“ถอยไปเดี๋ยวนี้ พาย!”
เสียงของรินสั่นพร่าขณะก้าวถอยหลังจนส้นสูงสะดุดขอบบันไดคอนกรีต แต่นั่นไม่ได้ทำให้ความเยือกเย็นในดวงตาของพายจางหายไปแม้แต่น้อย เขายืนตระหง่านอยู่ตรงนั้น ร่างสูงใหญ่ที่เคยดูอบอุ่นในสายตาของมินนี่บัดนี้กลับแผ่รังสีคุกคามราวกับพายุที่ซ่อนตัวอยู่ใต้ผิวน้ำ
มินนี่ยืนนิ่งอยู่ที่มุมตึก หัวใจเต้นรัวจนแทบจะหลุดออกมาจากอก เธอไม่เคยเห็นมุมนี้ของเขา—มุมที่ดูเหมือนคนไร้หัวใจและพร้อมจะทำลายทุกอย่างที่ขวางหน้า
“ผมเตือนคุณแล้วนะ ริน” เสียงของพายเรียบเฉย แต่มันกังวานลึกเข้าไปถึงกระดูก “อย่าเอาความเน่าเฟะที่คุณสร้างขึ้นมาแปดเปื้อนคนที่ผมให้ความสำคัญ”
รินกัดริมฝีปากแน่นก่อนจะสะบัดหน้าหนีพร้อมกับกลุ่มกรรมการวินัยที่ดูเสียหลักไปถนัดตา พายไม่ได้หันมามองมินนี่ทันที เขายืนนิ่งอยู่พักใหญ่ สูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อปรับจังหวะการเต้นของหัวใจ ก่อนจะหันกลับมาหาเธอด้วยใบหน้าที่กลับมาเรียบเฉย ทว่าแววตานั้นกลับดูหม่นแสงลงอย่างประหลาด
“ไปที่ห้องซ้อมดนตรีกับผมหน่อยได้ไหมครับ” เขาเอ่ยน้ำเสียงเบาหวิว
ภายในห้องซ้อมที่เงียบสงัด มีเพียงกลิ่นอายของไม้เก่าและหยาดฝนที่เริ่มโปรยปรายลงมาเคาะกระจก พายนั่งลงบนเก้าอี้สตูลไม้เก่าๆ วางกีตาร์โปร่งตัวเก่งไว้ข้างตัว เขาไม่ได้ดีดมัน แต่กลับจ้องมองไปที่จุดหนึ่งบนพื้นไม้ที่เต็มไปด้วยรอยขีดข่วน
“มินนี่... เคยสงสัยไหมว่าทำไมผมถึงต้องแสดงออกว่าเกลียดชังความวุ่นวายและทำตัวเย็นชาใส่ทุกคนขนาดนี้”
มินนี่นั่งลงบนพื้นข้างๆ เขา เงียบรอให้เขาเป็นฝ่ายเริ่ม “ถ้าพี่พายไม่อยากเล่า มินนี่ก็จะไม่บังคับค่ะ”
พายแค่นยิ้มที่มุมปาก เป็นยิ้มที่ดูเศร้าสร้อยที่สุดเท่าที่เธอเคยเห็น “ตอนผมอยู่ปีหนึ่ง... ผมไม่ได้เป็นคนแบบนี้หรอกครับ ผมก็แค่เด็กผู้ชายธรรมดาที่ร่าเริง และมีความฝันอยากจะเป็นนักดนตรีอาชีพ ผมมีน้องสาวคนหนึ่งชื่อ ‘พริม’ เธอเป็นทุกอย่างของผม...”
เขาทิ้งช่วงไปนานจนมินนี่รู้สึกถึงความอึดอัดที่ค่อยๆ ก่อตัวในห้อง พายเริ่มเล่าถึงเหตุการณ์ในคืนหนึ่งที่ความประมาทและคำว่า ‘รุ่นพี่ที่หวังดี’ กลายเป็นดาบสองคมที่แทงเข้าที่หัวใจของครอบครัวเขา พริมถูกบังคับให้เข้าร่วมกิจกรรมรับน้องนอกสถานที่ที่ไม่มีการเซฟตี้ที่เพียงพอเพียงเพราะต้องการพิสูจน์ความจงรักภักดีต่อคณะ
“ในคืนนั้น... พริมโทรหาผมร้องไห้บอกว่าเธอไม่ไหวแล้ว แต่เพราะกฎบ้าๆ ของคณะที่ห้ามเด็กปีหนึ่งติดต่อคนนอก หรือแม้แต่ขอความช่วยเหลือจากใครระหว่างกิจกรรม ผมจึงลังเล...” พายกำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน “ผมเชื่อคำพูดของรุ่นพี่ที่บอกว่า ‘แค่นี้สบายมาก’... ผมเชื่อว่าน้องผมจะผ่านมันไปได้”
มินนี่รู้สึกเหมือนลมหายใจของตัวเองขาดห้วง เมื่อเขาเงยหน้าขึ้นมา ดวงตาคู่นั้นไม่ได้มีเพียงความโกรธ แต่มันเต็มไปด้วยความแตกสลาย “เธอกลับมาหาผมในสภาพที่ไม่มีลมหายใจ... เพราะอาการหอบหืดกำเริบและไม่มีใครนำส่งโรงพยาบาลทันท่วงที เพียงเพราะกลัวว่าจะเสียประวัติกิจกรรม”
ความเงียบเข้าปกคลุมทั่วทั้งห้อง มินนี่เอื้อมมือไปแตะแขนเขาเบาๆ เธอสัมผัสได้ถึงความสั่นเทาที่เขาพยายามซ่อนไว้
“ตั้งแต่วันนั้น ผมสาบานว่าจะไม่มีใครในคณะนี้ต้องตายเพราะระบบห่วยๆ หรือคนเห็นแก่ตัวอีก... ผมเลยต้องกลายเป็น 'พี่ว้าก' ที่ดูใจร้าย เพื่อที่จะกุมอำนาจไว้ และขัดขวางไม่ให้ไอ้ระบบที่พรากน้องสาวผมไปได้ทำร้ายใครได้อีก”
พายมองไปที่มินนี่ สายตาของเขามีความคาดหวังบางอย่างซ่อนอยู่ “คุณอาจจะมองว่าผมเป็นคนประหลาด หรือเป็นคนเย็นชา... แต่ผมแค่กลัว มินนี่ ผมกลัวว่าถ้าผมอ่อนแอลงแม้แต่นิดเดียว คนที่ผมรักจะไม่มีวันปลอดภัย”
มินนี่ขยับเข้าไปใกล้ ก่อนจะตัดสินใจสวมกอดเขาไว้แน่น เธอรับรู้ได้ถึงความเจ็บปวดที่หมักหมมมานานหลายปีของชายตรงหน้า “พี่พายไม่ได้เย็นชาหรอกค่ะ พี่แค่พยายามสร้างเกราะป้องกันไม่ให้ตัวเองแตกสลายอีก... จากนี้ไป พี่ไม่ต้องแบกโลกไว้คนเดียวแล้วนะ มินนี่จะอยู่ข้างๆ พี่เอง”
พายหลับตาลง ซบหน้าลงกับไหล่ของเธอ ราวกับปลดปล่อยภูเขาที่ทับอกมานานนับปี บรรยากาศดูเหมือนจะคลี่คลายลง แต่ในขณะที่พวกเขากำลังจมดิ่งอยู่ในความเห็นอกเห็นใจนั้น เสียงเปิดประตูห้องซ้อมก็ดังขึ้นอย่างแรง
ก๊อตยืนหอบหายใจอยู่หน้าประตู ใบหน้าของเขามีรอยช้ำจางๆ ที่มุมปาก ดวงตาแดงก่ำจ้องมองภาพที่พายกำลังกอดมินนี่ด้วยความโกรธแค้น
“ปล่อยมินนี่เดี๋ยวนี้ พาย!” ก๊อตตะโกนเสียงกร้าว ก่อนจะเดินตรงเข้ามาหาทั้งคู่ “มินนี่ออกมาจากตรงนั้น... พี่ชายที่แสนดีของเธอคนนี้แหละ คือคนที่แอบส่งเอกสารลับเรื่องอุบัติเหตุของน้องสาวเขาไปให้คณะกรรมการวินัย เพื่อแบล็คเมล์คณะให้ทำตามสิ่งที่เขาต้องการมาตลอดสามปี!”
โลกของมินนี่หมุนคว้าง เธอผละออกจากพายอย่างรวดเร็ว สายตาของเธอสลับไปมาระหว่างก๊อตที่ดูเหมือนคนสติหลุดกับพายที่ค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมองด้วยแววตาที่เปลี่ยนไป... แววตาที่ไม่ใช่ความเสียใจอีกต่อไป แต่เป็นแววตาที่เยือกเย็นดุจน้ำแข็งที่พร้อมจะสังหารคนตรงหน้าได้ทุกเมื่อ!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางและทำความเข้าใจปมในใจของพายไปพร้อมๆ กันนะคะ หวังว่าตอนต่อไปจะทำให้ทุกคนลุ้นจนนั่งไม่ติดเลยค่ะ
รักหมดใจยัยเฟรชชี่กับพี่ว้ากสายละมุน•ตอนที่ 21
ความทรงจำในอดีต
ผลงานโดย ชานมไข่มุกหวานร้อย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชานมไข่มุกหวานร้อย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รักหมดใจยัยเฟรชชี่กับพี่ว้ากสายละมุน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!