที่ไม่ได้รับเชิญ ทั้งสองรีบผละออกจากกันและคว้าอาวุธขึ้นมาเตรียมพร้อมในเสี้ยววินาที
ชายในชุดคลุมสีดำสนิทก้าวออกมาจากความมืด ใบหน้าของเขาถูกบดบังด้วยหน้ากากเหล็กที่มีลวดลายประหลาดคล้ายกับดวงตาของบอสที่เพิ่งถูกกำจัดไป เขาไม่ได้ถืออาวุธ แต่ในมือกลับถือม้วนคัมภีร์เก่าแก่ที่มีกลิ่นอายของพลังเวทโบราณ
“ในที่สุด... ผู้สืบทอดแห่งสายเลือดต้องห้ามก็เผยตัวออกมา” ชายคนนั้นกล่าวเสียงเย็น
คริสขยับมาบังเรย์ไว้ด้านหลังโดยสัญชาตญาณ “พวกแกเป็นใคร? กิลด์ไหนส่งมา?”
ชายชุดคลุมหัวเราะเบาๆ ก่อนจะโยนคัมภีร์ลงพื้น มันคลี่ออกเผยให้เห็นภาพวาดบนผนังถ้ำที่ดูเหมือนตัวเรย์ในชุดเกราะโบราณ ยืนอยู่เคียงข้างราชันย์ปีศาจที่ทุกคนหวาดกลัว “ฉันไม่ได้มาจากกิลด์ไหน... แต่ฉันมาที่นี่เพื่อบอกความจริงว่าทำไมเพื่อนร่วมทีมในอดีตของแกถึงตาย ทั้งหมดนั่นไม่ใช่ความผิดพลาดของแกเรย์... แต่มันคือ ‘พิธีบูชายัญ’ ที่แกเป็นคนจัดเตรียมไว้ด้วยมือของแกเอง!”
เรย์รู้สึกเหมือนโลกหมุนคว้าง เขาเซถอยหลังไปพิงผนังถ้ำ ภาพความทรงจำที่เลือนรางถูกกระแทกให้แจ่มชัดขึ้น เลือดที่นองบนพื้นดินในอดีตไม่ใช่เลือดของศัตรู แต่มันคือเลือดของเพื่อนที่เขารัก... และในมือของเขาในความทรงจำนั้น กำลังถือมีดเล่มเดียวกับที่เขากำลังใช้ปกป้องคริสอยู่ในตอนนี้!
เขามองไปที่มือตัวเองด้วยความหวาดกลัว คริสหันกลับมามองเรย์ สายตาที่เคยเย็นชาและหนักแน่นกลับเริ่มสั่นไหวด้วยความไม่เชื่อในสิ่งที่ได้ยิน
“เรย์... บอกผมมาว่านั่นไม่จริง” คริสกระซิบ เสียงของเขาสั่นเครือ
เรย์พยายามจะปฏิเสธ แต่ทันใดนั้น ปลายมีดในมือเขากลับเปลี่ยนสีเป็นสีเลือดสดๆ และสลักอักขระโบราณขึ้นมาโดยอัตโนมัติ มันเป็นคำสั่งเดียวกับที่ปรากฏในคัมภีร์ของชายชุดคลุม... คำสั่งที่บังคับให้เรย์ต้องหันมีดเล่มนั้นเข้าหาลำคอของคนที่เขารักที่สุด
ชาโดว์ฮันเตอร์ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามการเดินทางอันแสนซับซ้อนของเรย์และคริสนะครับ
Dungeon Party: ปฏิบัติการพิชิตเกต รหัสหัวใจนายหน่วยหน้า•ตอนที่ 26
ความจริงที่ถูกปิดบัง
ผลงานโดย ชาโดว์ฮันเตอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชาโดว์ฮันเตอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง Dungeon Party: ปฏิบัติการพิชิตเกต รหัสหัวใจนายหน่วยหน้า นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!