"ระบบรักษาความปลอดภัยล้มเหลว... การควบคุมอัตโนมัติถูกแทนที่... จงฆ่า... ซะ..."
เสียงกระซิบเยียบเย็นราวน้ำแข็งขั้วโลกดังสะท้อนก้องอยู่ในโสตประสาทของเรย์ สติสัมปชัญญะของเขาถูกบีบอัดจนแทบแหลกสลาย ร่างกายของเด็กหนุ่มสั่นเทาด้วยแรงปะทะของพลังงานมหาศาลจาก 'เบอร์ 0' ผู้ดูแลระบบนิรภัยเงาที่พยายามจะรีเซ็ตโลกใบนี้ ความเจ็บปวดแผ่ซ่านไปทั่วทุกเส้นประสาทราวกับมีเข็มนับพันเล่มทิ่มแทง
ทว่า... ท่ามกลางความมืดมิดที่กำลังจะกลืนกินสติสัมปชัญญะ มืออันอบอุ่นคู่หนึ่งก็เอื้อมเข้ามากุมมือของเขาไว้แน่น
"เรย์... ได้ยินฉันไหมคะ— ไม่สิ... ได้ยินฉันไหมครับ เรย์..."
เสียงนั้นสั่นเครือเล็กน้อย แต่มันเปี่ยมไปด้วยพลังบางอย่างที่ดึงเขาให้หลุดพ้นจากปากเหวแห่งความตาย เรย์กะพริบตาช้าๆ ภาพเบื้องค่อยๆ ชัดเจนขึ้น แสงจันทร์สีเงินยวงสาดส่องผ่านหน้าต่างกระจกสีของหอคอยดาราศาสตร์ ทอดเงายาวทับซ้อนกันบนพื้นหินอ่อน เย็นเฉียบ
เซเลสเทียกำลังนั่งคุกเข่าอยู่เบื้องหน้าเขา ใบหน้าอันงดงามที่มักจะเรียบเฉยและเย็นชาต่อโลกใบนี้ บัดนี้กลับเปื้อนไปด้วยหยาดน้ำตาและร่องรอยความตื่นตระหนก ดวงเนตรสีครามคู่สวยสั่นไหวอย่างเห็นได้ชัด
"คุณ... ปลอดภัยแล้วนะครับ" เรย์ฝืนยิ้มจางๆ แม้ลมหายใจจะยังติดขัด
"คนบ้า..." เซเลสเทียพึมพำเสียงเครือ มือเรียวบางที่กุมมือเขาอยู่ยิ่งออกแรงบีบแน่นขึ้นไปอีก ราวกับกลัวว่าหากเธอปล่อยมือ เรย์จะหายวับไปกับตา "คุณทำบ้าอะไรลงไปรู้ตัวไหมคะ... หะ... รู้ตัวไหมครับว่าฉันเกือบจะ..."
น้ำตาหยดหนึ่งร่วงหล่นลงบนหลังมือของเรย์ มันอุ่นร้อนและลึกล้ำยิ่งกว่าเวทมนตร์บทใดในตำรา เรย์ถอนหายใจเบาๆ เขาค่อยๆ ยันกายลุกขึ้นพิงกับผนังหอคอย โดยมีเซเลสเทียช่วยประคองไว้อย่างทะนุถนอม
เหตุการณ์ระทึกขวัญเมื่อครู่สิ้นสุดลงแล้วด้วยการที่เรย์ใช้ไหวพริบและข้อมูลจากระบบภายใน เสี่ยงเดิมพันด้วยการดึงพลังงานย้อนกลับเพื่อปิดผนึก 'เบอร์ 0' ชั่วคราว แต่ผลลัพธ์ที่ตามมาคือความเหนื่อยล้าที่กัดกินพลังเวทจนแทบไม่เหลือหยดสุดท้าย
ค่ำคืนนี้ ณ ระเบียงหอคอยดาราศาสตร์ที่เงียบสงบ ไม่มีเสียงฝีเท้าของผู้คน ไม่มีสายตาจับจ้องจากคลาสลับ มีเพียงแสงจันทร์นวลตาที่อาบไล้เรือนร่างของเขาทั้งสองคน
"ขอโทษด้วยนะครับที่ทำให้ต้องตกใจ" เรย์เอ่ยทำลายความเงียบ น้ำเสียงของเขาอ่อนโยนลงอย่างเห็นได้ชัด "ผมแค... ไม่อยากให้แผนการที่เราพยายามร่วมกันมาพังทลายลงตรงหน้า"
เซเลสเทียเบือนหน้าหนีเล็กน้อย เธอยกมือขึ้นปาดน้ำตาบนแก้มลวกๆ ก่อนจะสูดหายใจเข้าลึกเพื่อปรับอารมณ์ให้กลับมาเป็นปกติ แม้ใบหูที่แดงก่ำจะยังคงฟ้องถึงความรู้สึกที่แท้จริง
"คุณนี่มัน... ชอบแบกรับทุกอย่างไว้คนเดียวเสมอเลยนะคะ" เซเลสเทียหันกลับมามองเขา แววตาเต็มไปด้วยความตัดพ้อและความห่วงใยที่ซับซ้อน "ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการสอบคัดเลือก, การรับมือกับพวกสภา __นักเรียน__, หรือแม้กระทั่ง... ตัวตนแปลกปลอมในระบบของคุณ คุณไม่เคยปรึกษาใครเลย"
"บางที... การเป็นนักเรียนทุนธรรมดา มันก็มีข้อจำกัดหลายอย่างนะครับ" เรย์หัวเราะแห้งๆ ในลำคอ
"นักเรียนทุนธรรมดาอะไรกันคะ!" เซเลสเทียสวนกลับทันควัน น้ำเสียงเจือความน้อยใจ "คนที่ไขปริศนาอักขระโบราณของหอคอยปราชญ์ได้ คนที่บล็อกการแทรกแซงระดับสูงด้วยมือเปล่า... ไม่มีนักเรียนทุนธรรมดาที่ไหนเขาทำกันหรอกนะครับ เรย์"
บรรยากาศระหว่างทั้งสองคนเงียบลงอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ไม่ใช่ความอึดอัด หากแต่เป็นความเงียบที่เปิดพื้นที่ให้หัวใจได้สื่อสารกัน
เซเลสเทียหลุบตาลงมองพื้นหอคอย นิ้วเรียวเกี่ยwปอยผมสีเงินยวงของตนเองเล่นอย่างประหม่า ท่าทางเช่นนี้หาดูได้ยากยิ่งจากคุณหนูตระกูลขุนนางผู้สูงศักดิ์
"คุณอยากรู้ไหมคะ... ว่าทำไมฉันถึงเกลียดตระกูลของตัวเองนัก" จู่ๆ เซเลสเทียก็เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา เรย์ชะงักไปเล็กน้อย เขารู้ดีว่าเรื่องราวเบื้องหลังของนางเอกหรือตัวละครหลักในคลาสลับมักเต็มไปด้วยปมอันดำมืด แต่เขาไม่เคยคะคั้นคะยอให้เธอเล่าหากเธอไม่เต็มใจ
"ถ้ามันลำบากใจ... ไม่ต้องเล่าก็ได้นะครับ เซเลสเทีย" เรย์กล่าวด้วยความสุภาพ
"ไม่ค่ะ... ฉันอยากเล่าให้คุณฟัง" เธอยกศีรษะขึ้นสบตากับเขาตรงๆ ดวงเนตรสีครามสะท้อนแสงจันทร์สุกสกาว "สำหรับตระกูลเวลล์ยัวร์... เวทมนตร์อักขระไม่ใช่ศิลปะ แต่มันคือ 'เครื่องมือ' คือโซ่ตรวนที่ใช้ล่ามผู้คนไว้เพื่ออำนาจและชื่อเสียง แม่ของฉัน... ถูกบังคับให้ใช้ชีวิตอยู่บนแท่นบูชาแห่งอักขระจนกระทั่งลมหายใจสุดท้ายหมดลง เพื่อตระกูล... เพื่อผลประโยชน์ทางการเมืองของสภาเวทมนตร์"
มือของเซเลสเทียกำแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาว เรย์สังเกตเห็นความโกรธแค้นและความเจ็บปวดที่ถูกเก็บกดไว้มานานนับปีสะท้อนอยู่ในแววตานั้น
"วันที่แม่ตาย ไม่มีใครร้องไห้เลยสักคน... พวกเขาเอาแต่พูดถึงเรื่องการสืบทอดสิทธิ์และการครอบครองศิลาอักขระโบราณ ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา ฉันจึงปฏิญาณกับตัวเองว่าจะปิดตายหัวใจ และใช้ชีวิตเป็นเพียงตุ๊กตากลที่สมบูรณ์แบบ เพื่อไม่ให้ใครเข้ามามีอิทธิพลเหนือความรู้สึกของฉันอีก"
เธอหยุดพูดไปชั่วขณะ ลมหายใจสะอื้นเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงที่สั่นระริก
"จนกระทั่ง... คุณก้าวเข้ามาในห้องสมุดใต้ดินวันนั้น... เรย์"
เรย์นิ่งเงียบ เขารับฟังทุกถ้อยคำด้วยความตั้งใจ ความเข้าใจ และความเห็นอกเห็นใจอย่างแท้จริง ในฐานะคนที่ทะลุมิติเข้ามาในโลกนิยาย เขารู้ดีว่าตัวละครทุกตัวไม่ได้ถูกสร้างขึ้นมาอย่างไร้เหตุผล แต่พวกเขามีจิตวิญญาณ มีแผลเป็นในอดีต และมีความเจ็บปวดที่ซ่อนอยู่หลังฉากอันสวยงาม
"คุณไม่ได้มองฉันเป็นอัจฉริยะเวทมนตร์ ไม่ได้มองฉันเป็นคุณหนูตระกูลใหญ่... แต่คุณมองเห็น 'ตัวตนจริงๆ' ของฉัน" เซเลสเทียเงยหน้าขึ้น น้ำตาคู่สวยเอ่อคลอเบ้าอีกครั้ง แต่ริมฝีปากกลับระบายรอยยิ้มบางๆ ที่งดงามที่สุดเท่าที่เรย์เคยเห็นมา "คุณทำให้ฉันรู้ว่า... การมีชีวิตอยู่โดยมีความรู้สึกร่วมกับใครสักคน มันไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิดเลย"
เรย์ขยับตัวเข้าไปใกล้เธออีกนิด แม้ร่างกายจะยังปวดร้าว เขายื่นมือออกไปอย่างสุภาพ เช็ดหยาดน้ำตาที่ข้างแก้มของเธอแผ่วเบา สัมผัสที่อ่อนโยนทำให้เซเลสเทียสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะหลับตาลงรับไออุ่นนั้น
"คุณไม่ได้โดดเดี่ยวอีกต่อไปแล้วนะครับ เซเลสเทีย" เรย์กระซิบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลและหนักแน่น "ไม่ว่าเบื้องหลังของคุณจะเป็นโซ่ตรวนแห่งอักขระ หรือเบื้องหน้าของผมจะมีระบบบ้าๆ คอยควบคุม... เราจะก้าวผ่านมันไปด้วยกัน ในฐานะคู่คิด... และสหายร่วมทาง"
เซเลสเทียลืมตาขึ้น เธอมองลึกเข้าไปในดวงตาของเรย์ และพบแต่ความจริงใจที่ไร้ซึ่งการเสแสร้งใดๆ หัวใจที่เคยปิดตายมาตลอดหลายปีพังทลายลงอย่างราบคาบ เหลือเพียงความอบอุ่นที่แผ่ซ่านเข้ามาเติมเต็มช่องว่างในอก
บรรยากาศอบอวลไปด้วยความผูกพันอันลึกซึ้ง ทว่า ในวินาทีที่ความเงียบสงบกำลังโอบกอดทั้งคู่ไว้ ทันใดนั้นเอง...
**ติ๊ง!**
เสียงแจ้งเตือนอันคุ้นเคยแต่เยียบเย็นจนน่าขนลุกก็ดังขึ้นขัดจังหวะในห้วงความคิดของเรย์ ไม่ใช่เสียงของระบบทั่วไป แต่เป็นเสียงแจ้งเตือนสีแดงฉานระดับสูงสุดที่เขาไม่เคยได้ยินมาก่อน
[ระบบตรวจพบการซิงโครไนซ์ทางอารมณ์เกินขีดจำกัดปลอดภัย]
[เงื่อนไขลับถูกปลดล็อก: 'หัวใจของนางเอก' และ 'เจตจำนงของโฮสต์' ผสานกันสมบูรณ์]
[คำเตือนฉุกเฉินระดับ OMEGA: ตัวตนที่แท้จริงของโลกใบนี้กำลังตื่นขึ้น—]
เรย์หน้าถอดสีทันที เขารีบดึงสติกลับมาและกวาดสายตามองไปรอบๆ หอคอยดาราศาสตร์ที่ควรจะว่างเปล่า ทว่าบนพื้นหินอ่อนเบื้องหน้า กลับปรากฏรอยร้าวสีดำทมิฬแผ่ขยายออกเป็นวงกว้าง ราวกับกระจกที่กำลังจะแตกสลาย
และก่อนที่เรย์จะได้เอ่ยปากเตือนเซเลสเทีย แสงจันทร์สีเงินยวงด้านนอกก็พลันเปลี่ยนเป็นสีเลือด... พร้อมกับเสียงฝีเท้าอันหนักหน่วงและคุ้นเคยอย่างประหลาด ที่กำลังเดินขึ้นบันไดหอคอยมาทีละก้าว... ทีละก้าว... อย่างเชื่องช้า
"...ใครน่ะ?" เซเลสเทียผุก.ลุกขึ้นยืนด้วยความตื่นตัว สัญชาตญาณนักเวทอักขระร้องเตือนภัยขั้นวิกฤต
เรย์กัดฟันกรอด สายตาคมกริบจ้องเขม็งไปยังประตูทางเข้าหอคอยที่ค่อยๆ ถูกผลักเปิดออกอย่างแผ่วเบา พร้อมกับเงาร่างหนึ่งที่ก้าวพ้นความมืดออกมา— เงาร่างที่มีใบหน้าและรอยยิ้มถอดแบบมาจากตัวเขาเองทุกประการ!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเติบโตไปพร้อมกับเรย์และเซเลสเทียในค่ำคืนอันยาวนานนี้ด้วยนะครับ
แค่นักเรียนทุนธรรมดา แต่ระบบดันส่งผมไปเป็นตัวร้ายในคลาสลับ•ตอนที่ 17
คำสารภาพของเซเลสเทีย
ผลงานโดย วาเลนเทียอัศวินมืด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (วาเลนเทียอัศวินมืด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แค่นักเรียนทุนธรรมดา แต่ระบบดันส่งผมไปเป็นตัวร้ายในคลาสลับ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!