“อย่าหันหลังกลับมา... รินทร์”
เสียงนั้นไม่ใช่เสียงของคน แต่เป็นเสียงของความเงียบที่ถูกบดขยี้ด้วยแรงกดอากาศ รินทร์หยุดลมหายใจ ตัวตนของเธอแข็งทื่อราวกับรูปปั้นหินที่กำลังถูกกร่อนด้วยหยดน้ำตา ลมหายใจเย็นเยียบที่รดอยู่บนต้นคอของเธอนั้น ไม่ได้มีกลิ่นอายของมนุษย์ แต่มันมีกลิ่นของไอเกลือ กลิ่นคาวเลือดจางๆ และกลิ่นอับชื้นของห้องใต้ดินที่ถูกปิดตายมานับทศวรรษ
ความมืดในห้องทำงานไม่ได้มืดสนิทเหมือนทุกครา แต่มันหนาแน่นจนแทบจะกลายเป็นของแข็ง กระแสไฟฟ้าที่ตัดขาดไปไม่ได้ทำให้ความกลัวลดน้อยลง ตรงกันข้าม... มันกลับทำให้สัญชาตญาณสัตว์ป่าในตัวเธอตื่นขึ้น รินทร์ค่อยๆ ขยับนิ้วมือที่สั่นเทา ควานหาที่วางมีดกรีดกระดาษบนโต๊ะทำงาน แต่สิ่งที่ปลายนิ้วสัมผัสได้กลับไม่ใช่โลหะเย็นเฉียบอย่างที่ควรจะเป็น แต่มันคือพื้นผิวที่แตกละเอียดและแหลมคม
*เพล้ง!*
เสียงเศษแก้วที่บาดลงบนฝ่ามือเรียกสติของเธอให้ตื่นจากภวังค์ รินทร์ดึงมือกลับทันที เลือดสีสดหยดลงบนพรมหนา เสียงหยดเลือดกระทบพื้นฟังดูดังสะท้อนก้องในความเงียบราวกับเสียงนาฬิกาที่กำลังนับถอยหลังสู่จุดจบ
“ธาม... นี่เป็นมุกตลกที่ไม่ตลกเลยนะ” รินทร์เค้นเสียงออกมา แม้ลำคอจะตีบตันด้วยความหวาดหวั่น เธอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก “ถ้านายคิดจะทดสอบสภาพจิตใจของฉันในฐานะนักจิตวิทยา ฉันบอกเลยว่านายพลาดแล้ว”
ไม่มีเสียงตอบรับจากด้านหลัง มีเพียงเสียงลมหายใจที่เปลี่ยนจังหวะ... มันไม่ได้เร่งเร้า แต่มันดูเหมือนกำลังจดจ้องมองทุกอณูการเคลื่อนไหวของเธออย่างใจเย็น ราวกับนักล่าที่กำลังรอให้เหยื่อวิ่งเข้าหาความตายด้วยตัวเอง
รินทร์รวบรวมความกล้าทั้งหมดที่มี หมุนตัวกลับไปเผชิญหน้ากับความมืดมิดเบื้องหลัง แต่ทว่า... สิ่งที่เธอเห็นกลับไม่ใช่ธาม ไม่ใช่ฆาตกรที่เธอจินตนาการ แต่เป็นเงาสะท้อนในกระจกบานใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอยู่กลางห้อง ซึ่งบัดนี้มันไม่ได้สะท้อนภาพห้องทำงานของเธออีกต่อไป
ภายในกระจกบานนั้น... ภาพของห้องทำงานที่ควรจะเป็นสีขาวสะอาดตา กลับกลายเป็นห้องที่ถูกทาทับด้วยคราบเขม่าสีดำสนิท กระจกที่ร้าวละเอียดในความจริง กำลังขยายรอยร้าวออกราวกับใยแมงมุมที่กำลังถักทอตัวเอง และในรอยร้าวนั้น... ดวงตาสีหม่นคู่หนึ่งกำลังจ้องมองเธอผ่านรอยแยกของแก้วที่แตกกระจาย
“เธอกำลังกลัวรอยร้าวพวกนี้เหรอ รินทร์?”
เสียงของธามดังขึ้น แต่มันไม่ได้ดังมาจากในห้อง มันดังมาจาก *ภายในกระจก*
รินทร์ก้าวถอยหลังจนสะโพกกระแทกกับขอบโต๊ะ ความเย็นจัดแล่นพล่านไปทั่วกระดูกสันหลัง “นาย... นายเข้าไปอยู่ในนั้นได้ยังไง ธาม? นี่มันกลไกอะไรกันแน่?”
ธามในกระจกค่อยๆ ขยับกาย เคลื่อนไหวช้าๆ ราวกับติดอยู่ในสายน้ำที่หนืดข้น เขาเอื้อมมือมาวางทาบกับผิวแก้วจากด้านใน รอยร้าวลามตามนิ้วมือของเขาไปทุกที่ที่เขาสัมผัส “โลกของเราไม่ได้มีแค่สองด้านหรอกนะรินทร์ มีมากกว่านั้น... และในทุกรอยร้าวที่เกิดขึ้นในโลกของเธอ คือทางผ่านที่ประตูจะค่อยๆ เปิดออก”
“ฉันไม่เชื่อ! นายเป็นแค่ผลผลิตจากความผิดปกติทางประสาทสัมผัสของฉัน... อุบัติเหตุครั้งนั้น... มันพรากทุกอย่างไปจากฉัน แล้วนายก็แค่เศษเสี้ยวของความทรงจำที่แตกสลาย!” รินทร์ตะโกนกลับไป น้ำตาเริ่มรื้นขึ้นที่ขอบตา ความเป็นนักจิตวิทยาที่เคยยึดถือด้วยเหตุผลมาตลอดชีวิตพังทลายลงในพริบตา
“รินทร์...” ธามเปลี่ยนน้ำเสียงเป็นความอ่อนโยนที่น่าขนลุก “มองดูรอบๆ สิ กระจกทุกบานในบ้านของเธอ... ไม่ได้แตกเพราะอุบัติเหตุ แต่มันแตกเพราะพวกมัน ‘ทน’ ต่อการมีอยู่ของเธอไม่ไหวแล้ว”
สิ้นคำพูดนั้น เสียงกระจกในห้องโถงด้านนอกเริ่มระเบิดดังตามกันมาเป็นทอดๆ ราวกับมีใครกำลังใช้ค้อนยักษ์ฟาดทำลายทุกบานกระจกในบ้านหลังนี้อย่างบ้าคลั่ง เสียงแก้วแตกสลับกับเสียงหัวเราะแผ่วเบาที่ดังมาจากทิศทางที่ไม่อาจระบุได้ รินทร์ทรุดตัวลงกับพื้น มือที่เปื้อนเลือดสั่นระริก
ความผิดปกติไม่ได้อยู่ที่กระจก... ความผิดปกติอยู่ที่คนในเงา
จู่ๆ ไฟในห้องก็สว่างวาบขึ้น แสงนีออนกะพริบถี่ๆ จนแทบจะทำให้ดวงตาพร่ามัว รินทร์เงยหน้าขึ้นมองกระจกบานใหญ่ตรงหน้าอีกครั้ง บัดนี้ธามหายไปจากกระจกแล้ว ทิ้งไว้เพียงรอยเลือดที่เขียนเป็นตัวอักษรบนผิวแก้วที่ยังไม่ร่วงหล่นลงมา
*‘เช็คดูดีๆ... ว่าตัวเธอเองในกระจก ยังเป็นตัวเธออยู่หรือเปล่า’*
รินทร์หันไปมองเงาสะท้อนของตัวเองในเศษกระจกชิ้นที่ใหญ่ที่สุดบนพื้น เธอเห็นใบหน้าของเธอเอง... เห็นความหวาดกลัว... แต่ทว่าในเสี้ยววินาทีนั้น เงาสะท้อนของเธอไม่ได้กรีดร้องไปพร้อมกับเธอ มันกลับแสยะยิ้มที่บิดเบี้ยวออกมา แล้วค่อยๆ ยกมือขึ้นกดลงบนแผลที่ใบหน้าของตัวเองจนเลือดสดๆ ไหลอาบแก้ม ก่อนจะพูดขึ้นโดยที่ริมฝีปากของรินทร์ไม่ได้ขยับแม้แต่นิดเดียว
“ขอบคุณนะรินทร์... ที่ช่วยเปิดประตูให้ฉันออกมา”
เงาสะท้อนนั่นค่อยๆ ก้าวเท้าออกมาจากรอยร้าวของกระจกบานยักษ์ที่แตกลงพื้น ร่างกายของมันเปียกชื้นและมีกลิ่นสาบเหมือนคนเพิ่งตายจากเหตุการณ์อุบัติเหตุครั้งนั้นเปี๊ยบ... กลิ่นของคนรักที่เธอเสียไปเมื่อสามปีก่อน
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมดำดิ่งสู่รอยร้าวไปกับกระจกเงาต้องสาปนะคะ พบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ
เงาซ้อนฆาตกร: บันทึกหลังกระจกบานที่สิบสาม•ตอนที่ 7
รอยร้าวเริ่มลาม
ผลงานโดย กระจกเงาต้องสาป
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระจกเงาต้องสาป)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาซ้อนฆาตกร: บันทึกหลังกระจกบานที่สิบสาม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!