"หยุดก้าวเท้าเดี๋ยวนี้ คริส!"
เสียงตะโกนของเรย์ดังแทรกผ่านความโกลาหลของเศษซากเพดานที่ร่วงหล่นลงมากระทบพื้นหินขรุขระราวกับห่าฝน ร่างของแทงค์เกอร์หนุ่มพุ่งตัวเข้ากระแทกไหล่ของอดีตหัวหน้ากิลด์ผู้เย็นชาให้ถอยร่นออกมาเพียงเสี้ยววินาที ก่อนที่คทาเวทมนตร์ยักษ์ที่เคยประดับอยู่บนรูปปั้นการ์กอยล์จะหล่นลงมาปักฉึกเข้าที่จุดที่คริสยืนอยู่เมื่อครู่ แรงปะทะของมันทำให้พื้นศิลาแตกร้าวเป็นวงกว้าง ฝุ่นควันฟุ้งกระจายจนมองแทบไม่เห็นทาง
คริสหอบหายใจถี่ ดวงตาสีเย็นเฉียบเบิกกว้างขึ้นเพียงชั่วครู่ก่อนจะกลับมาสุขุมตามสัญชาตญาณนักรบ เขาหันไปมองเรย์ที่ใบหน้าเต็มไปด้วยคราบเขม่าและเหงื่อ
"นายทำบ้าอะไร..." คริสเอ่ยเสียงต่ำ แม้ในสถานการณ์วิกฤต น้ำเสียงของเขายังคงมีความกังวลเจือปนอยู่ลึกๆ "ถ้าฉันโดนทับไป นายก็จบสิ้นเหมือนกัน เรย์ อย่าลืมว่าถ้าแทงค์ตาย ดาเมจอย่างฉันก็ไม่มีค่าอะไรในดันเจี้ยนที่กำลังพังแบบนี้"
"แล้วถ้าหัวหน้าทีมตายไปต่อหน้าต่อตาผมอีกครั้งล่ะ?" เรย์โต้กลับทันควัน แววตาที่เคยขี้ระแวงและสั่นไหวเปลี่ยนเป็นความมุ่งมั่นที่น่าเกรงขาม "ผมไม่สนเรื่องค่าตอบแทน ไม่สนเรื่องความสำเร็จ ผมสนแค่ว่าเราต้องออกไปจากเกตที่บ้าคลั่งนี่ด้วยกันทั้งคู่"
รอบตัวพวกเขาทั้งสองคน ดันเจี้ยนระดับ S ที่เคยสวยงามราวกับวิหารโบราณกำลังบิดเบี้ยว รอยแยกมิติกำลังขยายตัวเหมือนรอยแตกบนกระจกที่ถูกกระแทก พื้นดินสั่นสะเทือนเป็นระลอกจนการทรงตัวแทบเป็นไปไม่ได้ ก้อนหินและมวลพลังเวทธาตุต่างๆ กระจัดกระจายอย่างไร้ทิศทาง นี่ไม่ใช่เหตุการณ์ผิดปกติธรรมดา แต่มันคือการ 'ล่มสลายของมิติ' ที่มักเกิดขึ้นเมื่อแกนกลางของเกตถูกทำลายลงอย่างรุนแรงจนเกินขอบเขตที่ระบบจะรับไหว
คริสกำด้ามดาบแน่น ข้อนิ้วของเขาขาวซีด เขาจ้องมองไปยังรอยแยกมิติเบื้องหน้าที่เริ่มดูดกลืนทุกอย่างเข้าไป "แกนกลางมันไม่เสถียรตั้งแต่นายใช้ทักษะสะท้อนพลังครั้งนั้นแล้ว เรย์... นายรับภาระมากเกินไป"
"ถ้าผมไม่ทำ เราก็คงตายตั้งแต่บอสขั้นที่สามแล้ว" เรย์แค่นยิ้ม ขยับตัวไปยืนบังหน้าคริสอีกครั้ง เขาไม่ได้มองความพินาศรอบตัว แต่มองไปที่แผ่นหลังของคนที่เขาต้องการปกป้องด้วยความรู้สึกที่มากกว่ามิตรภาพหรือเพื่อนร่วมทีม "คริส ฟังผมนะ ผมรับแรงกระแทกได้ แต่ที่นี่... มันกำลังจะกลายเป็นสุสาน ถ้าคุณเชื่อใจผม อีกห้านาทีข้างหน้า ให้วิ่งไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ อย่าหันกลับมา"
"นายจะทำอะไร" คริสคว้าข้อมือเรย์ไว้แน่น แรงบีบนั้นสื่อถึงความต้องการที่จะไม่ปล่อยมือจากคนตรงหน้าอีกเป็นครั้งที่สอง "อย่าบอกนะว่านายจะใช้พลังนั่นปิดรูรั่วของมิติด้วยตัวคนเดียว นายรู้ดีว่าถ้าทำแบบนั้น ร่างกายนายจะรับไม่ไหว"
เรย์เหลือบมองมือของคริสที่จับเขาไว้ ความอบอุ่นที่ส่งผ่านถุงมือหนังแทรกซึมเข้าสู่ใจกลางความรู้สึกที่แสนหนาวเหน็บของเขา "ผมไม่ได้จะตาย คริส... ผมแค่จะจบเรื่องนี้"
ทันใดนั้น แรงสั่นสะเทือนที่รุนแรงจนแทบทำให้กระดูกลั่นก็บังเกิด พื้นที่ที่พวกเขายืนอยู่ทรุดตัวลงอย่างรวดเร็ว ก้อนหินยักษ์จำนวนมหาศาลร่วงหล่นลงสู่ความว่างเปล่าเบื้องล่าง เรย์ตัดสินใจใช้อาวุธประจำกายกระแทกพื้นเพื่อหยุดการไหลของหิน แต่ดูเหมือนธรรมชาติของดันเจี้ยนที่กำลังโกรธแค้นจะไม่ได้ต้องการแค่ชีวิตของพวกเขามันต้องการ 'รางวัล' แลกเปลี่ยน
ท่ามกลางเสียงหินถล่มที่ดังสนั่นหวั่นไหว จู่ๆ เสียงหนึ่งก็แทรกผ่านความวุ่นวายเข้ามา เสียงที่ดูเหมือนเสียงกระซิบของระบบ แต่กลับแฝงไปด้วยความอำมหิตและอำนาจเหนือกว่าทุกสิ่งที่เคยพบเจอมา
*‘ผู้บุกรุก... เจ้าคิดหรือว่าความตายจะทำให้เจ้าเป็นอิสระจากพันธนาการแห่งโชคชะตา?’*
เรย์และคริสชะงักไปพร้อมกัน ทั้งสองมองไปรอบๆ แต่สิ่งที่พบไม่ใช่กำแพงที่พังทลาย หากแต่เป็นเงาสีดำมืดมิดที่ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นจากรอยแยกมิติที่ขยายตัว รูปร่างของมันคล้ายมนุษย์ แต่กลับไม่มีใบหน้าและมีดวงตาสีแดงฉานหกคู่ที่จ้องมองมายังพวกเขา ราวกับกำลังประเมินน้ำหนักของวิญญาณที่จะต้องสูญเสียไป
คริสชักดาบออกมาจนสุดแรง ปลายดาบสั่นระริกด้วยพลังเวทที่เขารีดเค้นออกมาจนหยดสุดท้าย "นั่นมัน... ไม่ใช่ศัตรูในดันเจี้ยนระดับ S แต่มันคือ 'ผู้พิทักษ์รอยแยก' ที่ในประวัติศาสตร์ไม่เคยมีใครรอดมาได้!"
เรย์ขยับไปอยู่ข้างหน้าคริสทันที โล่พลังงานสีฟ้าใสค่อยๆ ก่อตัวขึ้นรอบกายเขา นี่คือการตัดสินใจครั้งสุดท้ายที่เขากำลังจะกระทำเพื่อปกป้องคนที่เขารักและให้ค่ามากที่สุดในชีวิต
"คริส" เรย์เอ่ยด้วยน้ำเสียงที่นิ่งสนิท ราวกับยอมรับในโชคชะตาที่กำลังจะมาถึง "ถ้าผมล้มลง... อย่าหันกลับมามอง ให้รีบวิ่งไปที่ประตูทางออกที่เหลืออยู่เพียงจุดเดียวนั่น... จำไว้นะ ว่าต่อจากนี้ไป คุณต้องมีชีวิตอยู่เพื่อตัวเอง ไม่ใช่เพื่อคนอื่นอีกแล้ว"
เรย์ไม่ได้รอคำตอบจากอีกฝ่าย ร่างของเขาพุ่งทะยานเข้าหาเงามืดตรงหน้าด้วยทักษะสูงสุดที่เขามี แสงสีขาวเจิดจ้าจากทักษะสะท้อนความเสียหายแผ่ออกไปจนดันเจี้ยนทั้งห้องสว่างวาบ แต่ในจังหวะที่การปะทะกำลังจะเริ่มขึ้น เงามืดนั้นกลับหัวเราะออกมาเป็นเสียงที่บาดลึกถึงจิตวิญญาณ พร้อมกับเงาอีกสายหนึ่งที่ก้าวออกมาจากด้านหลังของคริส... เงาที่มีรูปลักษณ์เหมือนตัวเรย์เองอย่างไม่ผิดเพี้ยน
คริสเบิกตากว้าง ความเย็นวาบแล่นปราดไปทั่วกระดูกสันหลังเมื่อเห็นว่าคนที่ยืนอยู่ข้างหลังเขากำลังยกมือขึ้นจ่อที่ท้ายทอยของเขาเอง
ชาโดว์ฮันเตอร์หวังว่าทุกท่านจะเพลิดเพลินไปกับบทนี้ และมาร่วมลุ้นไปกับชะตากรรมของเรย์และคริสในตอนถัดไปนะครับ
Dungeon Party: ปฏิบัติการพิชิตเกต รหัสหัวใจนายหน่วยหน้า•ตอนที่ 31
เกตที่สั่นคลอน
ผลงานโดย ชาโดว์ฮันเตอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชาโดว์ฮันเตอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง Dungeon Party: ปฏิบัติการพิชิตเกต รหัสหัวใจนายหน่วยหน้า นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!