แค่นักเรียนทุนธรรมดา แต่ระบบดันส่งผมไปเป็นตัวร้ายในคลาสลับ•ตอนที่ 15

กลยุทธ์เหนือชั้น

ผลงานโดย วาเลนเทียอัศวินมืด
"ความต่างของชั้นยศ... มันไม่ใช่สิ่งที่สติปัญญาเพียงน้อยนิดจะถมเต็มได้หรอกนะ เรย์" เสียงหัวเราะเยาะเย้ยของ คาล์ล หัวหน้ากลุ่มอัศวินเวทมนตร์ปีสามดังก้องไปทั่วลานประลองปิดตาย แรงกดดันระดับชนชั้น ‘ผู้เชี่ยวชาญขั้นต้น’ แผ่พุ่งออกมาจากร่างสูงใหญ่ราวกับภูเขาไฟที่พร้อมจะระเบิดได้ทุกเมื่อ อากาศรอบตัวบิดเบี้ยวจากไเวทมนตร์ธาตุไฟที่อัดแน่นจนเกิดเสียงประทุเปรี๊ยะ เรย์ยืนนิ่งอยู่เบื้องหน้า ระยะห่างระหว่างพวกเขามีน้อยกว่าห้าก้าว ร่างกายของเด็กหนุ่มนักเรียนทุนสะท้อนความเหนื่อยล้าผ่านหยาดเหงื่อที่ไหลรินตามกรอบหน้า แต่ดวงตาสสีนิลกลับฉายแววคมกริบราวกับใบมีดที่ซ่อนอยู่ในฝัก ท่าทีของเขาสุขุมเยือกเย็นจนน่าประหลาดใจ ท่ามกลางสายตาของเหล่านักเรียนคลาสลับที่ลุ้นระทึกอยู่แนวหลัง เซเลสเทียขยับตัวเล็กน้อย นิ้วเรียวยาวกำชายเสื้อของตัวเองแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาว ดวงตาสีฟ้าครามจ้องมองสถานการณ์เบื้องหน้าด้วยความกังวล แม้เธอจะเชื่อมั่นในมันสมองของเรย์ แต่ช่องว่างของพลังเวทที่ห่างกันถึงสองระดับชั้น มันคืออุปสรรคที่ยากจะก้าวข้ามด้วยวิธีธรรมดา [ ตรวจพบสถานการณ์วิกฤต: ผู้ใช้กำลังเผชิญหน้ากับคู่ต่อสู้ที่มีพลังมากกว่า 3.4 เท่า ] [ คำแนะนำจากระบบ: ความแข็งแกร่งไม่ใช่คำตอบเดียวในการเอาชนะ จงใช้ประโยชน์จากข้อบกพร่องทางจิตวิทยาและสภาพแวดล้อม ] เสียงแจ้งเตือนราบเรียบของระบบดังขึ้นในหัว เรย์ไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนก เขากลับหลับตาลงช้าๆ เพื่อซึมซับข้อมูลทั้งหมดที่ระบบประมวลผลให้ คาล์ลเป็นพวกทะนงตัว มั่นใจในพลังโจมตีรุนแรง และมักจะประมาทคู่ต่อสู้ที่ดูอ่อนแอกว่า นั่นคือจุดอ่อนที่ใหญ่ที่สุด "ไม่คิดจะชักไม้กายสิทธิ์ออกมาหน่อยหรือไง หรือว่ารู้ว่าสู้ไม่ได้จนยอมแพ้ไปแล้ว" คาล์ลเอ่ยเยาะ พร้อมกับก้าวเท้าเข้าหาอย่างช้าๆ แรงกดดันถาโถมเข้ามาดั่งคลื่นยักษ์ เรย์ลืมตาขึ้น มุมปากยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่ทำให้คาล์ลรู้สึกหงุดหงิดใจอย่างไรบอกไม่ถูก "การชักอาวุธเร็วเกินไป... มันแสดงถึงความกลัวที่ซ่อนอยู่ต่างหากล่ะครับ รุ่นพี่คาล์ล" เรย์กล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่าชัดถ้อยชัดคำ "และผมก็คิดว่า... คนที่พกพาความมั่นใจจนล้นเกินอย่างรุ่นพี่ คงไม่จำเป็นต้องให้ผมรีบเตรียมตัวหรอกมั้งครับ" "ปากดีนักนะ!" คาล์ลคำรามลั่น ขาแกร่งกระแทกพื้นศิลาจนแตกละเอียด ร่างของเขายพุ่งทะยานเข้ามาประชิดตัวในพริบตา หมัดเคลือบเปลวเพลิงสีชาดพุ่งตรงมาที่หน้าอกของเรย์ด้วยความเร็วสูง เสียงแหวกอากาศหวีดหิวบาดแก้วหู ทุกคนในที่นั้นต่างกั้นหายใจ เซเลสเทียเผลออุทานออกมาเบาๆ ทว่า เรย์ไม่ได้ถอยหลังหนี เขากลับก้าวเท้าไปข้างหน้า—เข้าหาคมหมัดที่อันตรายนั้นอย่างไร้ความกลัว *เสี้ยววินาทีนั้นเอง* ดวงตาของเรย์เปล่งประกายแสงสีฟ้าจางๆ อักขระเวทมนตร์ที่ถูกร่างไว้ล่วงหน้าใต้พื้นสนามประลองสว่างวาบขึ้น มันไม่ใช่เวทโจมตี แต่มันคือ ‘อักขระสะท้อนแรงเฉื่อย’ ที่เรย์ใช้เวลาตลอดการสนทนาค่อยๆ วาดมันขึ้นมาด้วยปลายนิ้วเท้าอย่างไร้สุ้มเสียง ตูม! หมัดของคาล์ลชกทะลุภาพติดตาของเรย์ไป แรงปะทะมหาศาลทำให้เกิดคลื่นกระแทกกระจายออกรอบด้าน แต่เป้าหมายกลับหายวับไปจากตรงนั้น "อะไรกัน!?" คาล์ลเบิกตากว้างด้วยความตกใจ สัญชาตญาณนักรบเตือนภัยให้เขาเบี่ยงตัวหลบไปทางด้านข้างทันที ทว่ามันช้าไปเสี้ยววินาที เรย์ที่ปรากฏตัวขึ้นด้านหลังราวกับภูตผี ไม่ได้ใช้อาวุธเวทมนตร์ แต่มือข้างหนึ่งของเขากดลงที่จุดรวมมานาบริเวณต้นคอของคาล์ล พร้อมกับปล่อยกระแสไฟฟ้าแรงดันต่ำที่ดึงมาจากผลึกเวทสำรองในกระเป๋าเสื้อเข้าไปโดยตรง จี๊ดดด! กระแสไฟฟ้าช็อตเข้าที่เส้นประสาทหลักอย่างแม่นยำ ร่างกายของคาล์ลกระตุกเกร็งชั่วขณะ ขາที่ทรงพลังทรุดฮวบลงไปข้างหนึ่งด้วยอาการชาไร้เรี่ยวแรงชั่วขณะ "อึก... แก!" คาล์ลพยายามสะบัดตัวหลุดและเหวี่ยงศอกกลับหลังด้วยความโกรธเกรี้ยว แต่เรย์อ่านทางการเคลื่อนไหวทั้งหมดไว้ล่วงหน้าแล้วผ่านการประมวลผลของระบบ เด็กหนุ่มย่อตัวลงต่ำหลบวิถีศอกอย่างเฉียดฉิว ก่อนจะใช้มืออีกข้างดีดดึงแผ่นป้ายมานาฉุกเฉินที่ติดอยู่ตรงเข็มขัดเครื่องแบบของคาล์ลออกไปอย่างไร้ร่องรอย แปะ— เสียงวัตถุดึงหลุดเบาหวิว แต่ความหมายของมันรุนแรงยิ่งกว่าการถูกโจมตีด้วยเวทมนตร์บทใหญ่ คาล์ลชะงักกึก ร่างกายที่เคยเต็มไปด้วยความฮึกเหิมแข็งค้างทันทีเมื่อก้มลงมองที่สะโพกของตนเอง ป้ายมานาประจำตัวที่บ่งบอกถึงสิทธิ์ในการแข่งขันและแต้มสะสมได้หายไปอยู่ในมือของเรย์เรียบร้อยแล้ว ความเงียบสงบปกคลุมลานประลองชั่วขณะ ทุกคนอ้าปากค้างด้วยความตะลึงงัน ไม่เว้นแม้กระทั่งเซเลสเทียที่ดวงตาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความทึ่ง ใช้เวลาไม่ถึงสามนาที... นักเรียนทุนระดับล่างสุด กลับพลิกสถานการณ์เอาชนะรุ่นพี่ปีสามผู้เชี่ยวชาญด้านการต่อสู้ได้อย่างหมดรูป ด้วยการใช้มันสมองและกลยุทธ์ล้วนๆ เรย์ยืนขึ้นเต็มความสูง ปัดฝุ่นตามเสื้อผ้าเบาๆ ด้วยท่าทางสบายๆ เขามองป้ายมานาในมือพลิกไปมา ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับคาล์ลที่ใบหน้าบิดเบี้ยวไปด้วยความแค้นเคืองและความอับอาย "ชัยชนะไม่ได้วัดกันที่ปริมาณมานาในร่างกายหรอกนะครับ รุ่นพี่คาล์ล..." เรย์ยิ้มบางๆ เอ่ยด้วยน้ำเสียงสุภาพตามเคย "แต่มมันวัดกันที่ว่า... ใครมองเห็นหมากตาถัดไปได้ไกลกว่ากันต่างหากล่ะครับ" คาล์ลกัดฟันกรอด กำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน แต่กฎของการประลองและการสูญเสียป้ายมานาทำให้เขาไม่สามารถทำอะไรได้มากกว่าการยอมรับความพ่ายแพ้ ในขณะที่ทุกคนกำลังทึ่งกับผลลัพธ์อันน่าเหลือเชื่อนั้นเอง บรรยากาศรอบตัวก็เริ่มเปลี่ยนไป อุณหภูมิในลานประลองลดฮวบลงอย่างกะทันหันจนเกิดเกล็ดน้ำแข็งเกาะตามเสาศิลา ก๊อง... ก๊อง... เสียงระฆังโบราณที่ไม่มีใครรู้ว่าดังมาจากที่ใด ก้องกังวานขึ้นในโสตประสาทของทุกคน ท้องฟ้าเหนือคลาสลับที่เคยปลอดโปร่ง กลับถูกย้อมด้วยความมืดมิดสนิทในพริบตา ราวกับโลกทั้งใบถูกดึงเข้าสู่ห้วงมิติอื่น [ เตือนภัยระดับสูงสุด: ตรวจพบความผิดปกติของมานาในพื้นที่ ] [ ระบบกำลังรีเซ็ต... ตรวจพบการตื่น ▕ █ ▇ ▆ ▅ ▄ ▃ ] [ คำเตือน: สิ่งแปลกปลอมระดับตำนานที่ถูกผนึกไว้ใต้คลาสลับ... กำลังลืมตาตื่นขึ้น ] ดวงตาของเรย์หรี่แคบลงทันทีเมื่อเสียงแจ้งเตือนของระบบเปลี่ยนเป็นสีแดงฉาน ความรู้สึกเย็นวาบแล่นริ้วขึ้นมาจากสันหลัง เมื่อเงาสะท้อนบนพื้นศิลาไม่ได้เป็นเงาของเขาอีกต่อไป—แต่มันคือเงาของร่างยักษ์ที่มีดวงตาสีแดงฉานนับร้อยคู่กำลังจ้องมองทะลุขึ้นมาจากความมืดมิดเบื้องล่าง! ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเติบโตไปพร้อมกับตัวละครของเราในทุกๆ ย่างก้าวเสมอนะครับ
สารจากนักเขียน (วาเลนเทียอัศวินมืด)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แค่นักเรียนทุนธรรมดา แต่ระบบดันส่งผมไปเป็นตัวร้ายในคลาสลับ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%