กลิ่นอายของสนิมเหล็กและกลิ่นอับชื้นจากผนังหินแกรนิตโบราณคละคลุ้งอยู่ในโถงทดสอบใต้ดิน ลมหายใจของนักเรียนทุนและเหล่าทายาทตระกูลขุนนางนับร้อยชีวิตประสานกันเป็นเสียงอื้ออึงที่หนักอึ้งจนแทบหายใจไม่ออก สายตาทุกคู่ต่างจ้องมองไปยังแผ่นศิลาสีดำสนิทเบื้องหน้า ที่ซึ่งถูกขนานนามว่าเป็น ‘กำแพงไร้พ่าย’ ของสถาบันเวทมนตร์อารันเดล
“หึ แค่นักเรียนทุนจากเขตชายแดน คิดเหรอว่าจะสะกิดรอยขีดข่วนบนศิลาเวทโบราณนั่นได้” เสียงกระซิบเย้ยหยันดังมาจากมุมหนึ่งของโถงกว้าง เรย์ไม่ได้หันไปมองเจ้าของเสียงนั้น นัยน์ตาสสีนิลยังคงสงบนิ่งดั่งผิวน้ำในยามวิกาล มือเรียวยาวจัดปกเสื้อคลุมสีเทาเรียบๆ ของตนเองอย่างใจเย็น ราวกับบรรยากาศกดดันรอบตัวเป็นเพียงสายลมที่พัดผ่าน
[ ติ๊ง! ตรวจพบสภาวะกดดันภายนอกระบบ ระดับพลังจิตของเป้าหมายอยู่ในเกณฑ์เสถียร ]
[ ระบบวิเคราะห์เชิงลึก (Deep Analytical System) ทำงาน ]
[ ตรวจพบจุดอ่อนโครงสร้างของ ‘ศิลาศารทูล’ ขั้นที่ 4: จุดศูนย์กลางการไหลเวียนมานาเกิดความไม่เสถียรบริเวณรอยต่อรูปอัสนีเบื้องขวา ]
เสียงแจ้งเตือนที่ราบเรียบแต่ทรงพลังดังขึ้นในห้วงความคิดของเรย์ ดวงตาของเขากะพริบเบาๆ ครั้งหนึ่ง ภาพตรงหน้าก็พลันแปรเปลี่ยนไป โครงข่ายเส้นแสงสีฟ้าซับซ้อนนับพันเส้นปรากฏขึ้นทับซ้อนกับศิลาเวทมหึมา เผยให้เห็นจุดบอดที่แม้แต่อาจารย์ผู้คุมสอบระดับปรมาจารย์ก็ยังมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า
“ผู้เข้าสอบลำดับที่ 89, เรย์ โฮشิโนะ... เชิญครับ” น้ำเสียงแหบพร่าของศาสตราจารย์บาร์โธโลมิวประกาศก้องผ่านความเงียบที่ถูกสร้างขึ้นอย่างจงใจ สายตาของอาจารย์อาวุโสเต็มไปด้วยความคาดหวังแกแกมสมเพชเล็กน้อย ที่อยากจะเห็นเด็กหนุ่มไร้เส้นสายคนนี้ตกรอบแรกให้เป็นเยี่ยงอย่าง
เรย์ก้าวเท้าออกไปอย่างมั่นคง ฝีเท้านุ่มนวลและเงียบงันจนน่าประหลาด บรรยากาศรอบตัวเขาไม่ได้แสดงถึงความหวาดกลัวหรือความฮึกเหิม ทว่ามันคือความนิ่งสงบของผู้ที่ถือครองกุมความลับของจักรวาลไว้ในกำมือ
“เดี๋ยวก่อนสิ เรย์...” เสียงหวานใสแต่เยียบเย็นดังแว่วมาจากที่นั่งแถวหน้า เซเลสเทียปรายตามองเขาด้วยแววตาที่ซ่อนความห่วงใยไว้ภายใต้มาดคุณหนูผู้สูงศักดิ์ นิ้วเรียวของเธอบีบเข้าหากันแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาว แม้เธอจะเชื่อมั่นในมันสมองของเขา แต่บททดสอบนี้ใช้มานาบริสุทธิ์ตัดสิน ซึ่งเป็นสิ่งที่นักเรียนทุนมักจะขาดแคลนที่สุด
เรย์หยุดเดินเพียงเสี้ยววินาที เขาหันไปสบตากับหญิงสาวเพียงครู่เดียว มุมปากหยักยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่สื่อความหมายว่า *‘ไม่ต้องห่วง’* ได้อย่างชัดเจนโดยไม่ต้องเอื้อnคำใดๆ ออกมา
เมื่อร่างโปร่งยืนประจันหน้ากับศิลาศารทูลขนาดมหึมา ความกดดันมหาศาลก็พุ่งเข้าใส่ราวกับคลื่นใต้น้ำ เรย์สูดลมหายใจเข้าลึก รวบรวมมานาในร่างกายให้ไหลเวียนไปตามเส้นทางที่ระบบวิเคราะห์ไว้ ไม่ใช่การระเบิดพลังอย่างไร้ทิศทางแบบที่พวกขุนนางชอบทำ หากแต่เป็นการควบคุมพลังงานให้คมกริบดั่งปลายเข็ม
[ คำแนะนำจากระบบ: รวบรวมมานา 14.2% ของขีดจำกัดปัจจุบัน ส่งผ่านไปยังจุดพิกัด (X: 412, Y: 89) ด้วยความถี่คลื่น 43.5 เฮิรตซ์ ]
เรย์ยกมือขึ้นช้าๆ นิ้วชี้แตะลงบนพื้นผิวสีดำสนิทของศิลาเวทอย่างไร้ซุ่มเสียง ท่ามกลางสายตานับร้อยคู่ที่มองมาด้วยความขบขันและรอสมน้ำหน้า
*ตูม—!*
เสียงระเบิดทึบๆ ดังขึ้นเบาๆ จากภายในเนื้อศิลา ไม่ใช่เสียงพังทลายที่รุนแรง ทว่าชั่วพริบตานั้นเอง รอยร้าวสีทองอร่ามก็พุ่งกระจายตัวออกเป็นรูปใยแมงมุมจากจุดที่ปลายนิ้วของเรย์สัมผัส ลามเลียขึ้นไปจนถึงยอดสูงสุดของศิลาเวทมหึมา และสิ่งที่ตามมาคือแสงสว่างเจิดจ้าจนทุกคนต้องยกมือขึ้นปิดตา
[ การทดสอบเสร็จสิ้น: ความเสียหายเชิงโครงสร้าง 100% ]
[ คะแนนรวม: เต็ม 100 คะแนน (ประเมินระดับ: เกินขีดจำกัดมาตรฐานสถาบัน) ]
ความเงียบงันเข้าปกคลุมโถงทดสอบราวกับโลกหยุดหมุน ศาสตราจารย์บาร์โธโลมิวอ้าปากค้าง ดวงเบิกกว้างจนแทบถลุดออกมาจากเบ้า ศิลาศารทูลที่ขึ้นชื่อว่ารับแรงกระแทกจากเวทมนตร์ระดับสูงได้ถึงสามวันสามคืน กลับแตกร้าวและสลายกลายเป็นละอองแสงสีฟ้าโปร่งแสงในพริบตาเดียว
“เป็น... เป็นไปไม่ได้!” เสียงอุทานหลุดจากปากของนักเรียนตระกูลขุนนางคนหนึ่งด้วยความตื่นตระหนก “เขาแค่มือเปล่า... เขาไม่ได้ร่ายบทเวทมนตร์ด้วยซ้ำ!”
เซเลสเทียผุดลุกขึ้นยืนจากที่นั่งโดยไม่รู้ตัว นัยน์ตาสีไพลินจ้องมองแผ่นหลังของเด็กหนุ่มด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ทั้งทึ่ง พึงพอใจ และ... หวาดหวั่นเล็กน้อย เรย์ในตอนนี้ดูราวกับหลุดออกมาจากตำนานโบราณ ผู้ซึ่งสามารถพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดินได้ด้วยการขยับนิ้วเพียงครั้งเดียว
เรย์ถอนมือกลับอย่างแผ่วเบา ปัดฝุ่นละอองเวทมนตร์ที่ติดอยู่บนปลายนิ้วออกอย่างไร้ความตื่นเต้น เขากำลังจะหันหลังกลับเพื่อเดินไปรวมกลุ่มกับคนอื่นๆ ทว่าเสียงเตือนจากระบบที่เขาไม่เคยคาดคิดมาก่อนก็ดังขึ้นแทรกกลางความโกลาหล
[ ติ๊ง! เตือนภัยฉุกเฉินระดับ SSS ]
[ ตรวจพบการเชื่อมต่อลับใต้ชั้นใต้ดิน ระบบกำลังถูกแทรกแซงจากตัวตนภายนอก ]
[ คำเตือน: เป้าหมาย 'ผู้ถูกผนึก' ในคลาสลับชั้น B-13 กำลังตื่นจากการหลับใหล... และมันกำลังจับจ้องมาที่คุณ ]
บรรยากาศรอบตัวพลันเย็นเยียบลงอย่างฉับพลัน เปลวไฟในคบเพลิงข้างผนังเปลี่ยนจากสีส้มอบอุ่นเป็นสีเขียวมรกตน่าสะพรึงกลัว เรย์ชะงักฝีเท้า หัวใจกระตุกวูบเมื่อสัมผัสได้ถึงจิตสังหารอันเก่าแก่และทรงพลังที่แผ่ซ่านขึ้นมาจากพื้นเบื้องล่าง และก่อนที่เขาจะได้ทันตั้งตัว ประตูเหล็กกล้าบานยักษ์ที่ปิดตายมานานนับร้อยปีที่ด้านหลังโถงทดสอบ ก็ค่อยๆ ส่งเสียงครูดคราดน่าขนลุก... พร้อมกับรอยแยกที่เปิดออกช้าๆ เผยให้เห็นดวงตาสีแดงฉานคู่หนึ่งที่จ้องมองตรงมายังเขาในความมืดมิด
หวังว่ารี้ดเดอร์ทุกท่านจะสนุกไปกับการเดินทางครั้งนี้นะครับ
แค่นักเรียนทุนธรรมดา แต่ระบบดันส่งผมไปเป็นตัวร้ายในคลาสลับ•ตอนที่ 2
บททดสอบคัดเลือกที่ไม่มีใครคาดคิด
ผลงานโดย วาเลนเทียอัศวินมืด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (วาเลนเทียอัศวินมืด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แค่นักเรียนทุนธรรมดา แต่ระบบดันส่งผมไปเป็นตัวร้ายในคลาสลับ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!