“ถ้าคุณจะเงียบใส่กันแบบนี้ สู้ไม่ต้องพูดอะไรเลยตั้งแต่แรกจะดีกว่าค่ะพี่พาย”
มินนี่สะบัดมือออกจากกรงขังที่ไม่ได้ตั้งใจของชายหนุ่ม เสียงของเธอก้องสะท้อนอยู่ในความเงียบงันของโถงทางเดินหอพักที่เพิ่งผ่านพ้นพายุฝนมาหมาดๆ กลิ่นไอฝนผสมกับกลิ่นน้ำหอมจางๆ บนเสื้อเชิ้ตนักศึกษาของพายทำให้บรรยากาศที่คุกรุ่นอยู่แล้วกลับดูน่าอึดอัดยิ่งขึ้น
พายยืนนิ่ง แผ่นหลังกว้างนั้นดูแบกรับอะไรไว้มากมายเกินกว่าเด็กปีสามคนหนึ่งควรจะได้รับ แววตาของเขาที่เคยคมกริบดุจเฮดว้ากผู้ทรงอิทธิพล บัดนี้กลับฉายแววสับสนจนน่าใจหาย เขาสูดลมหายใจเข้าลึก ราวกับกำลังตัดสินใจว่าจะพังกำแพงที่ตัวเองสร้างขึ้นมานานแรมปีลงอย่างไร
“มินนี่... พี่ไม่ได้ตั้งใจจะทำแบบนั้น” เสียงทุ้มแหบพร่าลงเล็กน้อย เขาก้าวเข้ามาหนึ่งก้าวโดยสัญชาตญาณ แต่กลับหยุดชะงักเมื่อเห็นมินนี่ถอยหลังหนี “ที่พี่เงียบ... เพราะพี่กลัว กลัวว่าถ้าพี่พูดออกไปแล้ว ตัวตนที่พี่พยายามรักษาไว้มันจะพังไม่เป็นท่า”
“ตัวตนเหรอคะ?” มินนี่แค่นหัวเราะ ทั้งที่ขอบตาเริ่มร้อนผ่าว “พี่หมายถึงไอ้ภาพลักษณ์เฮดว้ากมาดนิ่งที่ใครๆ ต่างก็เคารพนับถือใช่ไหมคะ? ความฝัน ความต้องการ หรือแม้แต่ความรู้สึกของพี่... มันสำคัญน้อยกว่าภาพจำของคนอื่นขนาดนั้นเลยเหรอคะพี่พาย”
ฝนข้างนอกเริ่มโปรยปรายลงมาอีกครั้ง เสียงหยดน้ำกระทบกระจกหน้าต่างดังเป็นจังหวะสม่ำเสมอ แข่งกับเสียงหัวใจที่เต้นรัวของคนทั้งสอง พายถอนหายใจยาวก่อนจะตัดสินใจทำสิ่งที่เขาไม่เคยทำมาก่อน เขาหยิบแจ็กเก็ตสีเข้มที่เปียกชื้นเพราะละอองฝนมาคลุมไหล่ให้คนตรงหน้าอย่างแผ่วเบา สัมผัสที่ปลายนิ้วเขาสั่นเทาเล็กน้อย
“เข้าไปในห้องเถอะ มินนี่” เขากล่าวเสียงเรียบ “ข้างนอกนี้มันหนาวเกินไป... สำหรับเราทั้งคู่”
มินนี่ชะงัก เธอไม่ได้ปฏิเสธความปรารถนาดีนั้น ทั้งคู่เดินเข้าไปในพื้นที่ส่วนตัวของมินนี่ ซึ่งเป็นห้องพักแคบๆ ที่เต็มไปด้วยกองหนังสือและอุปกรณ์ศิลปะที่กระจัดกระจาย ความเปียกชื้นของอากาศภายนอกจางหายไปแทนที่ด้วยความอึดอัดที่เข้มข้นกว่าเดิม มินนี่ทรุดตัวลงนั่งบนเตียง ขณะที่พายยืนพิงกรอบประตู เหมือนกำลังกั้นเขตแดนระหว่างความสัมพันธ์ที่ไร้ชื่อเรียก
“พี่เคยอยากเป็นนักวาดภาพประกอบไหมคะ?” มินนี่เอ่ยทำลายความเงียบ เธอเหลือบไปเห็นสมุดสเก็ตช์ภาพเก่าๆ ของพายที่เธอเคยแอบเห็นในกระเป๋าเขาวันก่อน พายถึงกับสะอึก ดวงตาคู่นั้นเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย
“ทำไมถึงถามแบบนั้น”
“เพราะแววตาพี่เวลาพูดถึงเรื่องเรียนวิศวะ มันต่างจากตอนที่พี่มองภาพวาดในสมุดเล่มนั้นมากค่ะ” มินนี่ลุกขึ้นยืน เดินไปหยิบสมุดเล่มนั้นออกมาจากกระเป๋าพายที่วางอยู่ใกล้ๆ “พี่เอาแต่สอนให้พวกเราเป็นคนเข้มแข็ง สอนให้เดินตามกรอบที่รุ่นพี่วางไว้ แต่ตัวพี่เองล่ะคะ... พี่มีความสุขกับกรอบนี้จริงๆ เหรอ”
พายไม่ตอบ เขามองไปที่นิ้วมือที่เต็มไปด้วยรอยหมึกของตัวเอง ก่อนจะหัวเราะหึออกมาอย่างสมเพชตัวเอง “พ่อพี่เป็นวิศวกรโยธาที่ประสบความสำเร็จที่สุดในรุ่น พี่ถูกวางตัวให้เป็นแบบนั้นมาตลอดตั้งแต่จำความได้ มินนี่... โลกของผู้ใหญ่ไม่ได้สวยงามเหมือนในสมุดวาดเขียนหรอกนะ ความฝันมันกินไม่ได้”
“งั้นพี่ก็แค่คนขี้ขลาดค่ะ” มินนี่สวนกลับทันควัน ดวงตากลมโตจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเขา “พี่ขี้ขลาดที่จะยอมรับว่าพี่ชอบอะไร แล้วก็ขี้ขลาดที่จะยอมรับว่าพี่รู้สึกยังไงกับเรื่องของเรา”
คำว่า ‘ของเรา’ ทำให้พายขยับตัวเข้ามาใกล้โดยไม่รู้ตัว ระยะห่างที่เคยมีเพียงไม่กี่ก้าวถูกย่นย่อลงจนเหลือเพียงลมหายใจรินรดกัน มินนี่ตัวแข็งทื่อ ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เพราะแรงดึงดูดที่เธอก็ไม่อาจต้านทานได้
“มินนี่... พี่ไม่ได้ขี้ขลาดเรื่องเธอ” พายยกมือขึ้นแตะแก้มเธอเบาๆ ปลายนิ้วที่เย็นจัดของเขาทำให้มินนี่สั่นสะท้าน “พี่แค่... กลัวว่าถ้าพี่ให้ความหวังเธอไป แล้ววันหนึ่งพี่ต้องทำลายมันด้วยหน้าที่ของพี่เอง พี่จะไม่มีวันให้อภัยตัวเองเลย”
“ถ้าอย่างนั้นก็เลือกสิคะ” มินนี่กระซิบ เสียงของเธอสั่นเครือแต่หนักแน่น “เลือกว่าจะใช้ชีวิตอยู่ภายใต้หน้ากากที่คนอื่นสร้างให้ หรือจะกล้าเสี่ยงเพื่อความสุขของตัวเองสักครั้ง... เหมือนที่พี่เคยสอนพวกหนูให้มีความกล้าหาญไงคะ”
พายชะงักไป คำพูดของมินนี่เปรียบเสมือนดาบสองคมที่กรีดลงกลางใจเขา ความเงียบกลับมาปกคลุมห้องอีกครั้ง แต่คราวนี้มันไม่ใช่ความเงียบที่เหินห่าง แต่เป็นความเงียบที่เต็มไปด้วยแรงปะทะทางอารมณ์ เขากำลังจะอ้าปากพูดบางอย่างที่สำคัญที่สุด... ทว่า
*ก๊อก ก๊อก ก๊อก*
เสียงเคาะประตูห้องพักดังขึ้นอย่างรุนแรงและเร่งเร้า จนทั้งสองคนสะดุ้งสุดตัว มินนี่ขมวดคิ้วด้วยความแปลกใจ เพราะเวลานี้ดึกมากแล้ว ใครกันที่มาหาเธอในสภาพที่ฝนตกหนักแบบนี้
“มินนี่! เปิดประตูให้พี่หน่อย พี่มีเรื่องสำคัญต้องคุยด้วย!”
เสียงที่ดังลอดเข้ามาทำเอาพายหน้าถอดสีทันที มินนี่เบิกตากว้างเมื่อจำได้ว่านั่นคือเสียงของ ‘ริน’ คู่ปรับตลอดกาลของเธอที่มักจะหาเรื่องมาขัดขวางไม่ให้เธอได้อยู่ใกล้พาย พายถอยกรูดไปหลบหลังผ้าม่านผืนหนาอย่างลนลาน ดวงตาที่เคยนิ่งสงบฉายแววตื่นตระหนกอย่างเห็นได้ชัด
“มินนี่ พี่รู้ว่าเธออยู่ข้างใน อย่าทำเป็นเงียบ! ถ้าพี่เปิดเข้าไปเห็นอะไรที่ไม่ควรเห็น... เธอเตรียมตัวรับผิดชอบได้เลย!”
มินนี่หันไปมองพายที่ยืนตัวลีบอยู่หลังม่าน พลันเธอก็เหลือบไปเห็นบางอย่างที่ตกอยู่บนพื้นข้างเท้าพาย... มันคือแหวนรุ่นของเขาที่รินเคยทวงถามหามาตลอดทั้งสัปดาห์!
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับความรู้สึกสับสนและเปราะบางของตัวละครในคืนฝนตกนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ - ชานมไข่มุกหวานร้อย
รักหมดใจยัยเฟรชชี่กับพี่ว้ากสายละมุน•ตอนที่ 11
คืนวันฝนตก
ผลงานโดย ชานมไข่มุกหวานร้อย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชานมไข่มุกหวานร้อย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รักหมดใจยัยเฟรชชี่กับพี่ว้ากสายละมุน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!