“อย่าปล่อยมือผม!”
เสียงตะโกนของเรย์แหบพร่าท่ามกลางเสียงหวีดหวิวของอากาศที่กรีดผ่านผิวหนัง ทั้งสองร่างร่วงหล่นลงสู่ความมืดมิดที่ไร้จุดจบ ความรู้สึกเหมือนตกจากหน้าผาสูงชันในฝันร้ายที่เคยตามหลอกหลอนเขาทุกค่ำคืน แต่ครั้งนี้มันคือความจริงที่สัมผัสได้ถึงไอเย็นเยียบของมวลอากาศที่บิดเบี้ยว
คริสคว้าข้อมือเรย์ไว้แน่น แรงบีบนั้นหนักหน่วงและมั่นคงราวกับจะย้ำเตือนว่าเขายังคงมีตัวตนอยู่ในโลกที่กำลังแตกสลายนี้ ในวินาทีที่ร่างกายของพวกเขากระแทกเข้ากับบางสิ่งที่อ่อนนุ่มทว่าเหนียวหนืดคล้ายใยแมงมุมขนาดยักษ์ คริสพลิกตัวเอาหลังลงกระแทกพื้นเพื่อรองรับร่างของเรย์ไว้ด้านบน
“อึก!” เสียงครางต่ำของคริสดังขึ้นพร้อมกับประกายแสงสีฟ้าจางๆ รอบตัวเขา—มานาในตัวถูกรีดออกมาสร้างเกราะคุ้มกันชั่วคราว
“คริส! คุณเป็นอะไรไหม?” เรย์ผละออกมาอย่างรวดเร็ว กวาดสายตามองไปรอบๆ ในที่มืดสนิทด้วยความระแวง สัญชาตญาณแทงค์เกอร์ของเขาสั่งให้ขยายขอบเขตสัมผัสมานาจนสุดกำลัง แต่มันว่างเปล่า... ที่นี่ไม่ใช่ดันเจี้ยนปกติ แต่มันคือ ‘เกตจำลอง’ ที่ถูกสร้างขึ้นด้วยกลไกต้องห้าม
คริสลุกขึ้นยืน ปัดฝุ่นออกจากชุดเกราะด้วยท่าทีสงบนิ่งเกินความจำเป็น แม้หน้าผากจะมีรอยเลือดไหลซึมเล็กน้อยจากแรงกระแทก เขากวาดสายตามองผนังห้องโถงที่ทำจากโลหะสีดำสนิท ซึ่งสะท้อนแสงไฟจากกำไลข้อมือของพวกเขาอย่างบิดเบี้ยว
“พวกมันไม่ได้ต้องการฆ่าเราในทันที” คริสกล่าวเสียงเย็น “นี่คือห้องปิดตายที่ใช้ทดสอบปฏิกิริยาตอบสนองของนักล่าชั้นสูง กิลด์ ‘ออบซิเดียน’ คงทุ่มงบมหาศาลเพื่อดึงเราเข้ามาในพื้นที่จำลองนี้โดยเฉพาะ”
“กิลด์ออบซิเดียนเหรอ...” เรย์กัดฟันกรอด ความทรงจำเกี่ยวกับเพื่อนร่วมทีมที่เสียชีวิตในปฏิบัติการที่ผิดพลาดโถมเข้ามาในหัว เขาจำกลิ่นอายมานาแบบนี้ได้ มันคือกลิ่นของกับดักที่เคยพรากทุกอย่างไปจากเขา “คริส เราต้องออกไปจากที่นี่ เดี๋ยวนี้!”
“ใจเย็นก่อนเรย์” คริสเดินเข้ามาใกล้ ลดระยะห่างจนแผ่นอกของทั้งคู่เกือบชิดกัน เขาเอื้อมมือไปจับไหล่ของเรย์ บังคับให้อีกฝ่ายสบตา “ตอนนี้มานาของเราถูกจำกัด การใช้ทักษะสุ่มสี่สุ่มห้าจะทำให้ระบบป้องกันของเกตนี้ตอบโต้กลับด้วยแรงทำลายล้างที่สูงขึ้นเป็นเท่าตัว มองดูรอบๆ สิ... กำแพงพวกนั้นไม่ได้มีไว้กั้นเรา แต่มันมีไว้ ‘บีบ’ ให้เราต้องใช้พลัง”
เรย์เงียบไปครู่หนึ่ง จังหวะหัวใจที่เต้นรัวเริ่มกลับมาคงที่ภายใต้การชี้นำของอดีตหัวหน้ากิลด์ผู้สุขุม เขาพยักหน้าเบาๆ พยายามดึงความเยือกเย็นกลับมาเป็นอาวุธ “ผมเข้าใจแล้ว... เราจะใช้กลยุทธ์ไหน?”
“เราจะสลับบทบาท” คริสกระตุกยิ้มที่มุมปาก แววตาที่เคยเย็นชาเปลี่ยนเป็นประกายแห่งความเชื่อมั่น “คุณไม่ใช่แทงค์เกอร์ที่รอรับดาเมจฝ่ายเดียวอีกต่อไป แต่คุณคือ ‘จุดศูนย์กลาง’ ของเกมนี้ เรย์... ใช้ทักษะสะท้อนความเสียหายของคุณดึงมานาจากกำแพงนั่นซะ ส่วนผมจะพุ่งทะลวงจุดบอดของเกตจำลองนี้ให้เอง”
เรย์นิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง นี่คือครั้งแรกที่คริสยอมปล่อยมือจากตำแหน่งผู้นำมาไว้ในมือเขาอย่างเต็มตัว ความเชื่อใจที่หนักอึ้งนี้ทำให้ความกลัวในใจค่อยๆ จางหายไปแทนที่ด้วยความฮึกเหิม
ทันใดนั้น เสียงกลไกเฟืองเหล็กขนาดใหญ่ก็ดังลั่นทั่วทั้งห้อง ผนังสีดำค่อยๆ เคลื่อนที่เข้าหากันอย่างช้าๆ บีบพื้นที่ว่างให้เหลือน้อยลงทุกที พร้อมกับเงาร่างสีดำนับสิบที่โผล่พ้นออกมาจากรอยแยกของกำแพง พวกมันคือ ‘หุ่นเชิดมานา’ ที่ถูกสร้างขึ้นเลียนแบบสไตล์การต่อสู้ของคนทั้งคู่!
“พวกมันก๊อปปี้ทักษะของเรา...” เรย์กระซิบพลางยกโล่ขึ้นตั้งท่า
“ดี” คริสชักดาบสั้นออกมา “เพราะนั่นหมายความว่าพวกมันไม่มี ‘หัวใจ’ ที่จะกล้าเสี่ยงเหมือนกับเรา”
ทั้งสองพุ่งตัวออกไปพร้อมกัน เรย์กระแทกโล่ลงกับพื้น ปล่อยคลื่นมานาสะท้อนกลับจนพื้นห้องสั่นสะเทือน หุ่นเชิดที่พุ่งเข้ามาถูกแรงกระแทกดีดกระเด็นกลับไปอย่างรุนแรง ขณะที่คริศอาศัยจังหวะชุลมุนพุ่งผ่านช่องว่างที่หุ่นเหล่านั้นเปิดออก เขาใช้ดาบฟาดฟันเข้าที่จุดเชื่อมต่อพลังงานของหุ่นตัวหนึ่งจนระเบิดเป็นเศษเหล็ก
การต่อสู้ดำเนินไปอย่างดุเดือด ทั้งสองประสานงานกันได้อย่างไร้รอยต่อ ราวกับว่าร่างกายของพวกเขามีจังหวะการหายใจที่สอดประสานกัน เรย์ทำหน้าที่รับแรงปะทะหนักๆ แล้วส่งผ่านพลังงานไปให้คริสได้ปิดฉากศัตรู นี่คือความสัมพันธ์ที่ก้าวข้ามผ่านคำว่าเพื่อนร่วมทีมไปไกล
แต่เมื่อหุ่นเชิดตัวสุดท้ายล้มลง เสียงปรบมือเย็นเยียบก็ดังมาจากที่ไหนสักแห่งในความมืด พร้อมกับแสงไฟที่สว่างวาบขึ้นเผยให้เห็นร่างของชายสวมหน้ากากที่ยืนอยู่บนระเบียงสูงเหนือห้องจำลอง
“เยี่ยมมาก... ทั้งคู่เลย” ชายสวมหน้ากากหัวเราะเบาๆ “พลังสะท้อนของแทงค์เกอร์ไร้ค่า กับความเย่อหยิ่งของอดีตหัวหน้ากิลด์ตกอับ... ดูเหมือนว่า ‘รหัสหัวใจ’ ที่พวกแกพยายามปกป้อง มันช่างหอมหวานเหลือเกิน”
คริสเงยหน้าขึ้นมองด้วยแววตาดุดัน “เจ้าของเกตจำลองอย่างแก คงไม่ได้แค่จะมานั่งดูเราสู้เล่นหรอกใช่ไหม?”
ชายสวมหน้ากากดีดนิ้วอีกครั้ง ทว่าคราวนี้พื้นห้องไม่ได้แตกออก แต่มันกลับเปลี่ยนสภาพเป็นโปร่งใส จนเห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ‘ภายนอก’ เกต... และสิ่งที่เรย์เห็นผ่านพื้นกระจกนั่นเองที่ทำให้หัวใจของเขาแทบหยุดเต้น
ที่นั่น... เพื่อนร่วมทีมที่เขาเคยคิดว่าตายไปแล้วในอดีต กำลังยืนอยู่ข้างชายสวมหน้ากากในร่างโคลนนิ่งที่สมบูรณ์แบบ พวกเขากำลังถืออาวุธหันปลายกระบอกปืนมายังจุดที่คริสและเรย์ยืนอยู่!
“เอาล่ะ... เลือกว่าจะตายในมือฉัน หรือจะพิสูจน์ว่า ‘มิตรภาพ’ ของพวกแกมันเหนียวแน่นกว่าความแค้นของคนตาย” ชายสวมหน้ากากเอ่ยเสียงเรียบก่อนจะกดปุ่มสั่งการบางอย่าง
พื้นกระจกใต้เท้าเรย์และคริสเริ่มร้าวเป็นวงกว้าง และเงาร่างของเพื่อนในอดีตก็ก้าวเข้ามาในเกตพร้อมกับท่าทีที่ไร้ความรู้สึก นี่คือบททดสอบที่เรย์ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้อีกต่อไป...
หวังว่าทุกท่านจะสนุกไปกับการเดินทางครั้งนี้ของเรย์และคริสนะครับ ผมชาโดว์ฮันเตอร์จะขอส่งท้ายความเข้มข้นไว้เพียงเท่านี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ!
Dungeon Party: ปฏิบัติการพิชิตเกต รหัสหัวใจนายหน่วยหน้า•ตอนที่ 24
กลลวงในเกต
ผลงานโดย ชาโดว์ฮันเตอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชาโดว์ฮันเตอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง Dungeon Party: ปฏิบัติการพิชิตเกต รหัสหัวใจนายหน่วยหน้า นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!