“ถ้ารู้สึกว่าการมีฉันมันเป็นภาระมากนัก ทำไมไม่บอกกันตรงๆ ตั้งแต่วันแรกที่เริ่มคบกันล่ะคะพาย”
เสียงของมินนี่สั่นเครือไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะความอัดอั้นที่สะสมมาตลอดสัปดาห์ เธอวางแก้วกาแฟลงบนโต๊ะไม้จนเกิดเสียงดัง ‘ปัง’ เรียกสายตาจากคนในร้านหนังสือเงียบๆ ให้หันมามอง แต่ตอนนี้มินนี่ไม่สนใจอะไรอีกแล้ว ดวงตากลมโตคู่สวยที่เคยสดใสกลับรื้นไปด้วยหยาดน้ำตาที่พยายามกลั้นไว้
พายถอนหายใจยาว ดวงตาคมกริบของเฮดว้ากหนุ่มที่ใครๆ ต่างเกรงขามยามนี้กลับฉายแววอ่อนล้า เขาไม่ได้โกรธ แต่อารมณ์ที่คุกรุ่นอยู่ในอกมันไม่ใช่ความโกรธ แต่มันคือความรู้สึก ‘จนตรอก’ เขาเป็นคนวางแผนชีวิต เป็นคนคุมกฎ แต่กับผู้หญิงตรงหน้า ทุกอย่างที่เขาสร้างมากลับพังไม่เป็นท่า
“มินนี่... อย่าพูดแบบนั้นสิครับ” เขาเกือบเผลอหลุดคำที่ไม่สุภาพตามนิสัยส่วนตัว แต่ต้องรีบกลืนคำลงคอแล้วเปลี่ยนใหม่ “พี่ไม่ได้มองว่ามินนี่เป็นภาระ พี่แค่... พี่แค่ไม่ชินกับการที่ต้องแชร์พื้นที่ชีวิตส่วนตัวกับใคร หลังจากที่พี่วางมันไว้ในกรอบมาตลอด”
“งั้นพี่ก็กลับไปอยู่ในกรอบของพี่คนเดียวเถอะค่ะ” มินนี่สวนกลับทันควัน มือบางสั่นระริกขณะหยิบกระเป๋า “มินนี่ก็แค่เด็กปีหนึ่งที่อยากมีแฟนที่เข้าใจ ไม่ใช่มีพี่ว้ากมาคอยสั่งให้ทำนั่นทำนี่ เหมือนที่พ่อแม่มินนี่ทำกับมินนี่มาตลอดชีวิต!”
ความเงียบเข้าปกคลุมโต๊ะมุมในสุดของร้าน พายมองร่างบางที่กำลังลุกขึ้นยืน เขารู้ดีว่าคำพูดของมินนี่แทงลึกไปถึงปมในใจที่เขาเองก็พยายามซ่อนไว้ ภายใต้มาดนิ่งขรึมนั้น เขาก็แค่เด็กผู้ชายคนหนึ่งที่เติบโตมาในความคาดหวัง และเมื่อเขาเจอใครสักคนที่ทำให้เขากล้าเป็นตัวเอง... เขากลับทำมันพังเพราะความเผด็จการที่ติดตัวมา
“นั่งลงก่อน” พายเอื้อมมือไปคว้าข้อมือมินนี่ไว้ น้ำเสียงของเขาอ่อนลงจนแทบจะเป็นคำขอร้อง “พี่ไม่ได้จะสั่ง... พี่แค่อยากปกป้อง พี่ขอโทษนะ เรื่องก๊อต... พี่รู้ว่าพี่ใช้อารมณ์เกินไป”
มินนี่หยุดชะงัก เธอหันกลับมามองใบหน้าที่เปี่ยมไปด้วยความเสียใจของคนรัก ก๊อต... เพื่อนสนิทที่พายตั้งแง่ใส่มาตลอดเพียงเพราะความสนิทสนมเกินเพื่อนของอีกฝ่าย กลิ่นหอมของกาแฟคั่วเข้มในร้านไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศดีขึ้นเลย ความทรงจำย้อนกลับไปถึงตอนที่พายเดินเข้ามาเห็นก๊อตกำลังเช็ดน้ำตาให้เธอที่ห้องสมุด ตอนนั้นพายเดินหนีออกไปทันทีโดยไม่ฟังคำอธิบาย
“พี่พายรู้ไหมคะว่าก๊อตเป็นแค่เพื่อน” มินนี่ทรุดตัวลงนั่งอีกครั้ง แต่ครั้งนี้เธอไม่ได้มองสบตาเขา “แต่สิ่งที่พายทำ... มันทำให้มินนี่รู้สึกเหมือนมินนี่เป็นของเล่นที่พายจะขีดเขียนยังไงก็ได้ พี่ไม่เคยถามความรู้สึกมินนี่เลยว่า การต้องเลือกระหว่างคนที่รักกับเพื่อนที่หวังดีมันทรมานแค่ไหน”
พายกุมมือมินนี่ไว้แน่น กระชับมันไว้ราวกับกลัวว่าเธอจะหลุดลอยไป “พี่ผิดไปแล้ว พี่กลัว... พี่กลัวว่าถ้าพี่ปล่อยให้ความรู้สึกแบบนั้นเกิดขึ้น พี่จะเสียมินนี่ไป พี่ถึงต้องทำตัวแข็งใส่ พี่ขอโทษนะ”
มินนี่จ้องมองดวงตาที่เคยดุดันของชายหนุ่มตรงหน้า วันนี้มันกลับหม่นแสงลงอย่างเห็นได้ชัด เธอรับรู้ได้ถึงความเปราะบางที่เขายอมเผยออกมา ความเงียบเริ่มเปลี่ยนเป็นความเข้าใจ ทั้งสองคนต่างเป็นเพียงเด็กหนุ่มสาวที่กำลังหัดเรียนรู้การ ‘ประคับประคอง’ ความรักที่ไม่ใช่แค่เรื่องของความชอบ แต่เป็นเรื่องของการปรับจูนตัวตนสองขั้วเข้าหากัน
“ถ้าเราจะไปต่อ... พายต้องลดกำแพงลงนะคะ” มินนี่พูดเสียงเบา “และมินนี่ก็จะพยายามทำความเข้าใจโลกของพายมากขึ้น... แต่ไม่ใช่การเชื่อฟังแบบไร้เงื่อนไขอีกต่อไป”
พายยิ้มออกมาเล็กน้อย เป็นยิ้มที่ไม่ได้ปรุงแต่งเหมือนทุกครั้งที่เขาต้องปั้นหน้าต่อหน้าน้องปีหนึ่ง “ตกลงครับ พี่จะพยายามนะ... เรามาเริ่มกันใหม่แบบไม่ต้องมีบทว้ากได้ไหม”
มินนี่พยักหน้าเบาๆ ความอึดอัดที่อยู่ในใจค่อยๆ จางหายไป แต่ในจังหวะที่ทั้งคู่กำลังจะส่งยิ้มให้กันและสัมผัสได้ถึงความราบรื่นที่รออยู่ เสียงกระดิ่งหน้าร้านก็ดังขึ้นพร้อมกับร่างที่คุ้นเคย
รินก้าวเข้ามาในร้านด้วยท่าทางมั่นใจ เธอเดินตรงมาที่โต๊ะของทั้งคู่ สายตาเย็นชาจ้องมองมือที่กุมกันอยู่ของมินนี่และพาย ก่อนจะขยับยิ้มมุมปากที่ดูผิดปกติ
“หวานกันจังเลยนะคะ” รินเอ่ยเสียงเรียบก่อนจะวางซองเอกสารสีน้ำตาลลงบนโต๊ะ “พาย... ฉันว่านายควรอ่านนี่ก่อนนะ ก่อนที่จะตัดสินใจว่าจะคบกับ ‘คนแบบนี้’ ต่อไป”
มินนี่ขมวดคิ้วแน่นมองพายที่ชะงักไปเมื่อเห็นซองเอกสารนั้น หัวใจของเธอเริ่มเต้นไม่เป็นจังหวะเมื่อเห็นสีหน้าของพายที่เปลี่ยนจากความอ่อนโยนเป็นความตกตะลึงทันทีที่เขาเปิดซองออกดู
“นี่มันอะไรกันพาย...” มินนี่ถามเสียงสั่น พลางเหลือบมองกระดาษในมือพายที่ปรากฏภาพถ่ายบางอย่างที่ดูไม่น่าไว้ใจ
พายเงยหน้าขึ้นมองมินนี่ ดวงตาของเขาดูสับสนและร้าวรานอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เขาไม่ตอบแต่กลับขยำกระดาษในมือนั้นทิ้งลงพื้นอย่างแรงจนคนทั้งร้านหันมามอง
“ริน... เธอไปเอารูปพวกนี้มาจากไหน!” พายตะคอกเสียงต่ำ ร่างกายสั่นเทาด้วยความโกรธที่ถูกปั่นหัว
มินนี่มองภาพที่ร่วงลงมาบนพื้น ใบหน้าของเธอซีดเผือดลงทันทีเมื่อเห็นรูปถ่ายที่ตัวเองกำลังรับบางอย่างจากใครบางคนในซอยมืดๆ... รูปที่ดูเหมือนการทรยศหักหลังในจังหวะที่ความสัมพันธ์กำลังไปได้สวย
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเติบโตไปพร้อมกับมินนี่และพายนะคะ ชานมไข่มุกหวานร้อยจะตั้งใจเขียนบทสรุปให้ประทับใจที่สุดเลยค่ะ
รักหมดใจยัยเฟรชชี่กับพี่ว้ากสายละมุน•ตอนที่ 33
บทเรียนชีวิตที่เติบโต
ผลงานโดย ชานมไข่มุกหวานร้อย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชานมไข่มุกหวานร้อย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รักหมดใจยัยเฟรชชี่กับพี่ว้ากสายละมุน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!