"นายจะสวมหน้ากากแบบนั้นออกไปเผชิญหน้ากับพวกนักข่าวจริงๆ เหรอเรย์?"
คริสวางดาบคาตานะคู่ใจลงบนโต๊ะโลหะ เสียงกระทบของเหล็กดังกังวานในห้องโถงกิลด์ที่เงียบสงัด เขาจ้องมองชายหนุ่มร่างโปร่งที่กำลังพยายามปรับฮู้ดเสื้อคลุมให้ปิดบังใบหน้ามิดชิดที่สุดเท่าที่จะทำได้
เรย์ไม่ได้เงยหน้าขึ้นมอง แต่เขาสัมผัสได้ถึงแรงกดดันจากสายตาของอดีตหัวหน้ากิลด์ผู้เกรียงไกร มือที่สวมถุงมือหนังของเขาสั่นระริกขณะจัดการกับสายรัดเสื้อคลุม "ถ้าผมไม่ทำแบบนี้... คนพวกนั้นจะมองเห็นรอยแผลเป็นข้างในได้ง่ายเกินไปครับ คริส คุณก็รู้ว่าในดันเจี้ยนเกตเราสู้กับมอนสเตอร์ แต่ข้างนอกนั่น... เรากำลังสู้กับฝูงหมาป่าที่ถือไมโครโฟน"
คริสก้าวเข้ามาประชิด ลมหายใจอุ่นๆ ของเขาปะทะเข้ากับข้างขมับของเรย์ ชายหนุ่มร่างสูงถอนหายใจยาวก่อนจะเอื้อมมือไปจับไหล่ที่เกร็งแน่นของเรย์ไว้ "อย่าลืมสิว่าครั้งนี้เราไม่ได้ไปในนามกิลด์เก่าที่ทอดทิ้งนายแล้ว แต่นายยืนอยู่ข้างหลังผม ในฐานะพาร์ทเนอร์ของผม ใครก็ตามที่กล้าจะขุดคุ้ยบาดแผลของนาย... มันต้องผ่านคมดาบของผมไปให้ได้ก่อน"
เรย์เงยหน้าขึ้น ดวงตาที่เคยสั่นไหวและหวาดระแวงค่อยๆ นิ่งสงบลงเมื่อประสานสายตากับนัยน์ตาสีเทาเข้มที่ดูเด็ดเดี่ยวคู่นั้น ความอบอุ่นสายหนึ่งแผ่ซ่านเข้ามาในใจที่เย็นเฉียบจากการถูกตราหน้าว่าเป็น 'แทงค์กากเดน' ในอดีต
"ไปกันเถอะครับ... ปล่อยให้พวกมันรอจนหงุดหงิดคงจะสนุกกว่า" เรย์เค้นยิ้มมุมปาก เป็นรอยยิ้มแรกที่ดูเป็นธรรมชาติที่สุดนับตั้งแต่ก้าวออกมาจากดันเจี้ยนชั้นลึกนรกนั่น
ทันทีที่บานประตูเหล็กขนาดใหญ่ของศูนย์บัญชาการถูกเปิดออก แสงแฟลชจากกล้องนับร้อยตัวก็ระดมฉายเข้าใส่ราวกับกระสุนปืน เสียงอื้ออึงของเหล่านักข่าวและสตรีมเมอร์อิสระดังระงมเหมือนเสียงฝูงแมลงวันรุมตอมซากศพ พวกเขาพยายามตะโกนคำถามที่แทงทะลุหัวใจ
"คุณเรย์ครับ! มีข่าวลือว่าการพิชิตดันเจี้ยนครั้งที่แล้วเกิดจากการสังเวยชีวิตเพื่อนร่วมทีมจริงหรือเปล่า!"
"คุณคริสครับ! ทำไมยอดฝีมือระดับคุณถึงต้องมาเสียเวลากับแทงค์กระจอกๆ ที่ถูกกิลด์อื่นคัดออกครับ!"
เรย์กำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อ ความทรงจำสีเลือดในดันเจี้ยนวันนั้นพรั่งพรูขึ้นมาดั่งเขื่อนแตก เขาเห็นใบหน้าของเพื่อนร่วมทีมที่สลายกลายเป็นละอองแสง เสียงกรีดร้องที่ถูกกลบด้วยเสียงหัวเราะเยาะเย้ยของโลกภายนอก ความรู้สึกขยะแขยงจนอยากจะอาเจียนตีตื้นขึ้นมาที่ลำคอ
ทว่า... มือหนาของคริสกลับคว้ามือของเขาไว้แน่น กระชับให้มั่นคงราวกับจะดึงเขากลับมาจากขุมนรก
"ถ้ามีใครถามคำถามเดิมซ้ำเป็นครั้งที่สอง..." คริสเอ่ยเสียงเรียบ แต่กระแสเสียงนั้นเย็นเยียบจนคนรอบข้างต้องชะงัก "กิลด์ผมจะดำเนินการฟ้องร้องตามกฎหมายฐานหมิ่นประมาทอย่างถึงที่สุด ข้อมูลทุกอย่างในรายงานหลังเคลียร์เกตคือความจริง ส่วนใครที่ต้องการพิสูจน์ความสามารถของ 'แทงค์' คนนี้... เชิญยื่นคำท้ามาที่อารีน่าได้ทุกเมื่อ"
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ ก่อนที่ฝูงชนจะแตกตื่นด้วยความแปลกใจ การเผชิญหน้ากับสังคมภายนอกครั้งนี้ไม่ใช่การขอร้องให้เห็นใจ แต่มันคือการประกาศสงครามกับบรรทัดฐานที่เน่าเฟะของสังคมฮันเตอร์
ทว่าในขณะที่ทั้งสองกำลังจะก้าวผ่านวงล้อมของนักข่าว ชายในชุดสูทสีเข้มคนหนึ่งก็แหวกฝูงชนเข้ามา เขาไม่ใช่ฮันเตอร์ทั่วไป เพราะแววตาที่เขามองมานั้นแฝงไปด้วยความเย้ยหยันและ... ความแค้นที่คุ้นเคย
"ยินดีด้วยนะ เรย์... ที่ยังมีลมหายใจอยู่ได้นานขนาดนี้" ชายคนนั้นกระซิบเบาๆ แต่เรย์กลับได้ยินชัดเจนจนร่างกระตุก
เขาคือ 'อาร์ค' อดีตเพื่อนร่วมทีมคนที่เรย์เคยคิดว่าตายไปในดันเจี้ยนเมื่อสามปีก่อน เขายืนอยู่ตรงนั้น แขนข้างหนึ่งที่เคยหายไปกลับถูกแทนที่ด้วยกลไกจักรกลเวทมนตร์สีดำสนิทที่กำลังสั่นไหวด้วยพลังงานที่คุ้นตา... มันคือพลังจากแกนกลางของบอสที่เรย์เคยเผชิญ!
"มึง... มึงยังมีชีวิตอยู่ได้ยังไง" เรย์พึมพำ ใบหน้าซีดเผือดลงทันทีที่เห็นรอยยิ้มบิดเบี้ยวของอาร์ค
อาร์คก้าวเข้ามาใกล้จนเกือบชิด ก่อนจะทิ้งระเบิดลูกสุดท้ายลงบนความสับสน "ดันเจี้ยนไม่ได้ฆ่าพวกเราหรอกเรย์... แต่มันคัดเลือก 'ภาชนะ' ที่สมบูรณ์แบบต่างหาก และดูเหมือนว่า... วันนี้ข้ามาเพื่อทวงคืนสิ่งที่มึงขโมยไปจากข้า"
ขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามร่วมเดินทางไปกับเรย์และคริสในรุ่งอรุณใหม่ที่แสนมืดมิดนี้นะครับ
Dungeon Party: ปฏิบัติการพิชิตเกต รหัสหัวใจนายหน่วยหน้า•ตอนที่ 33
รุ่งอรุณใหม่
ผลงานโดย ชาโดว์ฮันเตอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชาโดว์ฮันเตอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง Dungeon Party: ปฏิบัติการพิชิตเกต รหัสหัวใจนายหน่วยหน้า นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!