"นายเห็นมันใช่ไหม เรย์? อย่าคิดจะปิดบังผมด้วยความเงียบ"
คริสกระชากคอเสื้อแทงค์เกอร์หนุ่มเข้าหาตัว แรงดึงมหาศาลทำให้เรย์เซถลาจนแผ่นหลังกระแทกเข้ากับผนังหินเย็นเฉียบของดันเจี้ยนชั้นที่ 12 กลิ่นอายของเลือดมอนสเตอร์ที่คละคลุ้งในอากาศดูจะจางหายไปทันทีเมื่อเทียบกับความกดดันที่แผ่ออกมาจากดวงตาคู่นั้นของอดีตหัวหน้ากิลด์
เรย์ไม่ได้ขัดขืน เขาเพียงแค่หลุบสายตาลงต่ำ ฝ่ามือที่ถือโล่ทรงแปลกตาสั่นเทาจนเกิดเสียงกระทบกันของโลหะเบาๆ
"ผม... ผมไม่รู้ว่าคุณกำลังพูดถึงเรื่องอะไร" เสียงของเรย์แหบพร่า พยายามรวบรวมสติที่แตกกระเจิงจากภาพหลอนที่เห็นเมื่อครู่
"อย่ามาเล่นละคร" คริสปล่อยมือแล้วเปลี่ยนเป็นเท้าแขนกั้นทางหนี "เมื่อกี้ตอนที่บอสพุ่งเข้ามาด้วยความเร็วระดับ S-Class นายไม่ได้แค่ป้องกัน แต่นาย 'ดึง' พลังของมันไปไว้ที่โล่ แล้วสะท้อนกลับไปเป็นดาเมจมหาศาล... สกิลประเภท Reflection มันเป็นตำนานที่หายสาบสูญไปนานแล้ว เรย์ นายเป็นใครกันแน่?"
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ ได้ยินเพียงเสียงหยดน้ำกระทบพื้นหินในความมืด เรย์เงยหน้าขึ้น ดวงตาที่เคยขี้ระแวงและไร้ความมั่นใจ บัดนี้กลับฉายแวววูบไหวราวกับเปลวเทียนที่ถูกพายุซัดกระหน่ำ เขาไม่ได้มองไปที่คริส แต่เขามองทะลุผ่านชายหนุ่มไปยังอดีตที่เขากักขังไว้
"คนที่คุณถามหา... เขาไม่ได้อยู่ที่นี่แล้วครับ" เรย์กระซิบ แววตาเริ่มแข็งกร้าวขึ้นเล็กน้อย "สิ่งที่ผมทำไป ไม่ใช่สกิลที่น่าภูมิใจ แต่มันคือคำสาปที่แลกมาด้วยชีวิตของคนที่ผมเคยเรียกว่า 'ครอบครัว' คุณอยากให้ผมโชว์มันอีกรอบไหมล่ะ? ถ้าคุณพร้อมที่จะเห็นว่าโลกของผมมันพังทลายแค่ไหน"
คริสชะงักไปครู่หนึ่ง ความเย็นชาในแววตาอ่อนลงแทนที่ด้วยความประหลาดใจ เขาไม่เคยเห็นเรย์ในมุมที่ดุดันเช่นนี้มาก่อน มันไม่ใช่ความหยิ่งผยอง แต่มันคือความเจ็บปวดที่ถูกขัดเกลาจนเป็นอาวุธ
ทันใดนั้น เสียงคำรามกึกก้องสะเทือนไปทั้งดันเจี้ยน พื้นดินใต้เท้าเริ่มสั่นไหวอย่างรุนแรง บอสที่พวกเขาสังหารไปเมื่อครู่ดูเหมือนจะยังไม่ตายจริง หรือบางที... สิ่งที่กำลังตื่นขึ้นมาใหม่นั้นกลับน่ากลัวกว่าเดิม
"นั่นมันเสียงอะไร?" คริสชักดาบสีเงินออกมาตั้งท่าเตรียมพร้อม
เรย์เปลี่ยนท่าทางจากคนที่ดูอ่อนแอเป็นนักรบที่มั่นคง เขากางโล่ในมือออก ทันทีที่เขาสัมผัสผิวโล่ อักขระสีเลือดก็ปรากฏขึ้น วิ่งวนรอบขอบโล่ราวกับมีชีวิต เรย์หันมาสบตาคริสด้วยสายตาที่เด็ดเดี่ยว "คริส ฟังผมนะ... อย่าถอยไปไหน ไม่ว่าคุณจะเห็นอะไรหลังจากนี้ อย่าปล่อยให้ผมทำมันเพียงลำพัง เพราะพลังนี้ ถ้าไม่มีคนดึงสติ ผมจะกลายเป็นคนอื่นไปทันที"
คริสยิ้มมุมปาก ความมั่นใจของอดีตหัวหน้ากิลด์กลับคืนมา "นายคือแทงค์ของผม เรย์ หน้าที่ของฉันคือดาเมจ และหน้าที่ของนายคือการรักษาชีวิต... ส่วนเรื่องความลับ เราค่อยคุยกันหลังจากผ่านคืนนี้ไป"
มวลอากาศเบื้องหน้าเริ่มบิดเบี้ยว เงาสีดำขนาดมหึมาค่อยๆ ก่อตัวขึ้นจากรอยแยกของมิติ มันคือร่างจำลองของอัศวินที่สวมเกราะสีดำสนิท ซึ่งรูปร่างลักษณะของมัน... ทำให้หัวใจของเรย์หยุดเต้นไปจังหวะหนึ่ง
"มันคือ... เขา" เรย์พึมพำ น้ำเสียงสั่นระริก
อัศวินเงาดำพุ่งเข้าหาทั้งคู่ด้วยความเร็วที่เหนือชั้น เรย์กระโจนออกไปข้างหน้า โล่ในมือเปล่งแสงสีเลือดสว่างวาบเพื่อต้านทานการโจมตี แต่ในเสี้ยววินาทีนั้น อัศวินเงากลับหยุดชะงักแล้วลดดาบลง พร้อมกับหันมามองที่เรย์ด้วยดวงตาที่ว่างเปล่า ก่อนจะเอ่ยชื่อหนึ่งออกมาด้วยน้ำเสียงที่ทำเอาเรย์ถึงกับเข่าทรุด
"เจอตัวแล้ว... น้องชาย"
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับผมในดันเจี้ยนแห่งความลับนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้านะครับ - ชาโดว์ฮันเตอร์
Dungeon Party: ปฏิบัติการพิชิตเกต รหัสหัวใจนายหน่วยหน้า•ตอนที่ 4
ความลับของโล่
ผลงานโดย ชาโดว์ฮันเตอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชาโดว์ฮันเตอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง Dungeon Party: ปฏิบัติการพิชิตเกต รหัสหัวใจนายหน่วยหน้า นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!