“ถ้าเธอคิดว่าการตายของรินทร์คนเก่าคือโศกนาฏกรรม เธอก็แค่เป็นคนขลาดเขลาที่ยังยึดติดกับซากศพของตัวเองนะคะ”
เสียงนั้นกรีดแทรกเข้ามาในโสตประสาทของรินทร์ ราวกับใบมีดที่ค่อยๆ กรีดผ่านเนื้อเยื่อจางๆ ของความจริง รินทร์จ้องมองเงาในกระจกบานใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอยู่กลางห้องโถงพิธีกรรม กลิ่นอายของกำยานผสมกับกลิ่นคาวสนิมจางๆ ลอยอบอวลจนน่าคลื่นเหียน อีกฟากหนึ่งของกระจก เงานั้นไม่ได้เลียนแบบท่าทางของเธออีกต่อไป หญิงสาวผู้มีใบหน้าเหมือนเธอทุกประการ—แต่กลับมีแววตาที่ว่างเปล่าดั่งหลุมศพและรอยยิ้มที่เหยียดหยาม—กำลังบรรจงกรีดปลายนิ้วลงบนผิวกระจกที่เริ่มร้าวเป็นใยแมงมุม
“เธอกำลังจะทำอะไร ธาม?” รินทร์หันไปหาชายหนุ่มที่ยืนนิ่งอยู่เบื้องหลัง มือของเขาถือมีดสั้นที่ทำจากเหล็กน้ำพี้ด้ามจับฝังหินออบซิเดียนที่ดูดกลืนแสงไฟจนมืดมิด
ธามไม่ได้สบตาเธอ เขาเพียงแต่ปาดเลือดจากฝ่ามือตนเองลงบนวงแหวนอาคมที่เขียนด้วยผงถ่านและสารเคมีบนพื้นไม้ขัดมัน “ผมกำลังทำในสิ่งที่รินทร์คนเดิมไม่เคยกล้าทำไงครับ... อ้อ ขอโทษที ผมลืมไปว่าในโลกนี้คุณถูกสอนให้ใช้คำพูดที่อ่อนหวาน” เขายิ้มมุมปาก ความเย็นชาในแววตาทำให้รินทร์รู้สึกหนาวสั่นถึงกระดูกสันหลัง “พิธีกรรมปิดรอยแยกนี้ ไม่ใช่การผลักมันออกไป แต่มันคือการ ‘รวม’ ร่างที่แตกแยกให้กลายเป็นหนึ่งเดียว ต่างหากล่ะ”
“รวมงั้นเหรอ?” รินทร์แค่นหัวเราะ ทั้งที่มือสั่นเทาจนต้องกำชายเสื้อแน่น “นั่นมันคือการฆาตกรรมนะธาม! เธอคืออีกตัวตนหนึ่งที่ฉันพยายามจะลบมันออกไปจากความทรงจำ เพื่อให้ฉันได้ใช้ชีวิตที่เหลืออยู่โดยไม่ต้องฝันร้ายถึงอุบัติเหตุในวันนั้นอีก!”
“คุณยังหลอกตัวเองอยู่อีกเหรอ?” เงานั้นในกระจกเอ่ยขึ้น น้ำเสียงของมันมีจังหวะการเว้นวรรคที่เยือกเย็นเหมือนหุ่นยนต์ที่ถูกโปรแกรมมาให้ทำลายล้าง “วันที่อุบัติเหตุเกิดขึ้น... ไม่ใช่ผมที่ผลักรถคันนั้นลงหน้าผา แต่เป็น ‘คุณ’ ที่ตั้งใจจะทิ้งเศษเสี้ยวความอ่อนแอของตัวเองเอาไว้ในรถคันนั้น แล้วเลือกที่จะข้ามมายังโลกนี้โดยทิ้งความทรงจำที่แปดเปื้อนไว้ข้างหลัง”
รินทร์ชะงัก ลมหายใจของเธอติดขัด ความจริงที่ถูกซ่อนไว้ใต้ชั้นเลเยอร์ของจิตใต้สำนึกเริ่มปริแตกเหมือนผิวโลกที่กำลังแตกร้าว ภาพความทรงจำแวบหนึ่งพุ่งเข้ามา: เสียงยางบดถนน เสียงกรีดร้องที่เงียบงัน และตัวเธอเองที่ยืนมองรถที่กำลังดิ่งลงสู่ความมืดมิดด้วยรอยยิ้ม... รอยยิ้มแบบเดียวกับที่เงานั้นกำลังส่งมาให้เธอในตอนนี้
“โกหก...” รินทร์พึมพำ แต่ความมั่นใจของเธอกลับร่วงหล่นลงสู่พื้น
“ความจริงมันน่ารังเกียจเสมอเมื่อมันถูกเปิดเผยออกมานะคะ รินทร์” ธามก้าวเข้ามาใกล้เธอจนสัมผัสได้ถึงไอเย็นที่แผ่ออกมาจากร่างกายของเขา เขาคว้าข้อมือเธอไว้แน่น มือข้างหนึ่งกดลงบนไหล่ราวกับจะขึงเธอให้ตรึงไว้กับพื้นที่เปื้อนเลือด “พิธีกรรมเริ่มขึ้นแล้ว เลือดของคนที่ ‘ข้ามฝั่ง’ มาคือกุญแจดอกสุดท้าย และคุณ... คุณคือคนเดียวที่เข้าข่ายนิยามของคนสองโลก”
เงาสีดำในกระจกเริ่มหลุดลอยออกมาเหมือนควันธูปที่รวมตัวกันเป็นรูปเป็นร่าง มันก้าวข้ามผ่านผิวกระจกออกมาทีละน้อย ความรู้สึกที่รินทร์ได้รับไม่ใช่ความกลัวอีกต่อไป แต่มันคือความรู้สึกโหยหา... เหมือนกับเศษชิ้นส่วนของจิ๊กซอว์ที่กำลังจะประกอบร่างเข้ากับช่องว่างที่หายไปในใจของเธอตลอดหลายปีที่ผ่านมา
“ถ้าฉันรวมร่างกับเธอ...” รินทร์ถาม เสียงของเธอแผ่วเบาและแหบพร่า “ฉันจะยังเป็นตัวฉันอยู่ไหม?”
ธามกระซิบข้างหูเธอ น้ำเสียงของเขามีความเวทนาปนสมเพช “ไม่เลยสักนิด... เพราะหลังจากนี้ จะไม่มีใครชื่อรินทร์ที่เปราะบางคนนั้นอีกต่อไป เหลือเพียง ‘ฆาตกร’ ที่สมบูรณ์แบบที่พร้อมจะเริ่มต้นบันทึกหน้าใหม่ในโลกที่ไม่สมควรมีเราสองคนอยู่ตั้งแต่แรก”
รินทร์หลับตาลง เธอยอมให้มีดสั้นในมือธามกรีดผ่านข้อมือของเธอโดยไม่ขัดขืน เลือดสีสดหยดลงบนวงแหวนอาคมจนเกิดเสียงซ่าเหมือนน้ำมันเดือด ทุกอย่างรอบตัวเริ่มบิดเบี้ยว กำแพงห้องดูเหมือนจะละลายหายไปทิ้งไว้เพียงความมืดมิดที่เป็นนิรันดร์
ทันใดนั้นเอง ประตูห้องที่ถูกล็อคไว้อย่างแน่นหนากลับถูกพังเข้ามาด้วยแรงมหาศาล ร่างของชายหนุ่มคนหนึ่งพุ่งเข้ามาในวงล้อม เขามีใบหน้าที่เหมือนกับธามราวกับแกะ แต่นัยน์ตาของเขาเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกและบาดแผลที่ดูเหมือนเพิ่งถูกทำร้ายมาอย่างหนัก เขาตะโกนก้องด้วยเสียงที่สั่นเครือจนรินทร์ต้องลืมตาขึ้นมอง
“อย่าเชื่อสิ่งที่มันบอก! ธามในฝั่งนั้นมันตายไปนานแล้ว สิ่งที่ยืนอยู่ข้างหลังเธอตอนนี้... มันไม่ใช่คน!”
ธามที่ยืนอยู่ข้างรินทร์หันไปมองร่างที่เพิ่งเข้ามาด้วยสายตาว่างเปล่า ก่อนที่เขาจะค่อยๆ ฉีกยิ้มจนเห็นถึงโคนฟันที่ดูผิดธรรมชาติ มือของเขาเริ่มขยายใหญ่และเต็มไปด้วยเส้นเลือดสีดำขลับที่เต้นตุบๆ ราวกับมีชีวิต
“ดูเหมือนว่า ‘ตัวสำรอง’ จะเดินทางมาถึงเร็วกว่าที่คิดนะ” ธามกล่าวพลางปล่อยข้อมือรินทร์ แล้วหันไปเผชิญหน้ากับผู้มาใหม่ โดยที่รินทร์ยังคงยืนอยู่ตรงกลาง ระหว่างความจริงที่แตกสลายกับความมืดมิดที่กำลังจะกลืนกินทุกอย่างไปตลอดกาล
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านบานกระจกแห่งความลวงไปกับดิฉันนะคะ
เงาซ้อนฆาตกร: บันทึกหลังกระจกบานที่สิบสาม•ตอนที่ 40
พันธสัญญาเลือด
ผลงานโดย กระจกเงาต้องสาป
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระจกเงาต้องสาป)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาซ้อนฆาตกร: บันทึกหลังกระจกบานที่สิบสาม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!