รักหมดใจยัยเฟรชชี่กับพี่ว้ากสายละมุน•ตอนที่ 2

เผชิญหน้าเฮดว้าก

ผลงานโดย ชานมไข่มุกหวานร้อย
“ถ้าการเป็นรุ่นพี่ที่มีหน้าที่รับผิดชอบ คือการใช้อำนาจกดขี่ความเห็นต่างของรุ่นน้องเพียงเพื่อความสะใจล่ะก็... ฉันว่าพี่พายกำลังเข้าใจคำว่า ‘หน้าที่’ ผิดไปแล้วนะคะ” ประโยคนั้นดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันที่แผ่ซ่านไปทั่วหอประชุมใหญ่ เสียงหายใจของเพื่อนเฟรชชี่นับร้อยชีวิตดูเหมือนจะหยุดชะงักลง มินนี่กำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อ ความร้อนผ่าวที่แล่นริ้วขึ้นมาบนใบหน้าไม่ได้มาจากความอาย แต่มาจากความอัดอั้นที่ถูกกักขังไว้ในกรงขังที่เรียกว่า ‘โซตัส’ มาตลอดสัปดาห์ พายที่ยืนอยู่บนเวทีในฐานะเฮดว้ากค่อยๆ ก้าวลงจากจุดสูงสุดของบันได เสียงรองเท้าคอมแบทที่กระทบพื้นปูนฟังดูหนักแน่นและเย็นเยียบในเวลาเดียวกัน สายตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นเลนส์ใสคู่นั้นจ้องมองมาที่มินนี่ราวกับจะคว้านลึกเข้าไปในจิตวิญญาณ เขาสาวเท้าเข้ามาใกล้... ใกล้จนมินนี่สัมผัสได้ถึงกลิ่นน้ำหอมจางๆ ที่มีความหอมเย็นแบบไม้สน ผสมกับกลิ่นเหงื่อจากการทำกิจกรรม “เธอคิดว่าสิ่งที่ฉันทำอยู่คือความสะใจงั้นเหรอ มินนี่?” พายเอ่ยขึ้น น้ำเสียงนั้นราบเรียบ ทว่าทรงพลังจนน่าขนลุก เขาหยุดยืนตรงหน้าเด็กสาวที่ตัวเล็กกว่าเกือบหนึ่งช่วงหัว ท่ามกลางสายตาของเพื่อนร่วมรุ่นที่มองมาด้วยความตกใจ โดยเฉพาะก๊อตที่นั่งข้างมินนี่ ซึ่งพยายามจะรั้งแขนเพื่อนรักไว้ แต่กลับถูกสายตาพิฆาตของพี่ว้ากฝ่ายระเบียบคนอื่นกดดันไว้จนขยับไม่ได้ มินนี่เชิดหน้าขึ้น แม้ในใจจะสั่นไหว แต่ทิฐิที่ถูกสั่งสมมาจากการถูกตีกรอบในครอบครัวทำให้เธอไม่ยอมถอย “มันไม่ใช่ความสะใจ แล้วจะเรียกว่าอะไรคะ? การตะคอก การบังคับให้ทำในสิ่งที่ไร้เหตุผล... พี่พายเคยถามไหมว่าพวกเราต้องการอะไร หรือเอาแต่ยัดเยียดสิ่งที่คุณคิดว่า ‘ดี’ ให้กับพวกเราเพียงฝ่ายเดียว” รินที่ยืนอยู่ข้างเวทีแสยะยิ้มบางๆ เธอเดินเข้ามาใกล้แล้วกระซิบด้วยน้ำเสียงที่ตั้งใจให้ได้ยินกันทั่ว “มินนี่... กฎก็คือกฎนะ น้องอย่าเอาความเอาแต่ใจของตัวเองมาทำลายระบบที่พี่ๆ เขาอุตส่าห์สร้างมาเลยค่ะ ดูไม่น่ารักเลยนะ” “น่ารักเหรอคะ?” มินนี่หันไปหาหญิงสาวรุ่นพี่ ดวงตาคู่สวยวาวโรจน์ “ฉันมาที่นี่เพื่อเรียนหนังสือ ไม่ได้มาเพื่อฝึกเป็นทหารในคราบนักศึกษา และฉันก็ไม่จำเป็นต้อง ‘น่ารัก’ ในสายตาคนที่มองเห็นแต่ระบบมากกว่าความเป็นคนหรอกค่ะ” พายแค่นหัวเราะในลำคอ เขายกมือขึ้นเป็นเชิงห้ามไม่ให้ใครแทรกแซง ก่อนจะโน้มตัวลงมาจนใบหน้าของเขากับเธอห่างกันเพียงไม่กี่คืบ มินนี่รู้สึกได้ถึงไอความร้อนจากร่างกายของเขา ความประหม่าเริ่มกัดกินหัวใจ แต่เธอจะไม่ยอมแพ้ “เธออยากรู้ใช่ไหมว่าทำไมฉันถึงทำแบบนี้” พายกระซิบ เสียงนั้นแผ่วเบาจนมีเพียงเธอที่ได้ยิน แต่มันกลับแฝงไปด้วยความรู้สึกบางอย่างที่มินนี่อ่านไม่ออก “เพราะคนอย่างเธอ... มักจะคิดว่าโลกนี้หมุนตามใจตัวเองเสมอไงล่ะ มินนี่ และถ้าฉันไม่เป็นคนที่คอยดึงรั้งไว้ วันหนึ่งเธอจะตกลงมาจากที่สูงจนไม่มีวันลุกขึ้นยืนได้อีก” “พี่ไม่มีสิทธิ์มาตัดสินชีวิตใคร!” มินนี่ตวาดกลับ สติที่เหลืออยู่น้อยนิดขาดผึง ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าของใครบางคนก็ดังขึ้นจากทางเข้าหอประชุม บรรยากาศที่เคร่งเครียดอยู่แล้วกลับหนักอึ้งขึ้นไปอีกเมื่อทุกคนหันไปมองร่างสูงของรุ่นพี่ปีสามอีกคนหนึ่งที่เดินตรงเข้ามาพร้อมกับเอกสารในมือ เขาคือหนึ่งในกรรมการบริหารคณะที่มักจะเป็นคู่แข่งของพายในเชิงอำนาจ “พอเถอะพาย” ชายคนนั้นกล่าวพลางจ้องเขม็งมาที่พาย “นายทำแบบนี้มันเกินกว่าเหตุไปหน่อยหรือเปล่า? หรือว่าการที่นายพยายาม ‘สั่งสอน’ น้องคนนี้... มันเป็นเพราะเรื่องส่วนตัวกันแน่?” พายไม่ได้ตอบ เขาเพียงแค่หันไปสบตาคนมาใหม่ด้วยแววตาที่อ่านยาก ก่อนจะหันกลับมามองมินนี่ที่ยืนตัวสั่นด้วยความโกรธ “ไปห้องเชียร์สำรองกับฉันตอนนี้... เดี๋ยวนี้” พายสั่งเสียงเด็ดขาด “ถ้าอยากจะเถียงนัก ก็ไปเถียงให้จบในที่ที่ไม่มีคนอื่นให้เธอได้ใช้เป็นข้ออ้างในการหลบหลังฝูงชน” มินนี่ชะงัก เธอรู้ดีว่าการเดินตามเขาไปในที่ลับตาคนหมายถึงอะไร มันคือการเผชิญหน้าที่จะไม่มีใครช่วยเธอได้ และมันอาจจะเป็นจุดเริ่มต้นของบางสิ่งที่อันตรายกว่าการถูกว้ากต่อหน้าคนทั้งคณะ เธอหันไปมองก๊อตที่ทำท่าจะลุกตาม แต่พายกลับปรายตามองจนก๊อตต้องนั่งลงอย่างเสียไม่ได้ มินนี่ก้าวตามแผ่นหลังกว้างของเฮดว้ากออกไปจากหอประชุม ท่ามกลางความเงียบงันที่น่าอึดอัด เธอรู้ดีว่าเมื่อประตูห้องเชียร์สำรองปิดลง ความลับที่พายพยายามซ่อนไว้ภายใต้มาดดุร้ายอาจจะถูกเปิดเผย... หรือไม่ เธอก็อาจจะเป็นคนเปิดกล่องแพนโดร่าที่นำพาชีวิตวัยเฟรชชี่ของเธอไปสู่ความโกลาหลที่ไม่อาจย้อนกลับ ประตูบานนั้นปิดลงดัง *ปัง* ลั่น ห้วงเวลาเหมือนหยุดเดินเมื่อพายหันกลับมาล็อกกลอนประตูจากด้านใน แล้วก้าวเข้ามาประชิดตัวเธอจนหลังของมินนี่ชนเข้ากับผนังห้องที่เย็นเยียบ “ทีนี้... ก็ไม่มีใครมาขวางเราแล้ว” พายเอ่ยเสียงต่ำพลางใช้แขนกั้นเธอไว้กับกำแพง ดวงตาคมจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอราวกับจะค้นหาความจริงบางอย่าง “น้องคิดว่าน้องรู้จักพี่ดีพอแล้วงั้นเหรอ มินนี่... น้องยังไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าสิ่งที่พี่เพิ่งทำไปเมื่อครู่ มันคือการปกป้องน้องจากอะไร” เขาก้มลงมาจนลมหายใจอุ่นๆ รดที่ข้างหู ก่อนจะกระซิบประโยคที่ทำให้หัวใจของเธอเต้นผิดจังหวะ “เพราะคนที่อันตรายที่สุดในคณะนี้... ไม่ใช่พี่ แต่เป็นคนที่กำลังจะเดินเข้ามาพังทุกอย่างที่พี่พยายามสร้างเพื่อ ‘น้อง’ ตั้งแต่วันที่เห็นน้องในวันแรกที่มามอบตัว” ขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับความตื่นเต้นในบทนี้นะคะ ชานมไข่มุกหวานร้อย
สารจากนักเขียน (ชานมไข่มุกหวานร้อย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รักหมดใจยัยเฟรชชี่กับพี่ว้ากสายละมุน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%