รักหมดใจยัยเฟรชชี่กับพี่ว้ากสายละมุน•ตอนที่ 25

ระยะห่างที่เจ็บปวด

ผลงานโดย ชานมไข่มุกหวานร้อย
หน้าจอมือถือที่ดับสนิทสะท้อนเงาใบหน้าหมองคล้ำของฉันในความมืด มันเป็นแบบนี้มาสามวันเต็มแล้วค่ะ สามวันที่ไม่มีแม้แต่ข้อความสั้นๆ หรือสายเรียกเข้าจากคนที่เคยส่งเสียงทุ้มนุ่มมาบอกฝันดีทุกคืน ความเงียบงันในห้องพักสี่เหลี่ยมแคบๆ นี้ช่างน่ากลัวเสียยิ่งกว่าเสียงตะคอกของเฮดว้ากในห้องเชียร์เสียอีก ฉันกอดเข่าแน่น ซุกใบหน้าลงกับข้อศอก ปล่อยให้ความอ้างว้างกัดกินหัวใจทีละน้อย พายกำลังคิดอะไรอยู่กันแน่นะ... เขากำลังโกรธเรื่องก๊อต หรือเขาแค่เหนื่อยล้าจนอยากผลักไสเด็กดื้ออย่างฉันออกไปจากชีวิตเสียที ย้อนกลับไปเมื่อเหตุการณ์ตรงหน้าโรงอาหารคณะวันนั้น รอยยิ้มของบุคคลที่ฉันไม่เคยคิดว่าจะกล้ามายืนขวางทางฉัน กลับกลายเป็นก้อนหินหนักอึ้งที่ถ่วงดิ่งลงสู่ก้นบึ้งของความรู้สึก... ก๊อตยืนอยู่ตรงนั้น สวมเสื้อยืดสีขาวเรียบง่าย แต่มือข้างหนึ่งกลับถือช่อดอกไม้แห้งที่ฉันเคยบ่นว่าชอบเมื่อตอนที่เราไปเที่ยวด้วยกันสมัย ม.ปลาย "มินนี่..." เสียงของก๊อตนุ่มนวลและเจือแววสำนึกผิด ขณะที่สายตาของเขากวาดมองไปรอบๆ ลานพักผ่อนที่มีสายตาสนอกสนใจนับสิบคู่ "เราไม่ได้คุยกันดีๆ มานานแล้วนะ ตั้งแต่เธอเข้ามหาวิทยาลัย... ไปกินกาแฟคุยกันหน่อยได้ไหม" ฉันถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยสัญชาตญาณ ความอึดอัดแล่นพล่านไปทั่วแผ่นหลัง สายตาของฉันกวาดมองเลยไหล่ของก๊อตไปโดยอัตโนมัติ เผื่อว่าปาฏิหาริย์จะมีจริง เผื่อว่าร่างสูงในชุดเสื้อช็อปสีเข้มของวิศวะจะเดินเลี้ยวมาจากมุมตึกนั้น... แต่ไม่มีค่ะ มีเพียงความว่างเปล่าและลมร้อนๆ ที่พัดผ่านผิวกายอย่างไร้ความหมาย "ก๊อต เราเคยคุยกันเรื่องนี้แล้วนะ" ฉันพยายามบังคับน้ำเสียงไม่ให้สั่น "มินนี่ไม่มีอะไรจะคุยกับก๊อตอีกแล้ว และอีกอย่าง..." "เรื่องไอ้รุ่นพี่คนนั้นเหรอ?" ก๊อตขัดขึ้นทันควัน รอยยิ้มเจื่อนๆ บนใบหน้าของเขาเปลี่ยนเป็นความบึ้งตึงเล็กน้อย "คนที่ตะคอกใส่เธอในห้องเชียร์น่ะเหรอ มินนี่... เขาให้ความสุขเธอได้จริงๆ หรือแค่ทำให้เธอกลัวจนต้องวิ่งหนีเข้าหาเขากันแน่" คำพูดนั้นจี้ใจดำฉันอย่างจัง หัวใจกระตุกวูบ ภาพวันที่พายยืนบังลมบังฝนให้ในวันฝนตก สลับกับภาพสายตาเย็นชาของเขาในวันที่เกิดเรื่องซ้อนทับกันไปหมด พายไม่ได้ทำให้ฉันกลัวค่ะ... แต่ความห่างเหินในตอนนี้ต่างหากที่กำลังฆ่าฉันให้ตายทั้งเป็น "มันไม่เกี่ยวกับพี่พาย!" ฉันเผลอตบเท้าเร้าด้วยความหงุดหงิด "มันเกี่ยวกับเราต่างหาก ก๊อตเลิกทำตัวแบบนี้สักทีเถอะ มินนี่อึดอัด!" ท่ามกลางบรรยากาศที่ตึงเครียดจนแทบขาดใจ เสียงฝีเท้าหนักแน่นคู่หนึ่งก็ดังแทรกขึ้นจากด้านหลังของก๊อต เสียงรองเท้าผ้าใบบดขยี้ลงบนพื้นซีเมนต์อย่างจงใจและทรงพลัง ทำให้ทั้งฉันและก๊อตต้องหันไปมองพร้อมกัน ร่างสูงของพายยืนอยู่ตรงนั้น ใบหน้าคมคายเรียบเฉยจนเดาอารมณ์ไม่ออก ดวงตาคู่คมภายใต้กรอบคิ้วหนาไม่ได้มองมาที่ฉัน แต่มันจ้องเขม็งไปยังก๊อตด้วยรังสีบางอย่างที่ทำให้บรรยากาศรอบตัวลดฮวบลงหลายองศา เขายังคงอยู่ในชุดเสื้อช็อปพับแขนขึ้นถึงข้อศอก เผยให้เห็นเส้นเลือดปูดโปนเล็กน้อยตามอารมณ์ที่ถูกกดทับไว้ "มีปัญหาอะไรกันหรือเปล่าครับน้อง" น้ำเสียงของพายเรียบนิ่ง เย็นชา และเป็นทางการแบบที่เขาใช้กับคนนอกคณะเสมอ แต่มันกลับทรงพลังพอที่จะทำให้ก๊อดยืดตัวตรงด้วยความระแวง ก๊อตหรี่ตามองพายอย่างไม่ยอมแพ้ ก่อนจะหัวเราะในลำคอเบาๆ "เปล่าครับ... ผมแค่มาคุยกับเพื่อนสนิทของผมเอง รุ่นพี่มีธุระอะไรกับแฟนน้องเขาเหรอครับ ถึงต้องมาทำหน้ายักษ์ใส่ขนาดนี้" คำว่า 'แฟนน้องเขา' กระแทกเข้ากลางใจฉันอย่างจัง ฉันเบิกตากว้าง หันขวับไปมองหน้าพายทันทีเพื่อรอดูฏิกิริยา แต่สิ่งที่ฉันเห็นมีเพียงกรามที่ขบเข้าหากันจนนูนเด่นของเขา พายไม่ได้ปฏิเสธ... เขากลับนิ่งเงียบ ปล่อยให้ความอึดอัดแผ่ขยายออกไปราวกับหมอกหนาทึบ "ถ้าเคลียร์กันเสร็จแล้ว ก็ถอยไปครับ" พายพูดเสียงต่ำ ปลายสายตาคมกริบเหลือบมามองฉันแค่เพียงเสี้ยววินาที วินาทีนั้น หัวใจฉันร้าวรานราวกับมีแก้วบางๆ มาบาดลึก มันเป็นสายตาที่ไร้ซึ่งความอบอุ่น สายตาที่เต็มไปด้วยความเหนื่อยล้าและคำถามมากมายที่เขาไม่คิดจะเอ่ยปากถามมันออกมา "พี่พาย..." ฉันเผลอครางชื่อเขาเบาหวิว มือเรียวเอื้อมออกไปข้างหน้าโดยไม่รู้ตัว หวังจะควชายเสื้อช็อปตัวนั้นไว้เหมือนทุกครั้ง แต่พายกลับเบี่ยงตัวหลบอย่างแนบเนียน เขาก้าวเดินผ่านฉันไปอย่างไร้เยื่อใย ทิ้งให้ฉันยืนแข็งค้างอยู่กับที่ท่ามกลางสายตาของก๊อตและผู้คนรอบข้าง สามวันนับจากวันนั้น คือบทลงโทษที่โหดร้ายที่สุดที่ฉันเคยได้รับ ความเงียบของพายไม่ใช่ความโกรธธรรมดา แต่มันคือการ "ถอนตัว" ออกไปจากพื้นที่ของฉันอย่างเงียบเชียบ เขายังคงเดินตรวจตึกคณะ ยังคงไปประชุมเชียร์ แต่ทุกครั้งที่บังเอิญเดินสวนกัน สายตาของเขาจะมองข้ามผ่านฉันไปราวกับฉันเป็นเพียงอากาศธาตุ "มินนี่ แกไหวไหมเนี่ย หน้าซีดเป็นไก่ต้มเลยนะ" เสียงของเพื่อนสนิทในกลุ่มปีหนึ่งดังขึ้น พร้อมกับแรงสะกิดที่หัวไหล่ ทำให้ฉันหลุดออกจากภวังค์อันดำมืด ฉันฝืนยิ้มบางๆ ให้เพื่อน "ไหวสิ... แค่นอนไม่ค่อยพ่อน่ะ" "นอนไม่พอหรือคิดถึงเฮดว้ากหน้าดุคนนั้นกันแน่" ยัยเพื่อนตัวดีแซิวยิ้มๆ แต่พอมันเห็นสีหน้าเจื่อนสนิทของฉัน รอยยิ้มนั้นก็ค่อยๆ เจือจางลง "เอ3... แกทะเลาะกับพี่เขาเรื่องใหญ่อ่ะดิ เห็นพี่พายช่วงนี้หน้าดุยิ่งกว่าเดิมอีก ใครเข้าไปคุยด้วยก็โดนเหวี่ยงหมด จนไม่มีใครกล้าเข้าใกล้แล้วเนี่ย" ยิ่งฟัง หัวใจยิ่งหล่นวูบ พายกำลังทรมานตัวเองเหมือนกับที่กำลังทรมานฉันใช่ไหม... ทำไมเราถึงต้องมาลงโทษกันและกันด้วยวิธีที่เจ็บปวดแบบนี้ด้วยนะ เย็นวันนั้น ฉันตัดสินใจเดินไปยังตึกกิจกรรมคณะวิศวกรรมศาสตร์ด้วยขาที่สั่นเทา ท้องฟ้าเริ่มเปลี่ยนเป็นสีส้มอมเทา ลมเย็นๆ พัดพาเอาความอ้างว้างในฤดูนี้มาปะทะผิวแก้ว กลิ่นอายของไอน้ำฝนที่กำลังจะตกอบอวลอยู่ในบรรยากาศ ฉันไม่มีทางเลือกอื่นแล้วค่ะ หากปล่อยให้ระยะห่างนี้ถ่างกว้างขึ้นไปอีก เราคงจะหลุดมือกันไปตลอดกาลอย่างแน่นอน หน้าห้องพักของสโมสรนักศึกษาปิดสนิท มีเพียงแสงไฟสีส้มลอดผ่านช่องกระจกบานเล็กออกมา ฉันสูดลมหายใจเข้าลึก and กลิ่นน้ำหอมผู้ชายจางๆ ที่คุ้นเคยลอยมาแตะจมูกวูบหนึ่ง หัวใจเต้นรัวระรัวราวกับกลองเพล นิ้วมือสั่นเทากำลังจะเอื้อมไปเคาะประตูไม้บานนั้น เพื่ออธิบายทุกอย่าง เพื่อบอกเขาว่าก๊อตเป็นแค่อดีต และคนปัจจุบันของหัวใจคือใคร... แต่อ antes ที่ปลายนิ้วจะทันแตะลงบนเนื้อไม้ เสียงทุ้มต่ำและคุ้นเคยที่ดังลอดออกมาจากด้านใน กลับทำให้ฉันต้องชะงักค้าง ราวกับถูกน้ำแข็งสาดเข้าใส่ทั้งร่าง... "เออ... รินพูดถูก" เสียงของพายเอ่ยขึ้น ชัดเจนและบาดลึก "เรื่องระหว่างฉันกับน้องเขา... มันคงมาได้ไกลแค่นี้แหละ ปล่อยให้มันจบลงแบบนี้ น่าจะดีกับทุกฝ่ายที่สุดแล้ว" ชานมไข่มุกหวานร้อยขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางและเจ็บปวดไปพร้อมกับหัวใจของมินดินี่นะคะ
สารจากนักเขียน (ชานมไข่มุกหวานร้อย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รักหมดใจยัยเฟรชชี่กับพี่ว้ากสายละมุน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%