รักหมดใจยัยเฟรชชี่กับพี่ว้ากสายละมุน•ตอนที่ 20

วันที่มืดมน

ผลงานโดย ชานมไข่มุกหวานร้อย
“กระดาษคำตอบใบนี้ไม่ใช่ถังขยะนะคะ คุณมินนี่... หรือว่าสมองของคุณในตอนนี้ มันโล่งว่างเสียจนแยกไม่ออกระหว่างข้อสอบมิดเทอมกับกระดาษทดเลขกันแน่คะ” น้ำเสียงราบเรียบแต่เย็นเยียบจนน่าขนลุกของอาจารย์กรวีร์ดังขึ้น ท่าقمกลางความเงียบกริบของห้องพักอาจารย์ที่อบอวลไปด้วยกลิ่นกระดาษเก่าและฝุ่นละออง มินนี่นั่งตัวลีบอยู่บนเก้าอี้พลาสติกสีฟ้า สองมือประสานกันแน่นบนตัก ปลายนิ้วซีดเผือดจนข้อต่อขึ้นสีขาว เธอก้มหน้ามองพื้นกระเบื้อง ไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าขึ้นสบตาอาจารย์ที่ปรึกษาผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเคี่ยวเข็ญและเด็ดขาด เกรดเฉลี่ยสะสมที่ร่วงดิ่งลงแตะเส้นตาย 1.75 คือหลักฐานชิ้นสำคัญที่ฟ้องว่า ตลอดหนึ่งเทอมที่ผ่านมา ชีวิตในมหาวิทยาลัยของเธอไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบอย่างที่วาดฝันไว้ การต้องวิ่งรอกระหว่างกิจกรรมรับน้องสุดโหดภายใต้การควบคุมของพี่ว้ากสายดุอย่างพาย กับตำราเรียนเล่มหนาเตอะที่อ่านเท่าไหร่ก็ไม่เข้าหัว กลายเป็นระเบิดเวลาที่กำลังนับถอยหลังทำลายอนาคตการศึกษาของเธอให้พังครืนลงมา “ถ้าผลสอบปลายภาคของคุณยังออกมาในสภาพนี้ เกรงว่าทางคณะคงต้องพิจารณาเรื่องการพ้นสภาพนักศึกษา... ดิฉันให้โอกาสคุณแก้ตัวอีกครั้งด้วยการทำรายงานกลุ่มและการสอบซ่อมเฉพาะหน้า แต่บอกไว้ก่อนนะคะ ว่าถ้าไม่มีใครมาช่วยประคับประคองคุณในวิชาสถิติธุรกิจนี้จริงๆ จังๆ ปีหน้าคุณอาจจะได้มานั่งเรียนร่วมรุ่นกับน้องปีหนึ่งปีหน้าแทนที่จะเป็นเพื่อนรุ่นเดียวกันนะคะ” คำพูดเชือดเฉือนนั้นฝังลึกเข้าไปในความรู้สึก มินนี่รู้สึกเหมือนมีก้อนสะอื้นจุกอยู่ที่ลำคอ ขอบตาร้อนผ่าวจนต้องกะพริบตาถี่ๆ เพื่อไล่ม่านน้ำตาที่เอ่อคลอขึ้นมา ความดื้อรั้นและทิฐิที่เคยมีถูกบดขยี้จนไม่เหลือชิ้นดี เธอกลัว... กลัวความจริงที่ว่าความฝันทั้งหมดกำลังจะหลุดลอยไปเพียงเพราะความสะเพร่าและความอ่อนแอของตัวเอง ประตูห้องพักอาจารย์ถูกผลักเปิดออกเบาๆ พร้อมกับร่างสูงโปรดในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนเสื้อขึ้นถึงข้อศอก พายก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าเรียบเฉยแต่แววตากลับฉายแววเคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชัด หลังจากผ่านพ้นเหตุการณ์เผชิญหน้ากับคณะกรรมการวินัยนักศึกษาในสัปดาห์ก่อน แม้เรื่องพ้นโทษจะเคลียร์กันได้ลงตัว แต่ผลกระทบตกค้างกลับมาตกอยู่ที่สภาพจิตใจของคนทั้งคู่ พายรู้เรื่องผลการเรียนของมินนี่จากอาจารย์ที่ปรึกษาผ่านระบบภายใน และเขาก็ไม่รอช้าที่จะยื่นมือเข้ามาจัดการในฐานะที่เขาคือคนที่ดึงเธอกลุ่มเข้าสู่กิจกรรมรับน้องจนไม่มีเวลาอ่านหนังสือ “ผมขอรับหน้าที่เป็นผู้ดูแลและติวเตอร์ส่วนตัวให้น้องมินนี่ในวิชานี้เองครับ... เอ๊ย... ค่ะ อาจารย์” พายเกือบเผลอหลุดคำพูดคุ้นปาก แต่รีบปรับน้ำเสียงให้เป็นทางการเมื่อสบตากับอาจารย์ที่ปรึกษา อาจารย์กรวีร์ปรายตามองพายด้วยความระแวงเล็กน้อย ก่อนจะถอนหายใจยาว “เอาล่ะ ในเมื่อหัวหน้าเฮดว้ากออกตัวแรงขนาดนี้ ฉันก็หวังว่าผลลัพธ์มันจะออกมาดีกว่าเกรดรอบนี้นะคะ เชิญพวกคุณออกไปคุยกันข้างนอกได้แล้วค่ะ ดิฉันมีงานต้องตรวจต่อ” ทั้งคู่เดินออกมาจากห้องพักอาจารย์ท่ามกลางทางเดินที่เงียบสงบ บรรยากาศระหว่างพวกเขามีความอึดอัดบางอย่างปกคลุมอยู่ พายเดินนำไปยังโต๊ะหินอ่อนใต้ร่มไม้ใหญ่ริมคณะเศรษฐศาสตร์ ซึ่งเป็นมุมประจำที่มักจะไร้ผู้คนรบกวนในยามบ่ายแก่ๆ เช่นนี้ มินนี่ทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ด้วยท่าทางหมดอาลัยตายอยาก เธอดึงฮู้ดเสื้อกันหนาวขึ้นคลุมศีรษะ ซ่อนใบหน้าที่เริ่มแดงก่ำจากความอับอายไว้ภายใต้เงาผ้า พายมองท่าทางนั้นเงียบๆ เขาดึงกระเป๋าเอกสารสีดำ ภายในอัดแน่นไปด้วยชีทสรุปสูตรสถิติและแบบฝึกหัดปึกใหญ่ วางลงบนโต๊ะเสียงดังปึก “ถอดฮู้ดออกแล้วเงยหน้าขึ้นมาคุยกันเดี๋ยวนี้ค่ะ มินนี่” พายเอ่ยด้วยน้ำเสียงดุแต่วันนี้มีความอ่อนโยนเจืออยู่ลึกๆ “พี่พายจะมาซ้ำเติมอะไรอีกคะ...” เสียงของมินนี่อุดอู้อยู่ใต้ฮู้ด “มินมันโง่เองแหละค่ะ ทำอะไรก็พังไปหมด ทั้งกิจกรรม ทั้งการเรียน... พี่พายถอนตัวจากการเป็นพี่รหัสหรือเลิกยุ่งกับมินเถอะค่ะ จะได้ไม่ต้องมาพลอยลำบากไปด้วย” พายถอนหายใจเบาๆ เขาย่อตัวลงนั่งยองๆ ให้ระดับสายตาเสมอpricedกับคนที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ เอื้อมมือไปดึงฮู้ดออกจากศีรษะของเธออย่างเบามือ ปลายนิ้วของเขาแตะโดนเส้นผมนุ่มสลวยชั่วครู่ ดวงตาคมกริบมองลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยที่ตอนนี้แดงก่ำและมีคราบน้ำตาคลอหน่วย “ใครบอกว่าเธอโง่คะ?” พายเอ่ยถามเสียงนุ่ม น้ำเสียงที่เคยใช้ตะקโกนสั่งระเบียบรุ่นน้องเปลี่ยนเป็นความทุ้มต่ำชวนฟัง “สิ่งที่มินนี่ขาดไม่ใช่ความฉลาดค่ะ แต่คือ ‘เวลา’ และ ‘คนนำทางที่ถูกต้อง’ ต่างหาก... แล้วก็จำใส่สมองไว้นะคะ ว่าพายคนนี้ไม่มีทางปล่อยมือจากเด็กดื้ออย่างเธอเด็ดขาด โดยเฉพาะในวันที่เธอกำลังจะจมน้ำแบบนี้” หัวใจของมินนี่กระตุกวูบ ความอบอุ่นสายหนึ่งไหลซ่านเข้ามาในอกท่ามกลางความหนาวเหน็บของปัญหา เธอกัดริมฝีปากแน่นพยายามกลั้นน้ำตาที่ทำท่าจะไหลทะลักออกมาอีกระลอก พายย้ายตัวเองมานั่งเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม เปิดสมุดโน้ตหน้าแรกที่เต็มไปด้วยลายมือเป็นระเบียบเรียบร้อยด้วยปากกาหลายสี “ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป หลังเลิกเรียนทุกวันเราจะมาสิงสถิตกันที่ห้องสมุดคณะวิศวะฯ ห้ามปฏิเสธ ห้ามอ้างเหนื่อย และห้ามหนีเที่ยวกับไอ้ก๊อตเด็ดขาด เข้าใจไหมคะ?” พายยื่นดินสอให้เธอแท่งหนึ่ง มินนี่รับมาถือไว้ด้วยมือสั่นๆ เธอดึงชีทสถิติขึ้นมาดูแล้วทำหน้ายู่ “แต่วิชานี้มันยากพ้นมนุษย์มนามากเลยนะคะพี่พาย มินจำสูตรไม่ได้หรอก มันตีกันมั่วไปหมดแล้ว” “งั้นเรามาเริ่มจากวิธีจำแบบฉบับของเฮดว้ากกันค่ะ...” พายโน้มตัวเข้ามาใกล้จนกลิ่นน้ำหอมผู้ชายจางๆ เจือกลิ่นกระดาษสะอาดลอยเข้าจมูก ระยะห่างระหว่างใบหน้าของทั้งคู่ลดลงจนมินนี่ต้องกลั้นหายใจ “ถ้าจำสูตรหาค่าความแปรปรวนไม่ได้ ให้คิดซะว่ามันคืออารมณ์ขึ้นๆ ลงๆ ของพี่เวลาที่เห็นเธอโดดซ้อมเชียร์ก็แล้วกันค่ะ... ตัวแปร X คือความดื้อของเธอ ส่วนตัวแปร Y คือความดันของพี่ รับรองว่าจำได้แม่นจนวันตายแน่นอน” มินนี่เผลอหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ ทั้งน้ำตา ความตึงเครียดที่เกาะกุมหัวใจมาตลอดทั้งวันคลี่คลายลงอย่างน่าประหลาด บรรยากาศรอบตัวราวกับอบอุ่นขึ้นท่ามกลางลมหนาวที่พัดผ่านยอดไม้ พายมองรอยยิ้มนั้นด้วยแววตาที่ไหววับ เขายื่นมือมาเคาะหน้าผากเธอเบาๆ หนึ่งที “ยิ้มได้แล้วก็ตั้งใจทำข้อแรกให้ดูเดี๋ยวนี้ค่ะ ถ้าทำผิดแม้แต่ข้อเดียว พี่จะลงโทษด้วยการให้เธอเลี้ยงชานมไข่มุกหวานร้อยเปอร์เซ็นต์ติดต่อกันเจ็ดวันรวดเลยนะ” การติวเข้มดำเนินไปท่ามกลางแสงอาทิตย์ยามเย็นที่ค่อยๆ เปลี่ยน1สีเป็นสีส้มอมแดง ท้องฟ้าเริ่มมืดลง เงาร่างของทั้งสองคนทอดยาวไปบนพื้นทางเดิน ความสัมพันธ์ที่เคยมีเส้นแบ่งระหว่างรุ่นพี่กับรุ่นน้องเริ่มถูกหลอมรวมเข้าด้วยกันด้วยความใส่ใจและความผูกพันที่เติบโตขึ้นทีละน้อย ทว่า... ความสงบสุขมักอยู่กับพวกเขาไม่นานนัก เสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่ดังใกล้เข้ามาจากมุมตึก พร้อมกับเงาร่างของบุคคลที่ไม่คาดฝันปรากฏขึ้นตรงทางเดิน พายเงยหน้าขึ้นจากกระดาษคำนวณ ดวงตาคมกริบหรี่ลงเมื่อเห็นว่าใครกำลังเดินตรงดิ่งมาหาพวกเขา รินยืนกอดอกอยู่ห่างออกไปไม่กี่ก้าว ใบหน้าสวยเฉี่ยวนั้นประดับด้วยรอยยิ้มเยาะเย้ยที่เคลือบไว้ด้วยความริษยา ขณะที่ข้างกายเธอกลับมีชายวัยกลางคนในชุดสูทสקากlเป๊ะ ซึ่งมินนี่จำได้ทันทีว่าเป็น 'กรรมการวินัยนักศึกษา' คนเดิมที่เคยเล่นงานพวกเขาเมื่อสัปดาห์ก่อน รินกวาดสายตามองชีทติวบนโต๊ะด้วยแววตาสสมเพช ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงจิกกัดที่ดังพอให้คนรอบข้างได้ยิน “แหม... ขยันกันจังเลยนะคะ นึกว่ามานั่งสวีทกันเสียอีก... แต่ก็น่าเห็นใจนะคะ คนหนึ่งกำลังจะโดนรีไทร์เพราะเรียนไม่ไหว แต่อีกคนกลับเอาเวลาอนาคตของตัวเองมานั่งเฝ้าเด็กดื้ออย่างไร้อนาคต... แบบนี้เขาเรียกว่าพาฉิบหายกันไปหมดหรือเปล่าคะพี่พาย?” พายลุกขึ้นยืนเต็มความสูง บังร่างของมินนี่ไว้ครึ่งหนึ่ง รังสีความกดดันแผ่ซ่านออกจากตัวเขาจนรินชะงักไปเล็กน้อย แต่เธอกลับยกยิ้มกว้างขึ้นเมื่อชายในชุดสูทด้านข้างก้าวออกมาข้างหน้าพร้อมกับซองเอกสารสีน้ำตาลในมือ “คุณพายครับ และคุณมินนี่... ทางคณะกรรมการได้รับเรื่องร้องเรียนฉุกเฉินเกี่ยวกับ ‘ความสัมพันธ์ที่เกินเลยระหว่างรุ่นพี่กับรุ่นน้องในเวลางานและนอกสถานที่’ ซึ่งอาจเข้าข่ายละเมิดกฎระเบียบวินัยอย่างร้ายแรง... และในฐานะที่ผลการเรียนของนักศึกษามินนี่ตกต่ำถึงขีดสุด ทางเรามีความจำเป็นต้องขอตัวคุณมินนี่ไปสอบสวนข้อเท็จจริงที่สำนักงานคณะกรรมการวินัย ณ “เดี๋ยวนี้” ครับ” มินนี่หน้าซีดเผือดลงทันที หัวใจหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม เธอกำชายเสื้อพายไว้แน่นด้วยความตื่นตระหนก พายหันกลับมาสบตากลับเธอแวบหนึ่ง ก่อนที่ดวงตาคู่คมนั้นจะลุกโชนด้วยประกายไฟแห่งความโกรธที่ยากจะควบคุม เขาเอื้อมมือไปกุมมือสั่นเทาของมินนี่ไว้แน่นในอุ้งมืออุ่นของตนเอง พายหันไปเผชิญหน้ากับกรรมการวินัยและรินด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบที่น่ากลัวที่สุดเท่าที่มินนี่เคยเห็นมา “ถ้าพวกคุณคิดว่าจะรังแกเด็กของผมได้ตามอำเภอใจล่ะก็... ลองก้าวเข้ามาอีกก้าวเดียวสิครับ แล้วเราจะได้เห็นดีกัน!” **************************************** ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและเดินทางมาถึงตอนนี้ด้วยกันนะคะ (ชานมไข่มุกหวานร้อย)
สารจากนักเขียน (ชานมไข่มุกหวานร้อย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รักหมดใจยัยเฟรชชี่กับพี่ว้ากสายละมุน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%