"ถ้าแกคิดจะหยุดฉันด้วยวิธีเดิมๆ เหมือนที่ทำกับคนรักของแก... ฉันบอกเลยว่าแกประเมินความแค้นของกระจกบานนี้ต่ำเกินไปนะ รินทร์"
เสียงของธามแหบพร่า ทว่าดังก้องกังวานในความเงียบงันของห้องทำงานที่ถูกปิดตาย รินทร์ไม่ได้ตอบโต้ เธอเพียงแต่จ้องมองชายตรงหน้าที่กำลังบรรจงเช็ดคราบเลือดจางๆ บนนิ้วมือด้วยผ้าเช็ดหน้าสีขาวสะอาดตา ราวกับเขากำลังทำความสะอาดรอยเปื้อนบนงานศิลปะชิ้นเอก ไม่ใช่หลักฐานของความตายที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อไม่กี่นาทีที่ผ่านมา
"ฉันไม่ได้จะหยุดแกด้วยความสงสารหรอกนะ ธาม" รินทร์เอ่ยขึ้น น้ำเสียงของเธอราบเรียบ เยือกเย็นดั่งน้ำแข็งที่ไม่มีวันละลาย เธอขยับตัวเข้าใกล้โต๊ะไม้โอ๊กตัวใหญ่ มือเรียวสั่นเทาเล็กน้อยในจังหวะที่หยิบมีดผ่าตัดเล่มเล็กขึ้นมาวางไว้ข้างแฟ้มบันทึกคนไข้ "ฉันจะหยุดแกด้วยการทำลาย 'เงา' ของแกให้แหลกคามือ... แบบที่แกเคยทำกับตัวตนของฉันในโลกฝั่งนั้น"
ธามชะงักไปชั่วครู่ ดวงตาของเขาสะท้อนภาพเงาของรินทร์ในกระจกบานใหญ่ที่ตั้งอยู่ด้านหลังเธอ มันไม่ใช่ภาพเงาที่ล้อเลียนการเคลื่อนไหว แต่มันเป็นภาพที่รินทร์ในกระจกกำลังแสยะยิ้ม ทั้งที่ตัวจริงของเธอยังคงรักษาสีหน้าเรียบเฉยไว้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ
"โลกที่บิดเบี้ยวนี้... มันใกล้จะล่มสลายแล้วนะรินทร์" ธามวางผ้าเช็ดหน้าลง แล้วเอนตัวพิงพนักเก้าอี้ด้วยท่าทีผ่อนคลายอย่างน่าขนลุก "พรุ่งนี้ตอนเที่ยงคืน รอยร้าวในมิตินี้จะรวมเป็นหนึ่ง กระจกบานที่สิบสามจะเปิดออก และสิ่งที่อยู่ในนั้น... สิ่งที่แกพยายามหนีมาตลอดสิบปี จะก้าวออกมาหาแกเอง"
"สิ่งที่อยู่ในนั้นไม่ใช่คนรักของฉัน" รินทร์กัดฟันแน่น จนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปน "นั่นมันแค่ปีศาจที่แต่งตัวด้วยความทรงจำของฉันต่างหาก"
บรรยากาศในห้องดูเหมือนจะหนักอึ้งขึ้นอย่างกะทันหัน แสงไฟนีออนบนเพดานกะพริบถี่ๆ เหมือนจังหวะหัวใจที่กำลังจะหยุดเต้น กลิ่นเหม็นอับของความชื้นและโลหะอบอวลไปทั่วบริเวณ นี่ไม่ใช่แค่การสนทนา แต่มันคือการวางหมากรุกครั้งสุดท้าย ก่อนที่กระดานจะพังทลายลง
รินทร์หลับตาลง ครู่หนึ่งเธอนึกถึงเสียงหัวเราะของคนรักที่จากไป ความทรงจำเหล่านั้นเปรียบเสมือนตะขอเบ็ดที่เกี่ยวรั้งเธอไว้กับโลกที่เน่าเฟะใบนี้ ธามไม่ได้แค่ต้องการเปิดประตูมิติ แต่เขาต้องการให้เธอแตกสลาย เพื่อที่จะได้สวมบทบาทเป็นผู้ควบคุมเงาแต่เพียงผู้เดียว
"แกทำผิดพลาดอย่างหนึ่งนะธาม" รินทร์ลืมตาขึ้น ดวงตาคู่นั้นไม่ได้มีเพียงความโกรธแค้น แต่มันมีความว่างเปล่าที่ลึกสุดหยั่ง "แกคิดว่าฉันกลัวความจริง แต่จริงๆ แล้วฉันคือคนที่สร้างความจริงชุดนี้ขึ้นมาตั้งแต่ต้น... แกเองก็แค่หมากตัวหนึ่งที่ติดอยู่ในกรงที่ฉันเป็นคนออกแบบไว้"
ธามชะงักไป ดวงตาที่เคยเยือกเย็นเริ่มสั่นไหวเล็กน้อย เขาหยิบสมุดบันทึกเล่มหนึ่งขึ้นมาจากใต้โต๊ะ มันคือบันทึกเล่มเดียวกับที่รินทร์ใช้จดบันทึกเกี่ยวกับผู้ป่วยที่มีอาการ 'เห็นภาพหลอนของตัวเอง' แต่ทว่า หน้ากระดาษข้างในนั้นกลับว่างเปล่า... หรืออย่างน้อย เขาก็เคยคิดเช่นนั้น
"บันทึกนี้... ทำไมมันถึงไม่มีตัวอักษรเหลืออยู่เลย?" ธามถามด้วยน้ำเสียงที่เริ่มขาดความมั่นใจ
รินทร์หัวเราะออกมาเบาๆ เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความอบอุ่น "เพราะหน้าที่ของบันทึกนี้สิ้นสุดลงแล้วไงล่ะธาม เมื่อความจริงไม่ได้ถูกเขียนลงกระดาษ แต่มันถูกจารึกไว้บนรอยแตกของทุกๆ บานกระจกที่แกผ่านเข้ามา... ขอบคุณนะที่ช่วยรวบรวมชิ้นส่วนวิญญาณของฉันมาไว้ในที่เดียวกันจนครบ"
รินทร์เดินก้าวเข้าไปหาธามอย่างช้าๆ ราวกับนักล่าที่กำลังต้อนเหยื่อจนมุม เธอไม่ได้ตั้งใจจะทำร้ายเขาด้วยมีดผ่าตัดในมือ แต่เธอตั้งใจจะใช้ความจริงที่เขาสั่งสมมาทั้งหมดทิ่มแทงเขาให้ตายทั้งเป็น
ทันใดนั้น เสียงกระจกแตกละเอียดดังกึกก้องมาจากห้องข้างๆ มันไม่ใช่การตกแตกธรรมดา แต่มันเหมือนกับเสียงของกำแพงมิติที่กำลังถูกกระชากให้เปิดออก ธามเบิกตากว้าง เขาลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็ว แต่ขาทั้งสองข้างของเขากลับก้าวไม่ออก ราวกับมีบางอย่างที่มองไม่เห็นตรึงเขาไว้กับพื้น
"รินทร์... นั่นเสียงอะไร? แกทำอะไรกับมัน!" ธามตะโกนลั่น ห้องเริ่มสั่นสะเทือน สิ่งของรอบตัวค่อยๆ เลือนหายไปในความมืดที่ไหลทะลักออกมาจากมุมห้อง
รินทร์ยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น เธอมองดูมือของตัวเองที่ค่อยๆ โปร่งแสงลงเรื่อยๆ รอยยิ้มของเธอเศร้าสร้อยอย่างที่สุด
"ฉันไม่ได้ทำอะไรทั้งนั้นธาม... แต่ดูที่หน้าต่างนั่นสิ" เธอชี้นิ้วไปยังหน้าต่างบานใหญ่ ที่ซึ่งภาพของเมืองยามค่ำคืนกำลังบิดเบี้ยวจนมองไม่เห็นรูปทรง
ธามหันไปมอง และสิ่งที่เขาเห็นทำให้หัวใจของเขาหยุดเต้น... เพราะที่หน้าต่างนั้น ไม่มีภาพของตึกสูงหรือท้องฟ้า แต่มันมีเพียงใบหน้าของ 'รินทร์' อีกคนนึง ที่กำลังยืนมองเข้ามาจากอีกฝั่งของกระจก และเธอกำลังยกนิ้วขึ้นแตะปาก... เป็นสัญญาณให้เขาเงียบเสียงลง ในขณะที่เธอกำลังก้าวเท้าข้ามผ่านรอยร้าวเข้ามาในห้องนี้ด้วยรอยยิ้มที่น่าสะพรึงกลัวที่สุด
ดิฉันหวังว่าเรื่องราวในบทนี้จะทำให้ทุกท่านได้สัมผัสถึงความสั่นคลอนของโลกคู่ขนานที่กำลังจะล่มสลายไปพร้อมกับรินทร์นะคะ
เงาซ้อนฆาตกร: บันทึกหลังกระจกบานที่สิบสาม•ตอนที่ 41
คืนก่อนการล่มสลาย
ผลงานโดย กระจกเงาต้องสาป
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระจกเงาต้องสาป)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาซ้อนฆาตกร: บันทึกหลังกระจกบานที่สิบสาม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!