"กลิ่นของความระแวง... มันช่างหอมหวานเสียจริงว่าไหมครับ คุณนักเรียนทุนผู้เงียบขรึม"
เสียงทุ้มต่ำราวกับเสียงกระซิบจากความมืดดังขึ้น แผ่วเบาแต่กลับทรงพลังพอที่จะตัดผ่านความเงียบงันในห้องสมุดต้องห้ามยามวิกาลได้อย่างง่ายดาย
เรย์ไม่ได้สะดุ้งโหยงอย่างที่คนทั่วไปควรจะเป็น ดวงตาสีรัตติกาลของเขาเพียงแค่หรี่แคบลงเล็กน้อย ปลายนิ้วที่กำลังแตะอยู่บนหน้ากระดาษหนังโบราณหยุดชะงักลงครู่หนึ่ง ก่อนจะค่อยๆ เลื่อนปิดตำราลงอย่างใจเย็น ท่าทีที่สุขุมเกินวัยนั้นทำให้รอยยิ้มที่มุมปากของศาสตราจารย์มาร์คัส—ชายผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเข้มงวดที่สุดในภาควิชาเวทมนตร์ประยุกต์—ยิ่งกว้างขึ้น แววตาหลังกรอบแว่นโลหะไม่ได้ซ่อนความสงสัยเอาไว้เลยแม้แต่น้อย
"ผมไม่เข้าใจที่อาจารย์หมายถึงครับ" เรย์ตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งร่องรอยความตื่นตระหนก แม้ว่าภายในหัวของเขา หน้าจอสีฟ้าโปร่งแสงของระบบจะกำลังกระพริบเตือนรัวเป็นจังหวะด้วยตัวอักษรสีแดงฉาน
[คำเตือน: ดัชนีความสงสัยของเป้าหมาย (ศาสตราจารย์มาร์คัส) พุ่งสูงถึง 87%]
[ระบบตรวจพบการวิเคราะห์มานาส่วนบุคคล กรุณาควบคุมการปล่อยออร่าอย่างเร่งด่วน]
เรย์ลอบถอนหายใจเบาๆ ในใจ เหตุการณ์จากตอนที่แล้วที่เงาสะท้อนบนพื้นศิลาเกือบจะทรยศตัวตนของเขา ยังคงทิ้งไอเย็นยะเยือกไว้ที่ต้นคอ แต่สิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่าเงาปริศนานั้น คือสายตาของมนุษย์ที่จ้องจะขุดคุ้ยความลับของเขาอย่างไม่ยอมปล่อย
"เด็กหนุ่มธรรมดาจากเขตสลัม ที่สอบเข้าด้วยคะแนนภาคทฤษฎีคาบเส้น แต่กลับสามารถแก้ปัญหาอักขระโบราณระดับสี่ดาวที่แม้แต่ราช士การ์ดเวทมนตร์ยังต้องกุมขมับ..." มาร์คัสก้าวเท้าเข้ามาใกล้ทีละก้าว เสียงรองเท้าหนังกระทบพื้นหินก้องกังวาน "แถมผลการประเมินมานาล่าสุด... เธอยังทำลายศิลาวัดระดับจนร้าวเป็นทางยาว เจ้าสำนักถึงกับต้องลงมาดูด้วยตัวเอง... เรย์ เธอคิดว่าฉันควรจะเชื่อเรื่อง 'โชคช่วย' ของเธอสักกี่เปอร์เซ็นต์กันดีล่ะ?"
บรรยากาศรอบตัวกดดันจนแทบหายใจไม่ออก กลิ่นอายเวทมนตร์ธาตุดินที่หนักหน่วงถูกปล่อยออกมาจากตัวของมาร์คัสเพื่อกดดันให้เด็กหนุ่มคุกเข่าลง แต่นั่นยิ่งทำให้เรย์ต้องเหยียดยืดหลังให้ตรงขึ้นไปอีก รอยยิ้มจางๆ ผุดขึ้นบนใบหน้าคมคาย เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้มีความหวาดกลัว เจือปนอยู่เลยแม้แต่น้อย
"ถ้าความฉลาดคือความผิด... งั้นสถาบันแห่งนี้คงต้องไล่นักเรียนออกไปครึ่งหนึ่งแล้วกระมังครับ อาจารย์" เรย์เงยหน้าขึ้นสบตาอีกฝ่ายตรงๆ "หรือว่า... สิ่งที่อาจารย์กังวลจริงๆ ไม่ใช่ตัวตนของผม แต่เป็นเรื่องที่ว่าความลับบางอย่างที่อาจารย์พยายามปกปิดไว้ กำลังจะถูกผมมองเห็นกันแน่?"
คำพูดนั้นทำให้ฝีเท้าของมาร์คัสชะงักกง ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่ระหว่างคนทั้งสองทันที แววตาของศาสตราจารย์วัยกลางคนฉายแวววาวโรจน์ขึ้นอย่างปิดไม่มิด ความตกใจผสมผสานกับความโกรธเกรี้ยวแล่นผ่านเสี้ยววินาทีนั้น แต่มาร์คัสก็ยังคงเป็นผู้เจนจัดในวงการ เขาสูดหายใจเข้าลึกเพื่อดึงสติกลับมา
ในจังหวะที่สถานการณ์กำลังตึงเครียดจนถึงขีดสุด เสียงฝีเท้าฝีเท้าหนึ่งก็ดังแทรกขึ้นมาจากความมืดบริเวณทางเดิน
"ดึกดื่นค่ำคืนเช่นนี้ ศาสตราจารย์มาร์คัสยังมีอารมณ์มาติวหนังสือส่วนตัวให้กับนักเรียนทุนปีหนึ่งด้วยหรือคะ ช่างเป็นอาจารย์ผู้ทุ่มเทเสียจริง"
น้ำเสียงเยعนชาที่คุ้นเคยดังขึ้น พร้อมกับการปรากฏตัวของร่างระหงในชุดคลุมสีเงินยวง เซเลสเทียก้าวเข้ามาในแสงคบเพลิง ดวงตาสีฟ้าครามคู่สวยกวาดมองทั้งสองคนด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก แต่มือเรียวบางที่ซ่อนอยู่ใต้ชายแขนเสื้อกลับกำลังรวบรวมพลังอักขระเวทไว้อย่างเงียบเชียบ พร้อมที่จะสนับสนุนคู่คิดของเธอได้ทุกเมื่อ
มาร์คัสเหลือบมองคุณหนูแห่งตระกูลดยุกด้วยความรู้สึกที่ยากจะคาดเดา เขารู้ดีว่าเซเลสเทียไม่ใช่เด็กสาวที่จะยอมตกเป็นเบี้ยของใครง่ายๆ และการที่มีเธอกระโดดเข้ามาแจมในสถานการณ์นี้ ทำให้แผนการที่จะเค้นความจริงจากเรย์ในคืนนี้ต้องพับเก็บไปโดยปริยาย
"แค่บังเอิญผ่านมาตรวจความเรียบร้อยเท่านั้นครับ คุณหนูเซเลสเทีย" มาร์คัสแค่นหัวเราะในลำคอเบาๆ ก่อนจะหันกลับมามองเรย์ด้วยสายตาที่ลึกล้ำและเต็มไปด้วยความหมาย "ดูเหมือนว่าเธอจะมีสหายที่ดีคอยปกป้องนะ เรย์... แต่จำไว้เถอะ ความลับไม่มีทางซ่อนอยู่ใต้พรมได้ตลอดไปหรอก วันที่ความจริงปรากฏ... หวังว่าเธอจะมีปัญญาแบกรับมันไหว"
พูดจบ มาร์คัสก็สะบัดชายผ้าคลุมแล้วเดินหายลับไปกับความมืดของทางเดินยาว ทิ้งให้เรย์และเซเลสเทียยืนอยู่ท่ามกลางกลิ่นอายเวทมนตร์ที่ยังคงหลงเหลืออยู่
เรย์ผ่อนลมหายใจออกยาวเหยียด ความตึงเครียดที่สะสมมาคลี่คลายลงเล็กน้อย เขากล่าวขอบคุณสหายสาวด้วยรอยยิ้มเหนื่อยอ่อน "ขอบใจมากนะเซเลสเทีย ถ้าเธอมาช้ากว่านี้อีกนิด ฉันคงต้องงัดไพ่ตายออกมาใช้จริงๆ"
เซเลสเทียปรายตามองเขาเล็กน้อย ก่อนจะถอนหายใจออกมาเบาๆ "นายเนี่ยนะ ชอบหาเรื่องใส่ตัวอยู่เรื่อย... แต่ว่า เมื่อกี้เขารู้ตัวจริงของนายแล้วงั้นเหรอ?"
"ยังไม่เชิงหรอกครับ... แต่เขาเริ่มสงสัยในโครงสร้างพลังของระบบที่ซ่อนอยู่ในตัวฉันแล้ว" เรย์ตอบเสียงเครียด ดวงตาสีรัตติกาลมองทอดออกไปนอกหน้าต่างบานสูงที่สะท้อนภาพท้องนากามืดมิด
ทว่า ในวินาทีที่เรย์คิดว่าเหตุการณ์ในคืนนี้จบลงแล้วนั้น จู่ๆ หน้าจอระบบสีฟ้าตรงหน้าก็ไม่ได้แจ้งเตือนด้วยสีแดงธรรมดา แต่มันกลับเปลี่ยนเป็นสีดำสนิท ไร้ซึ่งตัวอักษรใดๆ ยกเว้นเสียงเตือนเดี่ยวที่ดังสะท้อนก้องกังวานอยู่ในโสตประสาทของเขาโดยไม่มีปุ่มปิด
[ระบบตรวจพบการเข้าแทรกแซงภายนอก... รหัสผ่านนิรภัยถูกถอดถอน]
[คำเตือนขั้นวิกฤต: ผู้ดูแลระบบนิรภัยเงา 'เบอร์ 0' ได้เชื่อมต่อเข้าสู่ร่าง1ของท่านเรียบร้อยแล้ว]
[เป้าหมาย: กำจัดโฮสต์ปัจจุบันเพื่อรีเซ็ตโลกใบนี้ทันที—]
ขอขอบพระคุณท่านรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามการเดินทางอันเข้มข้นนี้ร่วมกันด้วยนะครับ
แค่นักเรียนทุนธรรมดา แต่ระบบดันส่งผมไปเป็นตัวร้ายในคลาสลับ•ตอนที่ 16
เงาที่คืบคลานเข้าใกล้
ผลงานโดย วาเลนเทียอัศวินมืด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (วาเลนเทียอัศวินมืด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แค่นักเรียนทุนธรรมดา แต่ระบบดันส่งผมไปเป็นตัวร้ายในคลาสลับ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!