กลิ่นไอน้ำมันระเหยของสมุนไพร "ดราก้อนบลัด" ผสมกับรสชาติฝาดเฝื่อนของรากโมนาร์ช ลอยตลบอบอวลอยู่เบื้องหน้า จนทำให้แ로ส (Aerith) อาจารย์ประจำภาควิชาปรุงยาถึงกับต้องขมวดคิ้วแน่นจนรอยย่นบนหน้าผากแทบจะรวมกันเป็นปม
เสียงกระแทกของขวดแก้วคริสตัลลงบนโต๊ะไม้โอ๊กเนื้อหนาดังขึ้นเบาๆ แต่กลับเรียกสมาธิของนักเรียนทั้งห้องให้หันขวับมามองเป็นตาเดียว
"ผิด... ผิดหมดทุกกระบวนความ นักเรียนเรย์" อาจารย์แ로สปรายตามองของเหลวสีม่วงคล้ำในบีกเกอร์ตรงหน้าผมด้วยแววตาสมเพชระคนระอา "เธอต้มรากโมนาร์ชในอุณหภูมิที่สูงเกินไปถึงสิบองศา แถมยังใส่เกล็ดหิมะภูเขาไฟลงไปก่อนที่สารละลายจะเปลี่ยนเป็นสีฟ้าคราม ยาฟื้นฟูมานาหม้อนี้ของเธอ... กลายเป็นพิษกู่กูรที่แม้แต่สุนัขเวทมนตร์ยังไม่ชายตาแลด้วยซ้ำ"
เสียงหัวเราะคิกคักเบาๆ ดังมาจากมุมห้อง ขุนนางชั้นสูงหลายคนส่งสายตากลั่นแกล้งและสมน้ำหน้ามาให้ ผมทำเพียงแค่นفقยิ้มบางๆ ที่มุมปากอย่างใจเย็น ไม่ได้มีความตื่นตระหนกหรือหวาดกลัวปรากฏบนใบหน้าแม้แต่น้อย
ในขณะที่เซเลสเทีย ซึ่งนั่งอยู่โต๊ะถัดไป กำลังจะเอื้อมมือมาแตะแขนเสื้อผมเพื่อส่งกระแสจิตเตือนสลับกับตำราปรุงยาในมือ ผมกลับยกมือขึ้นห้ามด้วยรอยยิ้มราบเรียบ สายตาคมกริบกวาดมองไปที่ของเหลวสีม่วงคล้ำที่อาจารย์เพิ่งตำหนิ
นี่ไม่ใช่ความผิดพลาด... แต่มันคือขั้นตอนแรกของ "สูตรลับฉบับรีเซิร์ฟ" ต่างหาก
ระบบแจ้งเตือนสีฟ้าใสพลันปรากฏขึ้นตรงหน้าผมในเสี้ยววินาทีนั้น
[ติ๊ง! ตรวจพบความเข้าใจผิดพลาดระดับสามัญของ NPC อาจารย์แ로ส]
[เงื่อนไขลับปลดล็อก: สูตรปรุงยาฟื้นฟูมานาเกรดตำนาน "น้ำค้างดาราพิสุทธิ์" (Celestial Star-Dew Potion)]
[คำอธิบายระบบ: ตำราเรียนมาตรฐานของสถาบันใช้สูตรโบราณยุคสงครามเวทครั้งที่สอง ซึ่งมีช่องโหว่ (Bug) ทำให้สูญเสียประสิทธิภาพไปถึง 43% หากเร่งปฏิกิริยาด้วยเกล็ดหิมะภูเขาไฟในอุณหภูมิสูง จะเป็นการกระตุ้นสารประกอบตัวที่สามให้จับตัวกับดราก้อนบลัดเร็วกว่ากำหนด ส่งผลให้เกิดปฏิกิริยาลูกโซ่ที่ดึงเอามานาบริสุทธิ์จากอากาศรอบตัวเข้ามาทดแทน]
ผมทอดถอนหายใจเบาๆ ในใจ โลกใบนี้นี่ช่างตลกสิ้นดี ผู้คนต่างยึดติดกับตำราเก่าคร่ำครึโดยไม่เคยตั้งคำถามเลยว่า ทำไมสูตรยาพวกนี้ถึงมักจะระเบิดคาหม้ออยู่บ่อยครั้ง
"อาจารย์ครับ..." ผมเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงสุุ่มนุ่มและหนักแน่นพอที่จะทำให้เสียงซุบซิบในห้องเงียบลง "ถ้าท่านอนุญาต... ลองให้อาหารทดลองหยดลงไปสักหยดสิครับ"
อาจารย์แ로สแค่นAิ้ม "เธอยังกล้าท้าทายฉันอีกหรือ เรย์? หม้อนี้มันเน่าเสียจนไร้ค่าแล้ว สภาพแบบนี้—"
"ลองดูเถอะครับ บางที... สิ่งที่อาจารย์คิดว่าเป็นพิษ อาจเป็นทางออกที่สถาบันตามหามาตลอดสามร้อยปี"
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องเรียนปรุงยาชั่วขณะ อาจารย์แ로สจ้องมองผมราวกับกำลังพิจารณาว่าผมสติหลุดไปแล้วหรือยังไง แต่ด้วยความดื้อรั้นและศักดิ์ศรีของนักวิชาการเวทมนตร์ นางจึงหยิบหลอดแก้วหยดสารละลายขึ้นมา จุ่มลงในบีกเกอร์สีม่วงคล้ำของผมอย่างไม่เต็มใจนัก ก่อนจะหยดของเหลวลงบนแผ่นทดสอบเวทมนตร์สีขาวบริสุทธิ์
*ฟู่—!*
ทันทีที่หยดสารสัมผัสกับแผ่นทดสอบ แสงสีทองอร่ามก็พวยพุ่งขึ้นจนสว่างวาบไปทั่วทั้งห้องเรียน! ลวดลายอักขระโบราณนับร้อยปรากฏขึ้นบนอากาศรอบแผ่นทดสอบ กลิ่นหอมหวานคล้ายดอกไม้ป่าหลังฝนตกกระจายตัวออกไปขับไล่กลิ่นฉุนของสมุนไพรจนหมดสิ้น
ตัวเลขค่าความบริสุทธิ์ที่ปรากฏบนหน้าปัดเวทมนตร์พุ่งทะยานผ่านขีดจำกัดสูงสุดของเครื่องมือวัดระดับอาจารย์ไปในพริบตา... จากเกรด C พุ่งสู่เกรด A... และหยุดนิ่งอยู่ที่คำว่า **"SSS (สมบูรณ์แบบไร้ที่ติ)"**
อ้าปากค้าง... นั่นคือสภาพของอาจารย์แ로สในตอนนี้ ดวงตาของนางเบิกกว้างจนแทบถลุดออกจากเบ้า มือที่ถือหลอดแก้วสั่นระริกราวกับโดนกระแสไฟฟ้าช็อต
"นี่... นี่มัน..." อาจารย์แ로สพึมพำกับตัวเอง ใบหน้าซีดเผือดสลับกับแดงก่ำ "โครงสร้างโมเลกุลแบบนี้... การจัดเรียงตัวของธาตุไฟและน้ำแข็งที่สมดุลกันอย่างสมบูรณ์แบบ... เธอ... เธอทำได้อย่างไรกัน เรย์?!"
เซเลสเทียที่นั่งมองเหตุการณ์ทั้งหมดอยู่ข้างๆ ค่อยๆ ปิดตำราในมือลง ดวงตาสสีนิลคู่นั้นมองมาที่ผมด้วยประกายระยิบระยับที่ซ่อนความทึ่งเอาไว้ไม่มิด มุมปากเรียวสวยยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยอย่างรู้ทัน
ผมเพียงแค่โค้งศีรษะให้อาจารย์ด้วยความนอบน้อมตามวิสัยของสุภาพบุรุษ "เป็นเพราะโชคช่วยและคำสอนพื้นฐานของอาจารย์ต่างหากครับ ที่ทำให้ผมต่อยอดความคิดแปลกๆ นี้ได้"
คำแก้ตัวที่ถ่อมตัวจนน่าหมั่นไส้ทำให้นักเรียนคนอื่นถึงกับกลืนน้ำลายไม่ลงคอ แต่ก่อนที่อาจารย์แ로สจะทันได้เอמהถามอะไรเพิ่มเติม เสียงสัญญาณเตือนภัยเวทมนตร์ระดับสูงก็ดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วทั้งอาคารเรียน
*วี้——! วี้——!*
ประตูไม้บานยักษ์ของห้องเรียนปรุงยาถูกกระแทกเปิดออกอย่างแรงด้วยแรงลมมหาศาล ร่างเงาของชายชราในชุดคลุมสีดำสนิท ปักลวดลายดวงตาแห่งกาลเวลา—ผู้อำนวยการสถาบันผู้เร้นกายมานานนับปี ก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่ที่ธรณีประตู ลมหายใจหอบกระชั้น และสายตาคมกริบคู่นั้นจับจ้องตรงมาที่ผมเพียงผู้เดียว
"เรย์... เจ้าเด็กตระกูลไร้ชื่อ..." ผู้อำนวยการเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ เจือความตื่นตระหนกที่พยายามเก็บกดเอาไว้ "บอกฉันที... สัญญาณเตือนภัยจากห้องใต้ดินชั้นสิบสามที่หลับใหลมานับพันปี... ทำไมจู่ๆ ถึงตื่นขึ้นมาพร้อมกับชื่อของเธอที่ปรากฏบนศิลาผนึกโบราณล่ะ?"
ผมชะงักไปเล็กน้อย รอยยิ้มบนใบหน้าเลือนหายไป ร่างกายสัมผัสได้ถึงความเย็นยะเยือกที่แผ่ซ่านมาจากเบื้องล่างของพื้นห้องเรียน
[แจ้งเตือนด่วนระดับวิกฤต: ท่านได้กระตุ้น "รากเหง้าแห่งพันธสัญญาโบราณ" โดยไม่เจตนา]
[เงื่อนไขการหลบหนีถูกปิดกั้น: บอสลับแห่งยุคบรรพกาล "ผู้กลืนกินดารา" กำลังลืมตาตื่นขึ้นจากหลุมศพใต้สถาบัน และเป้าหมายแรกของมันคือตัวท่าน...]
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนนิยายเรื่องนี้กันมาโดยตลอดนะครับ - วาเลนเทียอัศวินมืด
แค่นักเรียนทุนธรรมดา แต่ระบบดันส่งผมไปเป็นตัวร้ายในคลาสลับ•ตอนที่ 11
วิชาปรุงยาที่ผมดันรู้บั๊กก่อนใคร
ผลงานโดย วาเลนเทียอัศวินมืด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (วาเลนเทียอัศวินมืด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แค่นักเรียนทุนธรรมดา แต่ระบบดันส่งผมไปเป็นตัวร้ายในคลาสลับ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!