แรงอัดอากาศมหาศาลตีแสกหน้าจนเส้นผมสีดำสนิทของเรย์ปลิวไสว ความร้อนระอุของละอองเวทมนตร์สีม่วงเข้มแผ่ซ่านจนผิวหนังรู้สึกแสบยิบราวกับถูกกรีดด้วยเข็มเล่มเล็กนับพัน แรงระเบิดเมื่อครู่เพิ่งจะสลายตัวไป แต่ไอทมิฬที่พวยพุ่งออกมาจากร่างของเพื่อนร่วมห้องผู้เคราะห์ร้ายกลับหนาแน่นขึ้นจนแทบจะกลายเป็นของเหลว
"ระบบกำลังคำนวณความเสี่ยง... คำเตือน! สภาวะวิกฤตทางเวทมนตร์ระดับ 4 ตรวจพบการสูญเสียการควบคุมจิตใจ เป้าหมายกำลังถูกกลืนกินโดยอักขระต้องห้าม"
เสียงแจ้งเตือนสังเคราะห์ดังระรัวในโสตประสาทของเรย์ราวกับเสียงตีกลองศึก ร่างของเด็กหนุ่มเจ้าของทุนการศึกษาขยับถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยสัญชาตญาณ นัยน์ตาสีเข้มหรี่ลงอย่างใช้ความคิด สมองประมวลผลอย่างรวดเร็วดั่งเครื่องจักรกลเวทมนตร์ เขาไม่มีเวลามานั่งประหลาดใจว่าเหตุใดเพื่อนร่วมห้องคนนี้ถึงกลายเป็นสื่อกลางของเวทมนตร์คลุ้มคลั่งได้ ในเมื่อตอนนี้รัศมีวงเวทสีดำทมิฬกำลังแผ่ขยายวงกว้างออกไปเรื่อย ๆ และหากปล่อยไว้อีกเพียงสามวินาที นักเรียนครึ่งหนึ่งในตึกนี้คงได้กลายเป็นผุยผง
"เรย์ ระวัง!"
เสียงตะโกนอันคุ้นเคยดังแทรกเสียงคำรามของพลังงานเวท เซเลสเทียพุ่งตัวเข้ามาประชิดด้านข้างอย่างไม่คิดชีวิต อภิมหาอักขระสีครามถูกวาดขึ้นกลางอากาศด้วยปลายนิ้วเรียวงามอย่างรวดเร็วดั่งสายฟ้าแลบ แผ่นโลหะเวทมนตร์โปร่งแสงปรากฏขึ้นเบื้องหน้าเพื่อรับแรงกระแทกจากคลื่นพลังมืดที่ซัดเข้ามาอย่างบ้าคลั่ง
*เคร้ง!*
แรงปะทะทำให้ร่างระหงของหญิงสาวเซถอยหลังไปสองก้าว ใบหน้าหวานที่มักจะเรียบเฉยและเย็นชาบัดนี้กลับปรากฏเม็ดเหงื่อผุดขึ้นตามไรผม ดวงตาสีฟ้าครามคู่สวยฉายแววเคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชัด เธอหันมามองเรย์ด้วยหางตา ขณะที่ริมฝีปากเม้มเข้าหากันแน่น
"พลังงานมันหนาแน่นเกินไป เรย์ อักขระตึงเครียดของฉันตรึงเขาไว้ได้ไม่เกินสิบวินาทีแน่ ๆ คุณมีแผนอะไรไหมครับ... เอ๊ย... มีแผนอะไรหรือเปล่า?" เซเลสเทียเกือบจะเผลอหลุดคำพูดตามปกติออกมา แต่ด้วยสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวานทำให้เธอต้องรีบเปลี่ยนสรรพนามเพื่อรักษาความน่าเชื่อถือในฐานะคู่คิด
เรย์เหลือบมองเสี้ยวหน้าของหญิงสาว เขาสัมผัสได้ถึงความสั่นเทาเล็กน้อยที่ปลายนิ้วของเธอ แม้เจ้าตัวจะพยายามควบคุมมันอย่างสุดความสามารถก็ตาม ความไว้ใจที่เธอแสดงออกมาอย่างไม่ลังเลทำให้หัวใจของเด็กหนุ่มกระตุกวูบอย่างประหลาด
ในโลกที่ทุกคนมองเขาเป็นเพียงแค่นักเรียนทุนธรรมดาที่ไร้เส้นสาย มีเพียงเด็กสาวผู้สูงศักดิ์คนนี้ที่ยอมยืนเคบ่าเคียงไหล่ในยามที่ความเป็นความตายอยู่ห่างกันแค่เอื้อม
"สิบวินาทีก็นานเกินพอแล้วครับ เซเลสเทีย"
เรย์เอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่หนักแน่น แววตาของเขาเปลี่ยนเป็นประกายคมกริบ ร่างกายที่ดูผอมบางภายใต้ชุดเครื่องแบบนักเรียนขยับพุ่งทะยานไปข้างหน้าสวนทางกับกระแสลมมืดมน บาดแผลจากการต่อสู้ก่อนหน้านี้ส่งผลให้กล้ามเนื้อร้าวราน แต่เรย์เลือกที่จะปิดกั้นความเจ็บปวดนั้นด้วยการดึงสมาธิทั้งหมดไปที่หน้าต่างระบบที่ปรากฏขึ้นตรงหน้า
"ระบบเปิดใช้งาน: โหมดวิเคราะห์จุดอ่อนอักขระพันธนาการ"
ภาพตรงหน้าของเรย์แปรเปลี่ยนเป็นเส้นแสงสีฟ้าโยงใยซับซ้อน ร่างของเพื่อนร่วมห้องที่กำลังกรีดร้องด้วยความทรมานถูกปกคลุมไปด้วยกลุ่มก้อนอักขระโบราณสีดำสนิท ซึ่งกำลังกัดกินจิตวิญญาณและสูบฉีดมานารั่วไหลออกมาอย่างไร้ขีดจำกัด นั่นไม่ใช่เวทมนตร์ทั่วไป แต่มันคือ "คำสาปตกทอด" ที่ถูกกระตุ้นให้ตื่นขึ้นด้วยความเครียดสะสมในคลาสเรียนลับ!
"อดทนไว้นะครับเพื่อน นายยังตายตอนนี้ไม่ได้ ค่าเทอมฉันยังผ่อนไม่หมดเลย"
เรย์พึมพำเบา ๆ ก่อนจะสะบัดมือขวาออกไปสุดแรง เกิดประกายแสงสีเงินยวดยวงสطวาดผ่านอากาศเป็นเส้นตรง อุปกรณ์เวทมนตร์ชิ้นเล็ก ๆ ที่เขาแอบประดิษฐ์ขึ้นจากเศษวัสดุในห้องทดลองถูกซัดเข้าไปฝังที่จุดชีพจรเวทหลักของเพื่อนร่วมห้องทั้งสี่จุดอย่างแม่นยำราับจับวาง
*ฉึก! ฉึก! ฉึก! ฉึก!*
เสียงโลหะกระทบผิวเนื้อดังขึ้นพร้อมกับที่กลุ่มควันสีดำพวยพุ่งออกมาจากจุดที่เข็มปักลงไป ร่างที่กำลังคลุ้มคลั่งชะงักกึก ดวงตาสีแดงฉานเบิกโพรงด้วยความตกตะลึง ก่อนที่อักขระสีดำจะเริ่มสั่นกระเพื่อมและแตกสลายกลายเป็นละอองแสงสีเทาจาง ๆ
"อ้ะ... แฮ่ก... แฮ่ก..."
เสียงหอบหายใจอย่างรุนแรงดังขึ้น ร่างของเพื่อนร่วมห้องทรุดฮวบลงกับพื้นห้องเรียนที่พังเสียหายอย่างยับเยิน เรย์พุ่งเข้าไปรับร่างนั้นไว้ทันก่อนที่จะกระแทกพื้น กลิ่นอายความมืดสลายหายไปจนหมดสิ้น เหลือไว้เพียงความเงียบงันที่ปกคลุมไปทั่วบริเวณ
เซเลสเทียผ่อนลมหายใจออกมาเฮือกใหญ่ เธอก้าวเข้ามาใกล้แล้วใช้ปลายเท้าเขี่ยเศษซากอักขระที่สลายตัวไปบนพื้น ดวงตาคู่สวยมองเรย์ด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน ทั้งทึ่ง ห่วงใย และแปลกใจในเวลาเดียวกัน
"คุณทำได้ยังไงครับ เรย์? นั่นมันอักขระโบราณระดับสูงที่แม้แต่ศาสตราจารย์ยังต้องใช้เวลาถอดรหัสเป็นวัน ๆ แต่คุณกลับใช้เวลาแค่พริบตาเดียวในการหาจุดอ่อนของมัน..." เซเลสเทียเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่เจือความประหลาดใจอย่างปิดไม่มิด
เรย์ยิ้มบาง ๆ พลาวางร่างของเพื่อนร่วมห้องให้นอนราบกับพื้นอย่างระมัดระวัง เขาลุกขึ้นยืนแล้วปัดฝุ่นตามเสื้อผ้าเบา ๆ ก่อนจะหันมาสบตากับหญิงสาว
"ความลับครับ... ไว้ผมจะเล่าให้ฟังทีหลังนะ" เรย์ตอบด้วยน้ำเสียงทีเล่นทีจริงตามสไตล์ของเขา เพื่อลดบรรยากาศตึงเครียดรอบตัวลง
ทว่า ในวินาทีที่ความโล่งอกกำลังจะเข้าปกคลุม บรรยากาศภายในห้องเรียนลับกลับลดฮวบลงจนอุณหภูมิติดลบอย่างกะทันหัน เสียงลมหายใจของเซเลสเทียกลายเป็นไอสีขาว รอยแตกบนพื้นห้องที่ควรจะสงบลงแล้ว กลับเริ่มเปล่งแสงสีแดงฉานขึ้นมาใหม่อีกครั้งอย่างน่าสะพรึงกลัว
"ระบบแจ้งเตือนฉุกเฉินระดับ SSS ตรวจพบการแทรกแซงจากบุคคลภายนอก... แหล่งกำเนิดพลังงานที่ไม่รู้จักกำลังเคลื่อนตัวเข้าใกล้ในรัศมี 50 เมตร... และเป้าหมายกำลัง... มุ่งตรงมาที่เรา"
เสียงแจ้งเตือนของระบบในหัวของเรย์ดังขึ้นถี่รัวจนแทบระเบิด และก่อนที่เขาจะได้ทันขยับตัวส่งสัญญาณเตือนเซเลสเทีย ประตูเหล็กบานหนาของห้องเรียนลับก็ถูกระเบิดออกเป็นจุลด้วยแรงกระแทกมหาศาล!
ร่างในชุดคลุมสีดำสนิทปรากฏขึ้นท่ามกลางกลุ่มควันและเศษซากเหล็ก พร้อมกับน้ำเสียงเยียบเย็นที่กรีดแทงเข้าไปถึงขั้วหัวใจ
"เก่งมาก... เจ้าหนูนักเรียนทุน ที่สามารถกำจัดหมากตัวแรกของฉันได้... แต่ น่าเสียดายนะ ที่พวกเธอต้องมาตายอยู่ที่นี่..."
--------------------------------------------------
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเติบโตไปพร้อมกับเรย์และเซเลสเทียในทุกย่างก้าวเสมอนะครับ
แค่นักเรียนทุนธรรมดา แต่ระบบดันส่งผมไปเป็นตัวร้ายในคลาสลับ•ตอนที่ 13
มิตรภาพที่แลกมาด้วยการปะทะ
ผลงานโดย วาเลนเทียอัศวินมืด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (วาเลนเทียอัศวินมืด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แค่นักเรียนทุนธรรมดา แต่ระบบดันส่งผมไปเป็นตัวร้ายในคลาสลับ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!