“ผมบอกแล้วไงว่าเราไม่ต้องการใครเพิ่ม โดยเฉพาะพวกที่อาสาเข้ามาโดยไม่มีประวัติการลงดันเจี้ยนที่ชัดเจนแบบนี้”
เสียงของคริสเย็นเยียบจนแทบจะกลายเป็นน้ำแข็ง เขาขยับกายบังร่างของเรย์ไว้ด้านหลังโดยสัญชาตญาณ ดวงตาสีเทาคมกริบจ้องเขม็งไปยังชายหนุ่มร่างโปร่งในชุดคลุมสีมอซอที่ยืนอยู่กลางห้องโถงกิลด์ชั้นใน
เรย์ที่ยืนอยู่ข้างหลังขยับมือกำชายเสื้อของคริสไว้แน่น ความขี้ระแวงในดวงตาของเขาสั่นไหว การสูญเสียเพื่อนร่วมทีมในอดีตยังคงเป็นบาดแผลที่สดใหม่เสมอ ทุกครั้งที่มีคนแปลกหน้าก้าวเข้ามาในวงโคจร ความคิดแรกที่ผุดขึ้นมาในหัวของเขาไม่ใช่ความไว้วางใจ แต่เป็น ‘ความตาย’ ที่อาจจะวนกลับมาซ้ำรอยเดิม
“คุณคริส... ใจเย็นก่อนครับ” เรย์กระซิบ เสียงของเขาแหบพร่าแต่แฝงไปด้วยความกังวล “เขาอาจจะมีเหตุผลที่ต้องซ่อนตัวตนก็ได้”
ชายแปลกหน้าคนนั้นไม่ได้สะทกสะท้านต่อรังสีอำมหิตของคริส เขาเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย เผยให้เห็นรอยยิ้มจางๆ ที่มุมปาก “ผมไม่ได้อาสาเพื่อมาเป็นภาระครับคุณคริส ผมอาสาเพื่อมาปิดช่องว่างที่ทีมของคุณกำลังขาด... ในฐานะซัพพอร์ตเตอร์ที่มองเห็นสิ่งที่แทงค์เกอร์มองไม่เห็น และดาเมจดีลเลอร์อย่างคุณมองข้ามไป”
คริสแค่นหัวเราะในลำคอ “มั่นใจเกินไปแล้วนะ คุณมีหลักฐานอะไรมายืนยัน?”
ชายคนนั้นขยับตัวเพียงเล็กน้อย ทว่าในจังหวะนั้นเอง เขาก็ดีดนิ้วหนึ่งครั้ง พลันไอเทมเวทมนตร์ระดับต่ำที่วางอยู่บนโต๊ะใกล้ๆ ก็ส่องแสงวาบพร้อมกับแสดงสถิติความเสียหายที่เรย์เคยทำได้จริงในดันเจี้ยนระดับ B เมื่อวานนี้ ข้อมูลนั้นละเอียดแม่นยำเกินกว่าที่คนนอกจะรู้ได้
บรรยากาศในห้องเงียบกริบไปชั่วขณะ เรย์เบิกตากว้าง ความระแวงเริ่มถูกแทนที่ด้วยความตกใจ “คุณ... คุณไปเอาข้อมูลนี้มาจากไหน?”
“ผมคอยสังเกตการณ์คุณมาตลอดตั้งแต่วันแรกที่ออกจากเกตล้มเหลวครับ เรย์” ชายคนนั้นกล่าวเสียงเรียบ “ไม่ใช่ในฐานะศัตรู แต่ในฐานะ ‘ผู้ชม’ ที่ทนดูนักรบฝีมือดีต้องแบกความตายไว้บนบ่าคนเดียวไม่ไหว”
คริสมองคนตรงหน้าอย่างพินิจพิเคราะห์ ความเย็นชาในแววตาค่อยๆ ลดทอนลง แต่ทว่าความสงสัยยังคงอยู่ เขายื่นดาบสั้นในมือออกไปโดยไม่ทันตั้งตัว ปลายคมดาบหยุดห่างจากลำคอของชายแปลกหน้าเพียงไม่กี่มิลลิเมตร แต่เจ้าตัวกลับไม่กระพริบตาแม้แต่น้อย
“ถ้าคุณคิดจะหลอกใช้เรย์เพื่อเข้าถึงขุมพลังในตัวเขา ผมจะฆ่าคุณก่อนที่แผนการของคุณจะเริ่มขึ้น เข้าใจไหม?” คริสขู่ น้ำเสียงต่ำลึก
“ผมไม่สนใจพลังของเขาครับ” ชายคนนั้นตอบพลางมองสบตาคริสอย่างตรงไปตรงมา “ผมสนใจแค่การรักษาสมดุลของทีม... เพราะผมรู้ว่า ถ้าวันหนึ่งเรย์พังทลายลง คนที่จะคลุ้มคลั่งไปมากกว่าใคร ก็คือคุณนั่นแหละ คุณคริส”
เรย์ชะงักไป ความอบอุ่นที่ได้รับจากคำพูดนั้นแปลกประหลาดจนเขาทำตัวไม่ถูก เขาไม่เคยชินกับการที่มีใครมองเห็นความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนระหว่างเขากับคริสได้อย่างทะลุปรุโปร่งขนาดนี้
“ชื่อของผมคือ ‘เอเลียต’” ชายคนนั้นแนะนำตัวพลางโค้งศีรษะลงเล็กน้อย “ผมไม่ต้องการค่าตอบแทนที่เป็นทองคำ ผมต้องการแค่พื้นที่ในปาร์ตี้... พื้นที่ที่จะทำให้พวกคุณสองคนไม่ต้องเดินไปสู่จุดจบแบบเดิมอีก”
คริสเก็บดาบเข้าฝักช้าๆ เขาหันไปมองเรย์ เห็นแทงค์เกอร์หนุ่มพยักหน้าเบาๆ อย่างลังเล ถึงแม้ความหวาดระแวงจะยังไม่จางหาย แต่ในแววตาของเรย์เริ่มมีความหวังเล็กๆ ก่อตัวขึ้น ซึ่งนั่นเป็นสิ่งที่คริสยอมแลกด้วยทุกอย่างเพื่อให้มันคงอยู่
“ดี” คริสยอมลดการป้องกันลง “งั้นพิสูจน์ให้เห็นในเกตถัดไป ถ้าคุณขวางทาง หรือทำอะไรที่ทำให้เรย์เป็นอันตราย แม้แต่เศษเสี้ยวเดียว... คุณจะไม่มีโอกาสได้ออกจากดันเจี้ยนนั้นแน่นอน”
เอเลียตยิ้มรับโดยไม่โต้ตอบ เขาหมุนตัวเดินไปหยิบอุปกรณ์ซัพพอร์ตของเขาที่วางพิงไว้ข้างกำแพง ทว่าในจังหวะที่เขาหันหลังให้กับทั้งสองคน แววตาของเขาก็เปลี่ยนไปชั่วขณะ มันไม่ใช่แววตาของนักสนับสนุนใจดี แต่มันคือแววตาของคนที่กำลังแบกรับความลับอันดำมืด
เขาหยิบจี้ห้อยคอรูปร่างประหลาดออกมาจากใต้เสื้อชั้นใน มันเป็นจี้ที่มีสัญลักษณ์ของกิลด์เก่าที่เคยสังหารทีมของเรย์ในอดีตสลักไว้อย่างชัดเจน ก่อนที่เขาจะรีบเก็บมันเข้าไปอย่างรวดเร็วเมื่อคริสเหลือบมองมา
“เอเลียต” เรย์เรียกเบาๆ “ทำไมต้องเป็นเรา... ทำไมต้องเป็นตอนนี้?”
เอเลียตหยุดเดิน เขาไม่ได้หันกลับมามอง แต่ถ้อยคำที่เอ่ยออกมานั้นทำเอาบรรยากาศรอบกายเยือกเย็นลงอีกครั้ง “เพราะนี่คือโอกาสสุดท้ายก่อนที่ ‘กุญแจ’ ดอกนั้นจะถูกไขออก... และเมื่อมันถูกไขออกแล้ว ต่อให้เป็นพวกคุณสองคน ก็ไม่มีทางหยุดยั้งหายนะที่จะตามมาได้หรอกครับ”
เขาก้าวเท้าออกไปจากห้อง ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันที่น่าขนลุก เรย์ขยับไปใกล้คริสมากขึ้น สัมผัสถึงความไม่ชอบมาพากลที่เกาะกินใจ ทว่าก่อนที่พวกเขาจะทันได้ปรึกษาหารือกัน เสียงแจ้งเตือนจากระบบกิลด์ก็ดังขึ้นพร้อมกันทั่วทั้งอาคาร
หน้าจอโฮโลแกรมสีแดงฉานปรากฏขึ้นกลางห้อง รายชื่อเกตระดับ S ที่ไม่เคยปรากฏในแผนที่มาก่อนกำลังเปิดออกในจุดที่ใกล้ที่สุด... และชื่อกิลด์ที่ลงทะเบียนเข้าเป็นทีมแรกในรายชื่อนั้น คือชื่อทีมของพวกเขาที่เพิ่มชื่อ ‘เอเลียต’ เข้าไปโดยที่พวกเขายังไม่ทันได้ตกลงอย่างเป็นทางการด้วยซ้ำ
ขอบพระคุณท่านผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงตอนที่เจ็ดนี้กับผม ชาโดว์ฮันเตอร์นะครับ
Dungeon Party: ปฏิบัติการพิชิตเกต รหัสหัวใจนายหน่วยหน้า•ตอนที่ 7
สมาชิกคนที่สาม
ผลงานโดย ชาโดว์ฮันเตอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชาโดว์ฮันเตอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง Dungeon Party: ปฏิบัติการพิชิตเกต รหัสหัวใจนายหน่วยหน้า นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!