"พี่พายคะ... บอกมินนี่มาตรงๆ ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่!"
มินนี่ตะคอกใส่คนตรงหน้า เสียงของเธอสั่นเครือจนแทบจะกลายเป็นเสียงสะอื้น มือเล็กกำชายเสื้อเชิ้ตของพายไว้แน่นจนข้อนิ้วขาวซีด บรรยากาศภายในห้องโถงจัดเลี้ยงที่ควรจะเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะของการเฉลยสายรหัส กลับกลายเป็นความเงียบงันที่บีบคั้นหัวใจ ทุกสายตาของเพื่อนในคณะต่างจับจ้องมาที่จุดเดียว แต่ในวินาทีนี้ มินนี่ไม่สนสายตาใครทั้งสิ้น เธอต้องการเพียงความจริงจากชายหนุ่มผู้เป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจเพียงหนึ่งเดียว
พายมองเด็กสาวตรงหน้าด้วยแววตาที่แตกสลาย เขาค่อยๆ ยกมือขึ้นประคองใบหน้ามินนี่ที่เปรอะเปื้อนไปด้วยคราบน้ำตา ลมหายใจของเขาติดขัด ราวกับว่าถ้อยคำที่จะเอ่ยออกมาคือมีดที่กรีดลงบนหัวใจของเขาเอง
"พ่อกับแม่หนู... ท่านกำลังสู้ชีวิตอยู่ในห้องฉุกเฉิน มินนี่..." พายกระซิบ เสียงของเขาแหบพร่าจนแทบไม่ได้ยิน "รถของท่านถูกรถบรรทุกตัดหน้าจนพลิกคว่ำบนทางด่วน พี่... พี่อยากจะบอกหนูให้เร็วกว่านี้ แต่กลัวว่าหนูจะรับไม่ไหว"
มินนี่ผละออกจากอ้อมกอดของพายอย่างแรง เธอก้าวถอยหลังจนเกือบสะดุดขอบเวที ภาพความทรงจำเมื่อเช้าที่เธอเพิ่งโทรศัพท์ไปคุยกับคุณแม่เรื่องตารางเรียนย้อนกลับเข้ามาเหมือนคลื่นยักษ์ซัดกระหน่ำ ขอบตาร้อนผ่าวจนมองเห็นภาพตรงหน้าพร่าเลือน ความโกรธแค้นต่อโชคชะตาและความเจ็บปวดจากการถูกพรากคนสำคัญเริ่มกัดกินหัวใจ
"โกหก... พี่พายโกหกมินนี่ใช่ไหม?"
"มินนี่ ฟังพี่นะ!" พายพยายามก้าวเข้าไปหา แต่ถูกรินที่ยืนดูเหตุการณ์อยู่ไม่ห่างเข้ามาขวางไว้
"พอเถอะค่ะพี่พาย! ยิ่งพูด น้องเขาก็ยิ่งเจ็บ" รินปรายตามองมินนี่ด้วยสายตาที่ยากจะคาดเดา แม้ก่อนหน้านี้เธอจะเป็นคู่แข่ง แต่ในยามที่มินนี่เผชิญวิกฤต รินกลับแสดงท่าทีนิ่งสงบอย่างน่าประหลาด "ความจริงมันโหดร้ายเสมอ การที่พี่พายปิดบังไว้ มันก็แค่การซื้อเวลาที่ไม่ช่วยอะไรเลย"
"เงียบไปเลยนะริน!" ก๊อตที่ยืนกำหมัดแน่นอยู่ข้างหลังพุ่งตัวเข้ามาแทรก "ถ้าไม่ใช่เพราะพี่พายมัวแต่เล่นบทพระเอก ไม่ยอมบอกความจริงแต่แรก มินนี่คงไม่ต้องมาเสียเวลาหัวเราะร่าอยู่ในงานเลี้ยงบ้าๆ นี่!"
ความวุ่นวายเริ่มก่อตัวขึ้นภายในห้องโถง เพื่อนๆ ในสายรหัสต่างเริ่มกระซิบกระซาบ บางคนยกมือขึ้นปิดปากด้วยความตกใจ ขณะที่บางคนเริ่มเบนหน้าหนีจากความจริงอันโหดร้าย มินนี่ทรุดตัวลงกับพื้นโดยไม่สนใจภาพลักษณ์ของดาวคณะหรือความสง่างามใดๆ อีกต่อไป ในหัวของเธอมีเพียงเสียงสะท้อนของคุณแม่ที่บอกว่าจะมาหาในวันนี้... วันที่เธอจะได้รับรางวัลจากการเป็นเฟรชชี่ดีเด่น
"พามินนี่ไปที่โรงพยาบาล เดี๋ยวนี้ค่ะ" มินนี่เงยหน้าขึ้น ดวงตาที่เคยสดใสตอนนี้เหลือเพียงความว่างเปล่า "ถ้าท่านเป็นอะไรไป... มินนี่จะไม่มีวันให้อภัยใครทั้งนั้น รวมถึงพี่ด้วย"
พายไม่รอช้า เขาคว้าตัวมินนี่ขึ้นมาแล้วกอดปลอบอย่างแนบแน่น ท่ามกลางความตื่นตระหนกของผู้คนรอบข้าง เขาหันไปสบตากับก๊อตที่ยืนนิ่งด้วยใบหน้าสับสน พายรู้ดีว่าความผิดพลาดครั้งนี้อาจทำให้เขาเสียมินนี่ไปตลอดกาล แต่ในยามนี้ สิ่งเดียวที่เขาสามารถทำได้คือการอยู่ข้างๆ เธอในห้วงเวลาที่มืดมนที่สุด
ทั้งสองรีบออกจากงานเลี้ยงโดยไม่หันกลับมามองอีกเลย ทิ้งให้เหล่าน้องปีหนึ่งและพี่ปีสามที่เหลืออยู่ในงานต้องจมอยู่กับความสับสนและบรรยากาศที่เปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลังมือ
รถยนต์ของพายแล่นทะยานไปตามถนนยามค่ำคืนด้วยความเร็วสูง มินนี่นั่งกอดเข่าอยู่เบาะข้างคนขับ ร่างกายของเธอสั่นสะท้านอย่างควบคุมไม่ได้ พายเอื้อมมือมาแตะหลังมือของเธอเบาๆ แต่เธอขยับหนี
"อย่าแตะต้องตัวมินนี่... ถ้าพี่ไม่ได้เป็นคนขับรถคันนั้นพุ่งชนพวกเขา พี่ก็ไม่มีสิทธิ์มาแตะต้องความรู้สึกของมินนี่ในตอนนี้"
"พี่รู้ว่าหนูโกรธ..." พายพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงความขมขื่น "แต่พี่ขอแค่ให้พี่ได้อยู่ตรงนี้... จนกว่าจะถึงมือหมอ หลังจากนั้น ถ้าหนูต้องการให้พี่ไปจากชีวิตหนู พี่จะไปโดยไม่ทักท้วงเลยสักคำ"
รถจอดสนิทหน้าห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง มินนี่กระโจนลงจากรถโดยไม่รอให้พายดับเครื่องยนต์ เธอวิ่งฝ่าสายฝนที่เริ่มโปรยปรายลงมาอย่างหนัก พายรีบวิ่งตามไปติดๆ
เมื่อมาถึงหน้าห้องไอซียู มินนี่ชะงักฝีเท้าลง หัวใจของเธอแทบหยุดเต้นเมื่อเห็นคุณหมอเจ้าของไข้เดินออกมาพร้อมสีหน้าที่เรียบเฉยจนน่ากลัว
"คุณญาติของคนไข้ครับ..." คุณหมอเริ่มต้นด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความระมัดระวัง
มินนี่ปรี่เข้าไปหาจนเกือบจะถึงตัวคุณหมอ "แม่... แม่เป็นยังไงบ้างคะ? แล้วพ่อล่ะ! บอกมาสิคะว่าพวกเขาแค่บาดเจ็บเฉยๆ!"
คุณหมอถอนหายใจยาว ก่อนจะขยับแว่นสายตาแล้วเอ่ยประโยคที่ทำให้โลกทั้งใบของมินนี่พังทลายลงในพริบตา
"เราพยายามสุดความสามารถแล้วครับ... แต่คนไข้ทั้งสองคน... มีคนหนึ่งที่ไม่ได้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุเพียงอย่างเดียว แต่ดูเหมือนว่ามีการวางแผนทำร้ายร่างกายมาก่อนหน้านี้เพียงไม่กี่นาทีด้วย... และเราพบหลักฐานสำคัญที่อยู่ในกระเป๋าเสื้อคุณพ่อของน้อง"
คุณหมอยื่นถุงพลาสติกบรรจุหลักฐานให้ มินนี่มือสั่นเทาขณะรับมา ข้างในนั้นคือโทรศัพท์มือถือที่หน้าจอแตกละเอียด และบันทึกข้อความเสียงที่ส่งมาจากเบอร์ที่ไม่ระบุชื่อตัวตน
มินนี่กดฟังข้อความนั้นท่ามกลางความเงียบงัน... และทันทีที่เสียงปลายสายดังขึ้น เธอก็ต้องเบิกตากว้างจนแทบถลน เพราะเสียงที่ดังออกมาจากโทรศัพท์ คือเสียงของคนที่เธอไว้ใจที่สุดในมหาวิทยาลัย!
"อย่าให้ยัยเด็กนั่นรู้ว่าเราทำอะไรลงไป... จัดการเก็บกวาดให้สะอาด เหมือนที่แกทำกับพ่อแม่มันซะ!"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและอดทนรอคอยจนถึงตอนนี้นะคะ
ชานมไข่มุกหวานร้อย
รักหมดใจยัยเฟรชชี่กับพี่ว้ากสายละมุน•ตอนที่ 32
วันเฉลยสายรหัสครั้งสุดท้าย
ผลงานโดย ชานมไข่มุกหวานร้อย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชานมไข่มุกหวานร้อย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รักหมดใจยัยเฟรชชี่กับพี่ว้ากสายละมุน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!